มิถุนายน 30, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ชุมชนอ่าวปัตตานีประกาศธรรมนูญชุมชนด้านสภาพภูมิอากาศ ฉบับแรกในชายแดนภาคใต้ของไทย

แชร์เลย

       วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณชายหาดแหลมตาชี จังหวัดปัตตานี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย UNDP จังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่ง องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมโพธิ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมลงนามแสดงเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมเปิดตัวแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก

        ในการนี้ ชุมชนในอ่าวปัตตานีเป็นพื้นที่แรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศที่ประกาศและร่วมลงนาม “ธรรมนูญชุมชนด้านสภาพภูมิอากาศ” หรือ “ธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์” เพื่อขับเคลื่อนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่น ซึ่งมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนในด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากภาคีต่าง ๆ มูลค่ารวมกว่า 82.5 ล้านบาท (2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

        ธรรมนูญฉบับนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน ในระยะเวลากว่าสองปี ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการ Climate Finance Network (CFN) ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (Foreign, Commonwealth & Development Office: FCDO)

นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า

“การจัดทำธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์ถือเป็นก้าวสำคัญของชุมชนชายฝั่งอ่าวปัตตานีในการเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จังหวัดปัตตานีพร้อมสนับสนุนการบูรณาการกรอบการดำเนินงานของชุมชนฉบับนี้เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดในระยะต่อไป”

ธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและประมง
ครอบคลุมการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การกำกับดูแลการทำประมง และการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยแนวทางที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions)

2. สิ่งแวดล้อมและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

3. การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านบทบาทการเป็นผู้นำของผู้หญิงและเยาวชน

4. สังคม สุขภาพ และคุณภาพชีวิต
ครอบคลุมการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารสำหรับเด็ก การสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะที่ดี การลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดบุหรี่และปลอดยาเสพติด

      ธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการรับรองและประกาศเจตนารมณ์ร่วมจากผู้แทนกว่า 360 คน จากชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และองค์กรเพื่อการพัฒนา ที่เข้าร่วม

      นีฟ คอลิเออร์-สมิธ (Niamh Collier-Smith) ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีกับชุมชนและภาคีทุกฝ่ายว่า ประสบการณ์จากปัตตานีแสดงให้เห็นว่า การสร้างความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเกิดผลสูงสุดเมื่อการลงทุนตอบสนองต่อความต้องการที่ชุมชนเป็นผู้กำหนด

“Climate Finance Network แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาวะผู้นำของชุมชน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สามารถช่วยดึงทรัพยากรไปสู่แนวทางแก้ไขที่เสริมสร้างความเข้มแข็ง ปกป้องวิถีชีวิต และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน เราหวังว่าหมุดหมายนี้ในจังหวัดปัตตานีจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการขยายผลในพื้นที่อื่นของประเทศไทย”

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า

“ธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่สะท้อนพลังของการมีส่วนร่วมของชุมชน สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติพร้อมสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวในฐานะส่วนหนึ่งของกรอบนโยบายสุขภาพของประเทศไทย”

      ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ผ่านองค์ความรู้ทางวิชาการและความร่วมมือด้านการจัดการความรู้ เพื่อร่วมผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ

      นอกจากนี้ ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของโครงการ Climate Finance Network (CFN) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรและ UNDP ที่มุ่งเชื่อมโยงการลงทุนจากภาครัฐและภาคเอกชนไปสู่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชุมชนเป็นผู้กำหนด และสนับสนุนแนวทางรับมือที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนอีกด้วย

 243 total views,  243 views today

You may have missed