สิงหาคม 16, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

บาบอฮุสณี สื่อสาร 7 กลุ่ม ปมกระแสรัฐเดินหน้าผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ย้ำ “ไม่ต่อต้านการพัฒนา” แต่ต้องอยู่บนข้อมูล การมีส่วนร่วม และความเป็นธรรม

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

จะนะ

     สงขลา — จากกระแสข่าวเกี่ยวกับทิศทางการผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และข้อถกเถียงเกี่ยวกับการนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) มาใช้ประกอบการกำหนดอนาคตพื้นที่นั้น

     บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ได้สื่อสารถึง 7 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของจะนะ โดยยืนยันจุดยืนว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่ต้องการเห็นการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนข้อมูลทางวิชาการ การมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และความเป็นธรรม

     บาบอฮุสณีระบุว่า หัวใจของ SEA ไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นเครื่องมือในการตัดสินว่า “จะมีหรือไม่มีอุตสาหกรรม” แต่ควรเป็นกระบวนการสำคัญในการตอบคำถามว่า “จะนะควรพัฒนาอย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ โดยไม่ทำลายทรัพยากร วิถีชีวิต และอนาคตของชุมชน”

      พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากกระบวนการ SEA ถูกจัดทำเพียงเพื่อให้ครบตามขั้นตอนทางเอกสาร แต่ผลการศึกษากลับไม่ได้ถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างแท้จริง ย่อมเกิดคำถามว่า SEA ยังคงมีความหมายในเชิงนโยบายมากน้อยเพียงใด

7 ข้อสื่อสารถึงผู้เกี่ยวข้องกับอนาคตจะนะ

1. ถึงรัฐบาล

     บาบอฮุสณีเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นต่อคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน และทำให้กระบวนการพัฒนาตั้งอยู่บน 4 หลักสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลวิชาการที่รอบด้าน การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส และความเป็นธรรม

      โดยเห็นว่า SEA ไม่ควรเป็นเพียงพิธีกรรมทางเอกสาร แต่ควรเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดอนาคตของพื้นที่ หากผลการศึกษาถูกจัดทำขึ้นแต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อภาครัฐ

2. ถึง ศอ.บต.

     ขอให้ ศอ.บต. ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ระหว่างรัฐกับประชาชน มากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง โดยเฉพาะการรักษาความไว้วางใจและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายสามารถพูดคุย รับฟัง และเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

เพราะสันติสุขไม่ได้เกิดจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ แต่เกิดจากการที่ทุกฝ่ายยังสามารถสื่อสารและอยู่ร่วมกันได้

3. ถึงภาคธุรกิจและนักลงทุน

     การลงทุนไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนต้องการปฏิเสธ แต่ควรเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนและสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยการพัฒนาควรสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อนักลงทุน รัฐ ประชาชน และทรัพยากรธรรมชาติ

คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่า “โครงการจะเดินหน้าหรือไม่” แต่ควรถามด้วยว่า “เรากำลังสร้างการพัฒนา หรือกำลังสร้างความไม่ไว้วางใจในระยะยาว?”

4. ถึงนักการเมือง

     ขอให้นักการเมืองมองประเด็นจะนะในระยะยาว เพราะแม้วาระทางการเมืองจะมีระยะเวลาจำกัด แต่ประชาชนและคนรุ่นต่อไปต้องอยู่กับผลกระทบจากการตัดสินใจในวันนี้อีกหลายสิบปี ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชนจึงไม่ควรถูกมองผ่านกรอบทางการเมืองระยะสั้น แต่ควรมองเป็น “อนาคตของพื้นที่ทั้งระบบ”

5. ถึงพี่น้องชาวจะนะ

      บาบอฮุสณีขอให้ประชาชนยืนหยัดบนหลักการด้วย สติ ความสงบ เอกภาพ ข้อมูล และเหตุผล พร้อมย้ำว่าไม่จำเป็นต้องสร้างความเกลียดชัง ไม่จำเป็นต้องมีศัตรู และไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง

การต่อสู้ด้วยสันติวิธีและการยืนหยัดบนหลักการ คือพลังสำคัญของประชาชน พร้อมฝากให้ชาวจะนะรักษาสิทธิของตนเองและสิทธิของชุมชนผ่านกระบวนการที่เป็นธรรม

«“รัฐบาลอาจเปลี่ยน นักการเมืองอาจเปลี่ยน โครงการอาจเปลี่ยนชื่อ แต่จะนะยังคงเป็นบ้านของเรา”»

6. ถึงนักวิชาการ ปอเนาะ โรงเรียน และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

     ขอให้สถาบันการศึกษาและนักวิชาการยืนอยู่บนหลักวิชาการ ข้อเท็จจริง และความเป็นธรรม มากกว่าการเลือกข้างทางการเมือง โดยเฉพาะการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจผลกระทบอย่างรอบด้าน และสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

      บาบอฮุสณีย้ำว่า หน้าที่ของการศึกษาในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเผชิญกับคำถามสำคัญ ไม่ใช่การสอนให้คนเลือกข้าง แต่คือการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ตั้งคำถาม แสวงหาความจริง และคิดอย่างมีเหตุผล

7. ถึงประชาชนทั้งประเทศ

     ขอให้ประชาชนติดตามเรื่องราวของชาวจะนะด้วยความเข้าใจ และระมัดระวังการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลสามารถถูกผลิตและเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ฟังข้อมูลให้รอบด้าน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และอย่ารีบตัดสิน รวมถึงไม่ตกเป็นเครื่องมือของข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชน

     บาบอฮุสณีย้ำว่า การตั้งคำถามต่อแนวทางการพัฒนาไม่ได้หมายความว่าเป็นการต่อต้านประเทศหรือไม่รักบ้านเกิด เพราะการรักบ้านเกิดอาจหมายถึงการตั้งคำถามว่า การพัฒนาที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะทำให้คนในพื้นที่และคนรุ่นต่อไปสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกิดได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีหรือไม่

     ท้ายที่สุด บาบอฮุสณีฝากข้อคิดว่า ชาวจะนะไม่ใช่ศัตรูของการพัฒนา แต่คือประชาชนที่กำลังตั้งคำถามว่า “เราจะพัฒนาอย่างไร เพื่อให้ลูกหลานของเราได้อยู่ในบ้านเกิดอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีอนาคต”

คำถามดังกล่าวจึงไม่ควรถูกทำให้เงียบ แต่ควรถูกนำมาพูดคุยกันด้วยเหตุผล ข้อมูล และข้อเท็จจริง

ด้วยจิตคารวะ / ด้วยสลามและดูอาอ์

บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ
ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เวทีเสวนางาน “อโบ๊ยหมะ…สวนกง”

 5,222 total views,  3,151 views today

You may have missed