อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
จะนะ

สงขลา — จากกระแสข่าวเกี่ยวกับทิศทางการผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) มาใช้ประกอบการกำหนดอนาคตพื้นที่นั้น
บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ได้สื่อสารถึง 7 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของจะนะ โดยยืนยันจุดยืนว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่ต้องการเห็นการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนข้อมูลทางวิชาการ การมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และความเป็นธรรม
บาบอฮุสณีระบุว่า หัวใจของ SEA ไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นเครื่องมือในการตัดสินว่า “จะมีหรือไม่มีอุตสาหกรรม” แต่ควรเป็นกระบวนการสำคัญในการตอบคำถามว่า “จะนะควรพัฒนาอย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ โดยไม่ทำลายทรัพยากร วิถีชีวิต และอนาคตของชุมชน”
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากกระบวนการ SEA ถูกจัดทำเพียงเพื่อให้ครบตามขั้นตอนทางเอกสาร แต่ผลการศึกษากลับไม่ได้ถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างแท้จริง ย่อมเกิดคำถามว่า SEA ยังคงมีความหมายในเชิงนโยบายมากน้อยเพียงใด
7 ข้อสื่อสารถึงผู้เกี่ยวข้องกับอนาคตจะนะ
1. ถึงรัฐบาล
บาบอฮุสณีเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นต่อคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน และทำให้กระบวนการพัฒนาตั้งอยู่บน 4 หลักสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลวิชาการที่รอบด้าน การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส และความเป็นธรรม
โดยเห็นว่า SEA ไม่ควรเป็นเพียงพิธีกรรมทางเอกสาร แต่ควรเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดอนาคตของพื้นที่ หากผลการศึกษาถูกจัดทำขึ้นแต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อภาครัฐ
2. ถึง ศอ.บต.
ขอให้ ศอ.บต. ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ระหว่างรัฐกับประชาชน มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง โดยเฉพาะการรักษาความไว้วางใจและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายสามารถพูดคุย รับฟัง และเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
เพราะสันติสุขไม่ได้เกิดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ แต่เกิดจากการที่ทุกฝ่ายยังสามารถสื่อสารและอยู่ร่วมกันได้
3. ถึงภาคธุรกิจและนักลงทุน
การลงทุนไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนต้องการปฏิเสธ แต่ควรเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนและสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยการพัฒนาควรสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อนักลงทุน รัฐ ประชาชน และทรัพยากรธรรมชาติ
คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า “โครงการจะเดินหน้าหรือไม่” แต่ควรถามด้วยว่า “เรากำลังสร้างการพัฒนา หรือกำลังสร้างความไม่ไว้วางใจในระยะยาว?”
4. ถึงนักการเมือง
ขอให้นักการเมืองมองประเด็นจะนะในระยะยาว เพราะแม้วาระทางการเมืองจะมีระยะเวลาจำกัด แต่ประชาชนและคนรุ่นต่อไปต้องอยู่กับผลกระทบจากการตัดสินใจในวันนี้อีกหลายสิบปี ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชนจึงไม่ควรถูกมองผ่านกรอบทางการเมืองระยะสั้น แต่ควรมองเป็น “อนาคตของพื้นที่ทั้งระบบ”
5. ถึงพี่น้องชาวจะนะ
บาบอฮุสณีขอให้ประชาชนยืนหยัดบนหลักการด้วย สติ ความสงบ เอกภาพ ข้อมูล และเหตุผล พร้อมย้ำว่าไม่จำเป็นต้องสร้างความเกลียดชัง ไม่จำเป็นต้องมีศัตรู และไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
การต่อสู้ด้วยสันติวิธีและการยืนหยัดบนหลักการ คือพลังสำคัญของประชาชน พร้อมฝากให้ชาวจะนะรักษาสิทธิของตนเองและสิทธิของชุมชนผ่านกระบวนการที่เป็นธรรม
«“รัฐบาลอาจเปลี่ยน นักการเมืองอาจเปลี่ยน โครงการอาจเปลี่ยนชื่อ แต่จะนะยังคงเป็นบ้านของเรา”»
6. ถึงนักวิชาการ ปอเนาะ โรงเรียน และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
ขอให้สถาบันการศึกษาและนักวิชาการยืนอยู่บนหลักวิชาการ ข้อเท็จจริง และความเป็นธรรม มากกว่าการเลือกข้างทางการเมือง โดยเฉพาะการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจผลกระทบอย่างรอบด้าน และสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี
บาบอฮุสณีย้ำว่า หน้าที่ของการศึกษาในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเผชิญกับคำถามสำคัญ ไม่ใช่การสอนให้คนเลือกข้าง แต่คือการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ตั้งคำถาม แสวงหาความจริง และคิดอย่างมีเหตุผล
7. ถึงประชาชนทั้งประเทศ
ขอให้ประชาชนติดตามเรื่องราวของชาวจะนะด้วยความเข้าใจ และระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลสามารถถูกผลิตและเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ฟังข้อมูลให้รอบด้าน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และอย่ารีบตัดสิน รวมถึงไม่ตกเป็นเครื่องมือของข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชน
บาบอฮุสณีย้ำว่า การตั้งคำถามต่อแนวทางการพัฒนาไม่ได้หมายความว่าเป็นการต่อต้านประเทศหรือไม่รักบ้านเกิด เพราะการรักบ้านเกิดอาจหมายถึงการตั้งคำถามว่า การพัฒนาที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะทำให้คนในพื้นที่และคนรุ่นต่อไปสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกิดได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีหรือไม่
ท้ายที่สุด บาบอฮุสณีฝากข้อคิดว่า ชาวจะนะไม่ใช่ศัตรูของการพัฒนา แต่คือประชาชนที่กำลังตั้งคำถามว่า “เราจะพัฒนาอย่างไร เพื่อให้ลูกหลานของเราได้อยู่ในบ้านเกิดอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีอนาคต”
คำถามดังกล่าวจึงไม่ควรถูกทำให้เงียบ แต่ควรถูกนำมาพูดคุยกันด้วยเหตุผล ข้อมูล และข้อเท็จจริง
ด้วยจิตคารวะ / ด้วยสลามและดูอาอ์
บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ
ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เวทีเสวนางาน “อโบ๊ยหมะ…สวนกง”

5,222 total views, 3,151 views today

More Stories
เปิดปมปลด 2 อิหม่ามสงขลา! คณะกรรมการอิสลามฯ ร่อนแถลงฉบับเต็ม ยันยึดหลักศาสนาและกฎหมายเพื่อรักษา “เอกภาพชุมชน”
เชื่อไฟใต้ไม่มอด เพราะ “ความล่าช้าคือความอยุติธรรม”: บทเรียนจากคดี 15 ปีบนศาลทหาร : ฟัครุดดีน บอตอ อดีตสว.นราธิวาส” (ตอนที่ 2)
เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการศึกษา : แก้ไฟใต้ 20 ปีได้ “ฟัครุดดีน บอตอ อดีตสว.นราธิวาส” (ตอนที่ 1)