สิงหาคม 6, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ฟุตบอล คือ Soft Power สร้างการเรียนรู้และพหุวัฒนธรรม: กรณีศึกษาทีมชาติไทย

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ

     ฟุตบอลไม่ใช่เพียงแค่กีฬาที่ตัดสินกันด้วยผลแพ้ชนะหรือเสียงเฮในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ทางสังคมขนาดใหญ่ที่สะท้อนมิติทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของผู้คนในสังคมได้อย่างชัดเจน

     ในบริบทของประเทศไทย ฟุตบอลได้ทำหน้าที่เป็น Soft Power ที่ทรงพลังในการหลอมรวมความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน บนผืนหญ้าสีเขียว เราไม่ได้เห็นเพียงแค่ความสามารถเชิงกีฬา แต่เราได้เห็นภาพสะท้อนของ “ความเป็นไทย” ในมิติใหม่—มิติที่ความหลากหลายกลายเป็นความงดงาม และสนามฟุตบอลกลายเป็นห้องเรียนชีวิตที่สอนให้ผู้คนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ทฤษฎีทักษะวัฒนธรรม (Cultural Competence / Cultural Skills)

     ทักษะวัฒนธรรม (Cultural Skills) เป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวคิดสมรรถนะทางวัฒนธรรม (Cultural Competence) ซึ่งหมายถึง ความสามารถของบุคคลหรือกลุ่มคนในการทำความเข้าใจ ชื่นชม และมีปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิผลกับผู้คนที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อที่แตกต่างกัน

ทักษะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ต้องอาศัย

  • การตระหนักรู้และความเข้าใจ (Cultural Awareness): การเปิดใจรับรู้ว่าเพื่อนร่วมทีมหรือเพื่อนมนุษย์มีความเชื่อและวิถีปฏิบัติที่แตกต่าง
  • การเคารพความแตกต่าง (Cultural Respect): การให้เกียรติพื้นที่ทางจิตใจและพิธีกรรมส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ตัดสิน
  • การปรับตัวและการอยู่ร่วมกัน (Cultural Integration): การผสานเป้าหมายร่วมกันเข้ากับวิถีปฏิบัติที่หลากหลาย จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงบวกในสังคม

จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ: พหุวัฒนธรรมบนผืนหญ้าไทยลีกและทีมชาติไทย

เพจ Fake Football กล่าวว่า

ประเทศไทยเปิดรับแทบทุกศาสนาและวัฒนธรรม นี่คือสิ่งที่ชอบมาก

เมื่อคุณดูทีมชาติไทย หรือ ไทยลีก

  • คุณจะเห็นนักเตะไทยพุทธ ไหว้ศาลก่อนเกม หรือขอพรก่อนลงวอร์ม
  • นักเตะไทยศาสนาคริสต์อธิษฐานถึงพระเจ้าหลังทำประตูได้ เช่น สันติภาพ แย้มแสน นักเตะอุทัยธานี เอฟซี
  • นักเตะไทยมุสลิม ทำซูญูด (กราบตามศาสนาอิสลาม) หลังทำประตูได้ อาทิ ศุภชัย ใจเด็ด

เห็น เจะฮานาฟี มามะ หรือ อิคลาส สันหรน ที่ใส่กางเกงรัดรูปขายาวลงเล่นเพื่อปิดหัวเข่าตามหลักศาสนาอิสลาม

เห็นนักเตะไทย โกนผมห่มผ้าเหลืองบวชพระ ช่วงปิดฤดูกาล

อย่างทีมชาติไทยชุดนี้ เรามีนักเตะหลายศาสนาอยู่ด้วยกันได้อย่างดี

เช่น เจะฮานาฟี มามะ – อิสลาม, กรกฏ พิพัฒนัดดา – พุทธ, ฉัตรชัย บุตรพรม – คริสต์

นี่คือความหลากหลายของประเทศไทย และชอบมากที่ประเทศนี้ ไม่ปิดกั้น วัฒนธรรม ศาสนา เลย

จากคำกล่าวของเพจนี้ สะท้อนว่า เมื่อเราหันมามองวงการฟุตบอลไทย ทั้งในระดับสโมสร (ไทยลีก) และทีมชาติไทย ทฤษฎีทักษะวัฒนธรรมถูกแปลเปลี่ยนเป็นภาพจริงที่จับต้องได้และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ดังนี้

  • ความหลากหลายทางความเชื่อและศาสนาในสนามเดียวกัน
    • นักเตะไทยพุทธ: เรามักเห็นภาพนักกีฬาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือขอพรก่อนลงสนามและก่อนอบอุ่นร่างกาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจตามวิถีความเชื่อดั้งเดิม
    • นักเตะไทยศาสนาคริสต์: แสดงออกถึงความศรัทธาด้วยการอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าหลังทำประตูสำคัญ เช่น สันติภาพ แย้มแสน นักเตะจากอุทัยธานี เอฟซี
    • นักเตะไทยมุสลิม: แสดงความนอบน้อมต่อพระผู้เป็นเจ้าผ่านการทำซูญูด (กราบตามหลักศาสนาอิสลาม) หลังยิงประตูได้ เช่น ศุภชัย ใจเด็ด
  • การเคารพหลักปฏิบัติทางศาสนาผ่านเครื่องแต่งกาย: การที่เราได้เห็นนักเตะอย่าง เจะฮานาฟี มามะ หรือ อิคลาส สันหรน สวมใส่กางเกงรัดรูปขายาวลงสนามเพื่อปิดหัวเข่าตามหลักศาสนาอิสลาม สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม สโมสร และฝ่ายจัดการแข่งขันที่เข้าใจในหลักปฏิบัติทางศาสนา
  • วัฒนธรรมไทยนอกฤดูกาลแข่งขัน: ภาพนักฟุตบอลไทยลาบวช โกนผม และห่มผ้าเหลืองในช่วงปิดฤดูกาล เพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่และฝึกจิตใจ เป็นอีกหนึ่งมิติทางวัฒนธรรมที่ถูกหลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิตของนักกีฬาอาชีพ
  • ความเป็นหนึ่งเดียวของทีมชาติไทย: ขุมกำลังทีมชาติไทยในปัจจุบันประกอบด้วยนักกีฬาจากหลากหลายความเชื่อ เช่น เจะฮานาฟี มามะ (อิสลาม), กรกฏ พิพัฒนัดดา (พุทธ), และ ฉัตรชัย บุตรพรม (คริสต์) ซึ่งทั้งหมดสามารถผนกำลังกันลงสนามเพื่อธงชาติไทยได้อย่างไร้รอยต่อ

สรุป

     กรณีศึกษาของฟุตบอลทีมชาติไทยและไทยลีก เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า ประเทศไทยมีความงดงามในเรื่องของพหุวัฒนธรรม ความเปิดกว้างและไม่ปิดกั้นทางศาสนาหรือวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ทำให้สังคมไทยน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้วงการกีฬาของเรามีความเป็นมืออาชีพและเต็มไปด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

     ฟุตบอลจึงไม่ได้เป็นแค่เกมกีฬา แต่เป็น Soft Power ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความแตกต่าง” ไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ หากหัวใจทุกดวงมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการสร้างความสุขให้แก่แฟนบอลชาวไทยทุกคน

 608 total views,  608 views today