
ด่วนจากยะลา (23 มิถุนายน 2569) ณ สนามโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง หมู่ที่ 3 ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ได้เกิดปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนบรรยากาศของพื้นที่สถานการณ์ความไม่สงบให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคราบน้ำตาแห่งความตื้นตัน ในพิธีเปิด “โครงการสืบสานกีฬาพื้นบ้าน สานสัมพันธ์องค์กร ก้าวสู่ยุคดิจิทัล ประจำปี 2569” ภายใต้สโลแกนสุดลึกซึ้ง “ครอบครัวกาบัง มีฉัน มีเธอ” โดยได้รับเกียรติจาก นายอัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอับดุลอาซิ ดือราแม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง ในนามผู้จัดกิจกรรม ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และผู้นำชุมชนร่วมงานอย่างเนืองแน่นถึง 13 ทีม พลิกโฉมสนามแข่งขันให้กลายเป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งอำเภอ
นายอำเภอกาบัง ชี้ “กีฬาพื้นบ้าน” คือยาวิเศษลดความตึงเครียด ยึดเหนี่ยวจิตใจคนในพื้นที่
ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ การจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากแต่เป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อทลายกำแพงความเครียดและสร้างความไว้วางใจระหว่างภาครัฐและประชาชน โดย นายอัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง ได้ลงแข่งขันร่วมกับผู้นำและประชาชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมกล่าวถึงความตั้งใจในการจัดงานครั้งนี้ว่า
“ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความกดดันและสถานการณ์ที่อ่อนไหว สิ่งที่ประชาชนขาดหายไปนานคือรอยยิ้มและความผ่อนคลาย กีฬาพื้นบ้านคือมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ง่ายที่สุด มันไม่มีแบ่งแยกยศตำแหน่ง ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างข้าราชการกับชาวบ้าน วันนี้เรามาแข่งขันกีฬา ‘ห่วงใยเธอเสมอ’ และกีฬาอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาครัฐและภาคประชาชนเราพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ความผูกพันที่เกิดขึ้นในสนามแห่งนี้ จะเป็นเกราะป้องกันความขัดแย้ง และเปลี่ยนความตึงเครียดให้กลายเป็นพลังบวกในการพัฒนาอำเภอกาบังของเราอย่างยั่งยืน”
นายก อบต.กาบัง เดินหน้าสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ด้วยสายใยแห่งความเอื้ออาทร
ด้าน นายอับดุลอาซิ ดือราแม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง ผู้นำหัวเรือใหญ่ในการรังสรรค์กิจกรรมนี้ ได้เปิดเผยถึงแนวคิดในการเปลี่ยนสนามสารพัดประโยชน์ให้กลายเป็น “พื้นที่ปลอดภัยด้วยกีฬาพื้นบ้าน” โดยระบุว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบที่ยั่งยืนที่สุดต้องเริ่มต้นจากระดับครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง การที่ทุกคนได้มาร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ และแสดงความเอื้ออาทรต่อกัน คือหัวใจหลักในการดับไฟใต้
“อบต.กาบัง ตั้งใจจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อหล่อหลอมให้ทุกคนตระหนักว่าเราคือ ‘ครอบครัวกาบัง’ ที่ต้องมีความรักและเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน กีฬาพื้นบ้านในวันนี้เราเน้นความสนุกสนานมากกว่าผลแพ้ชนะ ทุกรอยยิ้มและการให้อภัยในสนามคือคำตอบของการแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง เมื่อชุมชนเกิดความเข้าใจและประสานใจกันเป็นหนึ่งเดียว พื้นที่ปลอดภัยก็จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องใช้อาวุธใดๆ เลย นี่คือสันติสุขที่แท้จริงที่ชาวกาบังร่วมกันสร้างขึ้น”
11 กีฬาแห่งความรัก ชื่อสุดครีเอท สะท้อนภาพ “ดวงใจเดียวกัน”
ไฮไลท์ที่สร้างเสียงเชียร์สะเทือนลั่นสนามคือชื่อและกติกาของกีฬาพื้นบ้านทั้ง 11 รายการ ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างมีนัยยะเพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ไวพริบ และความสามัคคี อาทิเช่น
- กีฬาสำหรับผู้บริหาร : กิจกรรมสานสัมพันธ์ที่ลดช่องว่างระหว่างผู้นำระดับสูงและผู้ปฏิบัติงาน
- กีฬาเสียงสวรรค์ : กีฬาที่แสดงออกถึงไหวพริบของแต่ละกลุ่มในการฟังคำสั่งของผู้นำอย่างตั้งใจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชุมชน
- กีฬาพรมวิเศษ : การนั่งบนพรมผ้าแล้วให้อีก 2 คนลากไปข้างหน้า ซึ่งจะเดินทางไปพร้อมๆ กันได้ต้องใช้ความสามัคคีและการจับจังหวะที่สอดประสานกัน
- กีฬาเพื่อนไม่ทิ้งกัน และ ส่งหัวใจมาฉันรับด้วยใจ : กีฬาที่สื่อถึงความรัก ความซื่อสัตย์ และความเชื่อใจกันอย่างแท้จริง โดยทุกคนร่วมใจเล่นด้วยความจริงใจ
รวมถึงกีฬาอื่นๆ เช่น เธอใส่ฉันถอด, อุโมงค์ของฉัน, หนอนขยับ, พลังหัว, วิ่งผลัดล้อยาง และ หาฉันให้เจอ ซึ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนต่างสลัดคราบตำแหน่งหน้าที่ มาร่วมเหนื่อย ร่วมหัวเราะ และช่วยพยุงกันยามล้มลงในสนาม สะท้อนภาพลักษณ์เด่นชัดว่า “ชาวกาบังคือครอบครัวเดียวกัน ทุกข์สุขจะร่วมแบ่งปัน ช่วยเหลือและประสานกันในสนามจริง”
พลังขับเคลื่อนจาก 13 องค์กรพันธมิตร
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ ซึ่งส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก ประกอบด้วย
- ทีมอำเภอกาบัง
- ทีม อบต.กาบัง
- ทีม สภ.กาบัง
- ทีม กองร้อย ทพ.4709
- ทีมโรงพยาบาลกาบัง
- ทีม รพ.สต.บ้านบันนังดามา
- ทีม รพ.สต.บ้านลูโบ๊ะปันยัง
- ทีมโรงเรียนกาบังพิทยาคม
- ทีมโรงเรียนบ้านบันนังดามา
- ทีมโรงเรียนบ้านนิบง
- ทีมโรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง
- ทีมโรงเรียนบ้านยือนัง
- ทีมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
“โครงการสืบสานกีฬาพื้นบ้าน สานสัมพันธ์องค์กร ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ในปีนี้ ไม่เพียงแต่บรรลุวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนกับภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลสำคัญในการใช้มิติทางวัฒนธรรมและกีฬาเข้ามาเยียวยา บำบัดความเครียด และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับชุมชนท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ
ภาพผู้บริหารจับมือข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และชาวบ้านลากพรมวิเศษด้วยกันในวันนี้ คือประจักษ์พยานชั้นดีว่า ไม่ว่าสถานการณ์ภายนอกจะเป็นอย่างไร แต่ภายใต้ร่มเงาของ “ครอบครัวกาบัง” ความรัก ความสามัคคี และการให้อภัย จะยังคงเป็นแสงสว่างนำทางสู่อนาคตที่สงบสุขและปลอดภัยอย่างยั่งยืนตลอดไป

274 total views, 274 views today

More Stories
ผู้ว่าฯ นราธิวาส เดินหน้าแก้ปัญหาสุคิริน สั่งปิดเหมืองทองป้องกันการบุกรุก จัดระเบียบสัตว์ป่า ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว
คืนสุดท้ายงานของดีเมืองเบตงฯ คึกคัก นักท่องเที่ยวไทย-มาเลเซียแห่ร่วมงาน ร้านนาวากาชาดมอบรางวัลใหญ่คับคั่ง
วันหยุดสุดสัปดาห์ ไทยช่วยไทยพลัส หนุนท่องเที่ยวเบตงคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ซื้อส้มโชกุนเบตง ของฝากยอดนิยม