อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

นราธิวาส — วันที่ 12 สิงหาคม 2569 สภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดย นางสาวลม้าย มานะการ พร้อมด้วย บาบอฮุสนี บินหะยะคอเนาะ ผู้นำศาสนาและการศึกษาอิสลามชายแดนใต้ และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้าน ตลอดจนครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงสะเทือนขวัญ ณ จุดตรวจความมั่นคงบ้านบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะกรณีของเด็กชายวัย 10 ขวบ (“น้องฮาปิ๊บ”) และชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากลูกหลง รวมถึงการสูญเสียกำลังพลทหารพราน 5 นาย ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการตั้งจุดตรวจความมั่นคงใจกลางชุมชนแออัดและติดบ้านเรือนประชาชน

นางฟัรฮะห์ อับรู ชาวบ้านบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส ระบุว่า ภายในบ้านเสียหายมาก รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่เดือน ก็ถูกเพลิงไหม้ทั้งคัน ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้น ตนอยู่ภายในบ้านพร้อมกับสามี เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงระเบิด และเกิดเพลิงไหม้ภายในบ้าน ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะก่อเหตุในย่านชุมชน นางบอกกับสามีว่า เราจะรอด? นี่ สามาบอกกับนางว่า แล้วแต่พระประสงค์ของพระเจ้า ไม่ต้องกลัว ถ้าพระเจ้าให้รอด เราก็รอด ทำให้มีกำลังใจ
เจาะลึกผลกระทบและข้อห่วงใยจากภาคประชาสังคม

จากการประเมินสถานการณ์ของสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ในพื้นที่รอบเดือนกรกฎาคม 2026 ภาคประชาสังคมพบว่า ตัวเลขความรุนแรงส่วนใหญ่ร้อยละ 71 มาจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ (เช่น การปิดล้อม ตรวจค้น และการควบคุมตัว) ขณะที่ความรุนแรงจากกองกำลังติดอาวุธคิดเป็นร้อยละ 29 โดยมีเหตุการณ์ที่ด่านบูเก๊ะซามีเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลกระทบในหลายมิติ:
- ความปลอดภัยของประชาชนและการตั้งด่านในชุมชน: การนำจุดตรวจความมั่นคงไปตั้งไว้ชิดกับบ้านเรือน ตลาด และเขตชุมชน ทำให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเกิดการปะทะ พลเรือนและเด็กต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงราวกับเป็น “โล่มนุษย์โดยปริยาย” ขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากล (IHL) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC)
- ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและการใช้วิสามัญทางกฎหมาย: การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกหลังเกิดเหตุ นำไปสู่การควบคุมตัวบุคคลกว่า 28 คน ซึ่งรวมถึงกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ ผู้หญิง และผู้พิการ) รวมถึงกรณีการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นายไปสอบสวนในค่ายทหาร สะท้อนถึงการใช้อำนาจล้นเกินและสร้างความกังวลต่อการละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
- ผลกระทบวงกว้างต่อเศรษฐกิจและสังคม: การจำกัดการเดินทางบนพื้นที่ภูเขาในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้านอย่างรุนแรง ตลอดจนสร้างความหวาดระแวง และทำให้กระบวนการเจรจาสันติภาพต้องสะดุดลง
ข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและคู่ขัดแย้ง
สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
(https://www.facebook.com/share/p/14kbWkXugXF/?mibextid=wwXIfr)
เน้นย้ำว่า เสียงสะท้อนของประชาชนตัวเล็ก ๆ ที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหวาดกลัวสมควรได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง พร้อมทั้งได้ยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังนี้:
- ทบทวนมาตรการการตั้งด่าน: รัฐต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการหลีกเลี่ยงการตั้งด่านตรวจความมั่นคงใจกลางชุมชนหนาแน่น พร้อมประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างโปร่งใส
- ยึดมั่นหลักสิทธิมนุษยชน: การบังคับใช้กฎหมายต้องโปร่งใส ปราศจากการใช้อำนาจเหวี่ยงแห และต้องไม่มีข้อร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติที่มิชอบต่อผู้ถูกควบคุมตัว
- แสดงเจตจำนงสันติภาพที่จริงจัง: ทั้งรัฐบาลไทยและกลุ่ม BRN ต้องแสดงความจริงใจในการขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช้ความรุนแรงเป็นเงื่อนไขในการเลื่อนการเจรจา ซึ่งจะทำลายความชอบธรรมและซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่
การลงพื้นที่ของผู้นำศาสนา ภาคประชาสังคม และคณะในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงการเยียวยาจิตใจในระยะสั้น แต่เป็นการส่งเสียงแทนคนในชุมชนเพื่อให้ทุกฝ่ายหันมาทบทวนและสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
หมายเหตุชมคลิปส่วนหนึ่งใน
https://www.facebook.com/share/v/19Nu34VAY7/?mibextid=wwXIfr
221 total views, 32 views today

More Stories
บาบอฮุสณี สื่อสาร 7 กลุ่ม ปมกระแสรัฐเดินหน้าผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ย้ำ “ไม่ต่อต้านการพัฒนา” แต่ต้องอยู่บนข้อมูล การมีส่วนร่วม และความเป็นธรรม
เปิดปมปลด 2 อิหม่ามสงขลา! คณะกรรมการอิสลามฯ ร่อนแถลงฉบับเต็ม ยันยึดหลักศาสนาและกฎหมายเพื่อรักษา “เอกภาพชุมชน”
เชื่อไฟใต้ไม่มอด เพราะ “ความล่าช้าคือความอยุติธรรม”: บทเรียนจากคดี 15 ปีบนศาลทหาร : ฟัครุดดีน บอตอ อดีตสว.นราธิวาส” (ตอนที่ 2)