อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจและคราบน้ำตาแห่งความตื้นตันในค่ำคืนที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมุดหมายสำคัญของผลการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน (อาเซียน คัพ 2026) ที่ทีมชาติไทยเอาชนะเมียนมา 2-0 และทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ภาพของ “เจ้าฟี” เจะฮานาฟี มามะ กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปี ที่วิ่งไปฉลองประตูแรกในนาม “ทีมชาติไทยชุดใหญ่” ต่อหน้าคุณพ่อและคุณแม่ที่เดินทางมาให้กำลังใจขอบสนาม คือภาพสะท้อนของ “ความฝันที่เป็นจริง” ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเด็กเยาวชนไทยทุกคน โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เส้นทางลูกหนังจากดินดอนสามเหลี่ยมทองคำ สู่เวทีระดับชาติ
เจะฮานาฟี มามะ เกิดและเติบโตที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ท่ามกลางบรรยากาศและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หล่อหลอมด้วยวิถีชีวิตแบบพี่น้องมุสลิมและโรงเรียนพีระยานาวิน คลองหิน ปัตตานีซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ชายแดนใต้ เช่นเดียวกับเยาวชนท้องถิ่นหลายคนที่เติบโตมากับความหลงใหลในลูกกลมๆ บนผืนหญ้าสนามฟุตบอล
- จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ในบ้านเกิด: เจ้าฟีฉายแววความสามารถด้านลูกหนังตั้งแต่อายุยังน้อย จนกระทั่งสร้างชื่อเสียงด้วยการสร้างสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามให้กับสโมสรบ้านเกิดอย่าง “ปัตตานี เอฟซี” (ปืนใหญ่ลังกาสุกะ) ด้วยวัยเพียง 16 ปี ในฤดูกาล 2021-22
- ไต่เต้าสู่มืออาชีพ: ด้วยฝากฝีเท้าที่โดดเด่นและความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ทำให้เขาโยกไปสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมในเวทีไทยลีก 3 กับสโมสรเอฟซี ยะลา ก่อนที่ความสามารถจะไปเตะตา “สโมสรพีที ประจวบ เอฟซี” ทีมดังในศึกไทยลีก 1 จนกระทั่งคว้าตัวมาร่วมทัพ “ต่อพิฆาต” ในช่วงปลายปี 2024
- ก้าวสู่ธงไตรรงค์: จากฟอร์มการเล่นที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (U23) และสร้างความฮือฮาด้วยการยิงประตูสุดสวยในทัวร์นาเมนต์นานาชาติที่ประเทศจีน ก่อนจะได้รับโอกาสครั้งประวัติศาสตร์จากสตาฟฟ์โค้ชให้ขยับขึ้นมาติดทัพ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ลุยศึกอาเซียน คัพ 2026 นี้
เสียงจากหัวใจ: ทำเพื่อพ่อแม่ และส่งต่อแรงบันดาลใจถึงน้องๆ ชายแดนใต้
หลังจบเกมที่ซัดจุดโทษสุดสำคัญพาไทยคว้าแชมป์กลุ่มบี เจะฮานาฟี ได้เปิดใจด้วยความตื้นตันว่า แม้เขาจะมองว่าตนเองยังมีจุดที่ต้องพัฒนาและเค้นฟอร์มเก่งออกมาให้มากกว่านี้ แต่ความรู้สึกในวินาทีที่ซัดบอลตุงตาข่ายต่อหน้าครอบครัวคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้
“ผมไม่ได้รู้สึกกดดันเท่าไหร่ ตอนยิงจุดโทษ ผมมั่นใจมาก อยากทำประตูเพราะครอบครัวมาดู อยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ที่ได้ทำประตูให้ทีมชาติไทย” — เจะฮานาฟี กล่าวด้วยความภูมิใจ
นอกจากความสุขส่วนตัวแล้ว เจะฮานาฟี ยังตระหนักดีว่าบทบาทของเขาในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักฟุตบอลอาชีพทั่วไป แต่เขาคือ “ไอดอล” และสะพานแห่งแรงบันดาลใจ ให้กับน้องๆ เยาวชนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และเด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีความฝันอยากก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุดในระดับสากล
ความสำเร็จของ เจะฮานาฟี มามะ ในวัยเพียง 20 ปี จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากมีความเพียรพยายาม มีวินัย และได้รับการสนับสนุนที่ถูกต้องจากครอบครัวและระบบการพัฒนาเยาวชน “ความฝัน” จากชายแดนใต้… ก็สามารถก้าวมาผงาดเปล่งประกายบนผืนหญ้าระดับประเทศได้อย่างภาคภูมิใจ
246 total views, 114 views today

More Stories
ฟุตบอล คือ Soft Power สร้างการเรียนรู้และพหุวัฒนธรรม: กรณีศึกษาทีมชาติไทย
หลากหลายโรงเรียนตบเท้าคว้ารางวัล! สรุปผลการแข่งขันกีฬานักเรียนสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลา ประจำปี 2569
พลังเยาวชนชายแดนใต้! นักเรียน 2,000 คนจากเกือบ 60 โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสงขลา รวมพลังจัดมหกรรมกีฬาสานสัมพันธ์