
วันที่ 28 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการค้าขายผลไม้ในเขตเทศบาลเมืองเบตง โดยเฉพาะทุเรียน คึกคักเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์เดินทางมาเป็นกลุ่มจำนวนมาก เพื่อเลือกซื้อและลิ้มรสทุเรียนหลากสายพันธุ์ ทั้งทุเรียนมูซานคิง โอวฉีหนามดำ พวงมณี และทุเรียนพื้นบ้านเบตง
ราคาทุเรียนปรับตัวลดลงอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ทุเรียนทั้งไทยและมาเลเซียออกผลผลิตพร้อมกันเป็นปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะจากรัฐเปรัค ปีนัง และยะโฮร์ ทำให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาดและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
ในประเทศมาเลเซีย ราคาทุเรียนมูซานคิงและโอวฉี ปรับลดลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 15 ริงกิตต่อกิโลกรัม (ประมาณ 115–120 บาท) และบางแห่งต่ำสุดเพียง 9 ริงกิตต่อกิโลกรัม (ประมาณ 72 บาท)
นางสาวนฤมล รุ่งทิพย์ไพบูลย์ ผู้ค้าทุเรียนในอำเภอเบตง (แผงตรงข้ามบ้านพักศาลจังหวัดเบตง) เปิดเผยว่า ปีนี้ทุเรียนเกือบทุกสายพันธุ์ ทั้งมูซานคิง โอวฉีหนามดำ และพวงมณี ออกผลผลิตพร้อมกัน
โดยในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา มูซานคิงเคยจำหน่ายได้สูงถึงกว่า 500 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปีนี้ราคาเริ่มต้นเพียง 40 บาทต่อกิโลกรัม และทุเรียนเกรดดีถึงเกรดเอ–บี จำหน่ายอยู่ที่ 60–80 บาทต่อกิโลกรัม เท่านั้น
นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียส่วนใหญ่นิยมทุเรียนที่สุกหล่นตามธรรมชาติ เนื่องจากมีรสชาติดีกว่าผลที่ตัดส่งขาย จึงนิยมเดินทางมาถึงอำเภอเบตงโดยตรง แม้ราคาทุเรียนจะลดลง แต่ปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นช่วยให้มีรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท และคาดว่าเมื่อผลผลิตฝั่งมาเลเซียลดลง ราคาทุเรียนเบตงจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้ง
ด้านนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียระบุว่า เดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มาพร้อมเพื่อนโดยเฉพาะ เพราะถือเป็นโอกาสหายากที่จะได้ลิ้มรสทุเรียนคุณภาพดีในราคาประหยัด ขณะเดียวกันยังช่วยเกษตรกรในพื้นที่ระบายผลผลิตได้เป็นอย่างดี

1,024 total views, 2 views today

More Stories
สามจังหวัดชายแดนใต้: จากการดับไฟสู่การสร้างอนาคต เมื่อความมั่นคงต้องเดินคู่กับความยุติธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ
นักท่องเที่ยวมาเลเซียไม่หวั่นเหตุไม่สงบชายแดนใต้ พร้อมประกาศไม่ร่วมแคมเปญบอยคอตไทย ยังคงเดินทางเข้าเบตงคึกคัก
จากเบตงสู่ปัตตานี! “X-Border Moto Route” คาราวานบิ๊กไบค์ไทย–มาเลเซีย ทะยานข้ามพรมแดน เปิดมิติใหม่การท่องเที่ยวชายแดนใต้กว่า 300 กิโลเมตร