อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
“ก่อนอื่นขอชื่นชม เจ้าหน้าที่ แต่ก็ฝากคำถามแล้วบุหรี่เถื่อนมาทางไหน ทำไมอย่างไร ?
ทำไมพึ่งจับได้ เขาทำมานานหรือยัง?”
https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/164964
บทนำ: รอยรั่วที่ไม่มีวันปิด
พื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางด้านความมั่นคงจากเหตุการณ์ความไม่สงบเท่านั้น แต่ยังเป็น “สมรภูมิทางเศรษฐกิจสีเทา” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สินค้าเถื่อน โดยเฉพาะบุหรี่หนีภาษี เหล้าเถื่อน และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กลายเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงเครือข่ายอิทธิพลมาอย่างยาวนาน คำถามที่สังคมถามอยู่เสมอคือ ในขณะที่งบประมาณด้านความมั่นคงถูกอัดฉีดลงไปมหาศาลตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำไมสินค้าเหล่านี้จึงยังคงไหลทะลักเข้าสู่ตลาดได้อย่างไร?
ข่าวการจับกุมล่าสุดและข้อกังขา
เหตุการณ์จับกุมบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ เป็นการสะท้อนถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่พยายามแสดงผลงานให้เห็น อย่างไรก็ตาม แทนที่จะได้รับเสียงชื่นชมเพียงอย่างเดียว สังคมกลับตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า “ทำไมถึงพึ่งจับได้?” และ “ที่ผ่านมาหายไปไหน?”
มีการตั้งข้อสังเกตว่า เกือบทุกครั้งที่มีการจับกุม มักจะมีการโยนความผิดไปที่ “ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” เพื่อดึงเข้าสู่กรอบความมั่นคง ทั้งที่ในความเป็นจริง สินค้าเหล่านี้มีเส้นทางเดินที่ชัดเจนและใช้ระบบขนส่งที่เอื้ออำนวย ซึ่งคนในพื้นที่ต่างรู้ดีว่า “ไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้” หากปราศจาก “ไฟเขียว” หรือการรู้เห็นเป็นใจจากผู้มีอำนาจในพื้นที่?
ปัญหาเชิงโครงสร้าง: ใครปล่อยให้ของเถื่อนเรืองอำนาจ?
ผลวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจชายแดนใต้หลายฉบับระบุตรงกันว่า สินค้าเถื่อนไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจาก “โครงสร้างอำนาจ”
- ผลประโยชน์ทับซ้อน: การมีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมหาศาลประจำอยู่ในพื้นที่ กลายเป็นดาบสองคม หากระบบการตรวจสอบไม่เข้มแข็งพอ ธุรกิจสีเทาจะกลายเป็นแหล่งรายได้เสริมของคนในเครื่องแบบบางกลุ่ม
- ระบบอุปถัมภ์: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นกับข้าราชการระดับต่างๆ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นแบบเลือกปฏิบัติ (Selective Enforcement)
- ช่องว่างงบประมาณ: การใช้งบประมาณนับแสนล้านบาทตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เน้นการทหารเป็นหลัก แต่กลับละเลยการสร้างระบบเศรษฐกิจสีขาวที่โปร่งใส ทำให้เศรษฐกิจเถื่อนกลายเป็นทางรอดเดียวของเครือข่ายอิทธิพล
เสียงจากประชาชน: ความเจ็บปวดและการตั้งคำถาม
ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการจับกุม แต่พวกเขารู้สึก “สมเพช” ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า “ทหาร ตำรวจเป็นหมื่น ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองในนามกอ.รมน. เพื่อทำงานบูรณาการ มีด่านความมั่นคงนับพัน ทำไมปล่อยให้ของเถื่อนเรืองอำนาจ” สะท้อนถึงความสิ้นหวังต่อระบบยุติธรรม หลายคนตั้งคำถามถึงที่มาของความร่ำรวยของเจ้าหน้าที่บางคน ซึ่งไม่สอดคล้องกับเงินเดือนและตำแหน่งราชการ ทั้งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้ “ศาลก็รู้ดี” แต่หากต้นทาง (พนักงานสอบสวน) ไม่ส่งสำนวนหรือทำคดีแบบผักชีโรยหน้า สุดท้ายวงจรนี้ก็ไม่มีวันจบสิ้น
ทางออก: การกวาดล้างที่ต้องเริ่มจาก “บ้านตัวเอง”
การจะแก้ปัญหาของเถื่อนชายแดนใต้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเข้มงวดในการด่านตรวจ แต่ต้องประกอบด้วย:
- การปฏิรูปหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย: ต้องมีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินข้าราชการในพื้นที่อย่างเข้มงวดและโปร่งใส โดยองค์กรอิสระภายนอก
- การทำลายระบบอุปถัมภ์: ต้องแยกบทบาทระหว่างภารกิจด้านความมั่นคงกับภารกิจด้านปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้มีการรวมศูนย์อำนาจ
- การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน: ประชาชนต้องเป็นหูเป็นตาได้โดยไม่ต้องกลัวอิทธิพล โดยมีมาตรการคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแสที่เป็นธรรม
บทสรุป
ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แต่การจับกุมเพียงแค่ตัวเลขสถิติรายครั้งนั้นไม่เพียงพอ หากไม่สามารถสาวถึง “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ที่แท้จริงได้ สังคมยังคงรอคำตอบว่า บุหรี่เหล่านี้มาทางไหน? ผ่านจุดตรวจมาได้อย่างไร? และทำไมข้าราชการที่ร่ำรวยผิดปกติจึงยังลอยนวลอยู่ได้?
ชายแดนใต้ต้องการความสงบที่มาพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สุจริต ไม่ใช่การอยู่ภายใต้อำนาจมืดที่คอยกัดกินอนาคตของคนในพื้นที่และประเทศชาติไปวันๆ
172 total views, 42 views today

More Stories
บาบอฮุสณี สื่อสาร 7 กลุ่ม ปมกระแสรัฐเดินหน้าผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ย้ำ “ไม่ต่อต้านการพัฒนา” แต่ต้องอยู่บนข้อมูล การมีส่วนร่วม และความเป็นธรรม
เปิดปมปลด 2 อิหม่ามสงขลา! คณะกรรมการอิสลามฯ ร่อนแถลงฉบับเต็ม ยันยึดหลักศาสนาและกฎหมายเพื่อรักษา “เอกภาพชุมชน”
เชื่อไฟใต้ไม่มอด เพราะ “ความล่าช้าคือความอยุติธรรม”: บทเรียนจากคดี 15 ปีบนศาลทหาร : ฟัครุดดีน บอตอ อดีตสว.นราธิวาส” (ตอนที่ 2)