สิงหาคม 16, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

เปิดปม “ของเถื่อนชายแดนใต้”: เมื่ออำนาจมืดซ้อนทับความมั่นคง ใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง?

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

“ก่อนอื่นขอชื่นชม เจ้าหน้าที่ แต่ก็ฝากคำถามแล้วบุหรี่เถื่อนมาทางไหน ทำไมอย่างไร ?
ทำไมพึ่งจับได้ เขาทำมานานหรือยัง?”

https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/164964

บทนำ: รอยรั่วที่ไม่มีวันปิด

     พื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางด้านความมั่นคงจากเหตุการณ์ความไม่สงบเท่านั้น แต่ยังเป็น “สมรภูมิทางเศรษฐกิจสีเทา” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สินค้าเถื่อน โดยเฉพาะบุหรี่หนีภาษี เหล้าเถื่อน และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กลายเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงเครือข่ายอิทธิพลมาอย่างยาวนาน คำถามที่สังคมถามอยู่เสมอคือ ในขณะที่งบประมาณด้านความมั่นคงถูกอัดฉีดลงไปมหาศาลตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำไมสินค้าเหล่านี้จึงยังคงไหลทะลักเข้าสู่ตลาดได้อย่างไร?

ข่าวการจับกุมล่าสุดและข้อกังขา

     เหตุการณ์จับกุมบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ เป็นการสะท้อนถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่พยายามแสดงผลงานให้เห็น อย่างไรก็ตาม แทนที่จะได้รับเสียงชื่นชมเพียงอย่างเดียว สังคมกลับตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า “ทำไมถึงพึ่งจับได้?” และ “ที่ผ่านมาหายไปไหน?”

     มีการตั้งข้อสังเกตว่า เกือบทุกครั้งที่มีการจับกุม มักจะมีการโยนความผิดไปที่ “ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” เพื่อดึงเข้าสู่กรอบความมั่นคง ทั้งที่ในความเป็นจริง สินค้าเหล่านี้มีเส้นทางเดินที่ชัดเจนและใช้ระบบขนส่งที่เอื้ออำนวย ซึ่งคนในพื้นที่ต่างรู้ดีว่า “ไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้” หากปราศจาก “ไฟเขียว” หรือการรู้เห็นเป็นใจจากผู้มีอำนาจในพื้นที่?

ปัญหาเชิงโครงสร้าง: ใครปล่อยให้ของเถื่อนเรืองอำนาจ?

ผลวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจชายแดนใต้หลายฉบับระบุตรงกันว่า สินค้าเถื่อนไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจาก “โครงสร้างอำนาจ”

  • ผลประโยชน์ทับซ้อน: การมีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมหาศาลประจำอยู่ในพื้นที่ กลายเป็นดาบสองคม หากระบบการตรวจสอบไม่เข้มแข็งพอ ธุรกิจสีเทาจะกลายเป็นแหล่งรายได้เสริมของคนในเครื่องแบบบางกลุ่ม
  • ระบบอุปถัมภ์: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นกับข้าราชการระดับต่างๆ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นแบบเลือกปฏิบัติ (Selective Enforcement)
  • ช่องว่างงบประมาณ: การใช้งบประมาณนับแสนล้านบาทตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เน้นการทหารเป็นหลัก แต่กลับละเลยการสร้างระบบเศรษฐกิจสีขาวที่โปร่งใส ทำให้เศรษฐกิจเถื่อนกลายเป็นทางรอดเดียวของเครือข่ายอิทธิพล

เสียงจากประชาชน: ความเจ็บปวดและการตั้งคำถาม

     ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการจับกุม แต่พวกเขารู้สึก “สมเพช” ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า “ทหาร ตำรวจเป็นหมื่น ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองในนามกอ.รมน. เพื่อทำงานบูรณาการ มีด่านความมั่นคงนับพัน ทำไมปล่อยให้ของเถื่อนเรืองอำนาจ” สะท้อนถึงความสิ้นหวังต่อระบบยุติธรรม หลายคนตั้งคำถามถึงที่มาของความร่ำรวยของเจ้าหน้าที่บางคน ซึ่งไม่สอดคล้องกับเงินเดือนและตำแหน่งราชการ ทั้งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้ “ศาลก็รู้ดี” แต่หากต้นทาง (พนักงานสอบสวน) ไม่ส่งสำนวนหรือทำคดีแบบผักชีโรยหน้า สุดท้ายวงจรนี้ก็ไม่มีวันจบสิ้น

ทางออก: การกวาดล้างที่ต้องเริ่มจาก “บ้านตัวเอง”

การจะแก้ปัญหาของเถื่อนชายแดนใต้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเข้มงวดในการด่านตรวจ แต่ต้องประกอบด้วย:

  • การปฏิรูปหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย: ต้องมีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินข้าราชการในพื้นที่อย่างเข้มงวดและโปร่งใส โดยองค์กรอิสระภายนอก
  • การทำลายระบบอุปถัมภ์: ต้องแยกบทบาทระหว่างภารกิจด้านความมั่นคงกับภารกิจด้านปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้มีการรวมศูนย์อำนาจ
  • การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน: ประชาชนต้องเป็นหูเป็นตาได้โดยไม่ต้องกลัวอิทธิพล โดยมีมาตรการคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแสที่เป็นธรรม

บทสรุป

     ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ แต่การจับกุมเพียงแค่ตัวเลขสถิติรายครั้งนั้นไม่เพียงพอ หากไม่สามารถสาวถึง “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ที่แท้จริงได้ สังคมยังคงรอคำตอบว่า บุหรี่เหล่านี้มาทางไหน? ผ่านจุดตรวจมาได้อย่างไร? และทำไมข้าราชการที่ร่ำรวยผิดปกติจึงยังลอยนวลอยู่ได้?

ชายแดนใต้ต้องการความสงบที่มาพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สุจริต ไม่ใช่การอยู่ภายใต้อำนาจมืดที่คอยกัดกินอนาคตของคนในพื้นที่และประเทศชาติไปวันๆ

 172 total views,  42 views today

You may have missed