อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ
อาหารบนโต๊ะอาหารของเราแต่ละจานไม่ใช่เพียงแค่ความอิ่มอร่อย แต่คือผลลัพธ์จากการดูแลทรัพยากรทางทะเลด้วยภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น การที่ชุมชนท้องถิ่นลุกขึ้นมาร่วมกันปกป้องท้องทะเล จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาธรรมชาติไว้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความมั่นคงทางอาหารของชุมชน รวมถึงผู้คนในเมืองอย่างพวกเราทุกคนด้วย
สถานการณ์ปัจจุบัน: เมื่อการพัฒนาชนกับวิถีชีวิต
ในขณะที่ภาคประชาชนและเครือข่ายสิ่งแวดล้อม เช่น กรีนพีซ ประเทศไทย กำลังผลักดันข้อเสนอ “เลชุมชน จะนะ–เทพา” ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์โดยชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย (OECMs) เพื่อปกป้องพื้นที่ทะเลและชายฝั่งกว่า 404,531 ไร่ ท่ามกลางความหวังว่าข้อเสนอนี้จะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (กอช.) (อ้างอิง จาก https://www.facebook.com/share/p/1BgdHq3syB/?mibextid=wwXIfr)
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลโดยการนำของ ทำเนียบรัฐบาล ได้เตรียมจัดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรนอกสถานที่ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 September นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปรับปรุงผังเมือง และเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทำให้เกิดคำถามสำคัญจากภาคประชาสังคมว่า ทิศทางการพัฒนาจากส่วนกลางเหล่านี้จะสอดคล้องหรือสวนทางกับเสียงของคนในพื้นที่?
ทำไมและอย่างไร: ความสำคัญของ “เลชุมชน”
การผลักดัน ‘เลชุมชน จะนะ–เทพา’ ให้เป็น OECMs ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลขพื้นที่อนุรักษ์เชิงสถิติ แต่คือการยอมรับบทบาทของชุมชนท้องถิ่นในฐานะ “ผู้ดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยตนเอง” เพื่อป้องกันไม่ให้ความหลากหลายทางชีวภาพถูกทำลายจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่
ชุมชนได้สะท้อนเสียงผ่านเวทีสาธารณะและวงแลกเปลี่ยนร่วมกับสื่อมวลชนว่า การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งจะต้องยึดหลักการที่ชุมชนเป็นผู้นำ เคารพสิทธิชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง และย้ำเตือนว่ากลไกอย่าง OECMs ต้องไม่ถูกบิดเบือนให้กลายเป็น “เครื่องมือฟอกเขียว” หรือสร้างความชอบธรรมให้กับกิจกรรมทางธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ทฤษฎีการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่การปฏิบัติ: “ทำให้ดู ให้แล”
การขับเคลื่อนของชาวจะนะ–เทพา สะท้อนหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ที่ผสานมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกัน ผ่านแนวปฏิบัติที่เรียกว่า “ทำให้ดู ให้แล”:
- ทำให้ดู: การแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรประมงพื้นบ้านและดูแลท้องทะเลด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
- ให้แล (ให้ได้มองเห็นและเรียนรู้): การเปิดพื้นที่ให้สังคม หน่วยงานรัฐ และผู้กำหนดนโยบายได้เข้ามาเรียนรู้และรับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

การจัดการเรียนรู้ผ่าน Active Listening
ในมิติทางวิชาการ การแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงนโยบายและการพัฒนาพื้นที่ จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการ Active Listening (การฟังอย่างลึกซึ้ง) ซึ่งไม่ใช่แค่การได้ยินเสียงสะท้อน แต่เป็นการทำความเข้าใจบริบทความต้องการ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งอย่างแท้จริง ก่อนที่ภาครัฐจะตัดสินใจกำหนดนโยบาย ผังเมือง หรือโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ลงไปในพื้นที่
สรุปและข้อเสนอแนะ
การประชุม ครม.สัญจรที่กำลังจะมาถึง ณ อำเภอหาดใหญ่ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและไม่สร้างความขัดแย้ง ภาครัฐควรนำข้อเสนอของภาคประชาชนไปประกอบการพิจารณาอย่างจริงจัง ดังนี้:
- ทบทวนผังเมืองและโซนนิ่งร่วมกับชุมชน: การปรับเปลี่ยนผังเมืองต้องเปิดให้ประชาชนในพื้นที่และภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมและความมั่นคงทางอาหาร
- รับรอง “เลชุมชน จะนะ–เทพา” เป็น OECMs: ภาครัฐควรเร่งผลักดันและสนับสนุนการรับรองพื้นที่คุ้มครองโดยชุมชน เพื่อให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิของคนท้องถิ่นในการดูแลรักษาฐานทรัพยากร
- ยึดหลักการพัฒนาที่เคารพสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน: โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น โครงข่ายระบบรางหรือท่าเรือ ควรผ่านการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ร่วมสนับสนุนการต่อสู้ของพี่น้องชาวจะนะ – เทพา ในการปกป้องท้องทะเลและสร้าง ‘เลชุมชน’ ให้สำเร็จได้ที่ เว็บไซต์รณรงค์กรีนพีซ
6,283 total views, 4,939 views today

More Stories
วิกฤตอาวุธปืนกับการพกพาข้ามเขต: เมื่อ “โรงเรียน” กลายเป็นพื้นที่เปราะบางท่ามกลางความท้าทายด้านความปลอดภัย:“กรณีชายแดนใต้”
พลิกวิกฤตบูลลี่ในรั้วโรงเรียนสอนศาสนา ด้วย “Active Learning ศตวรรษที่ 21” อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
บทสะท้อนจาก บาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะ “สารถึงสังคมมุสลิมและต่างศาสนิก จากบทเรียนของโศกนาฏกรรม”ล่าสุด