อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ข่าวจากรัฐกับฝั่งประชาชน เมื่อสวนทางกัน
#จำคดีลอบยิงสส.กมลศักดิ์
#จำกรณี รัฐ เอาฮ.บินที่เขาตะเว ?
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อกลุ่มเยาวชนนำโดย นายซอและ และเพื่อนรวม 4 คน ประสบเหตุถูกยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์ โดยระบุว่ามาจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินประกบ ขณะที่ทางฝ่ายกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.) และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกมาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่มีการใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์อย่างแน่นอน เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นข้อถกเถียงและสร้างความกังวลใจให้แก่สังคมอย่างมาก
ทำไมเรื่องนี้จึงอันตรายและสร้างความเคลือบแคลง?
ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่ความขัดแย้งของคำพูดระหว่าง “เจ้าหน้าที่รัฐ” กับ “ประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ” แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของความไว้วางใจ จุดที่ตรงกันคือ “มีการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินจริง” และ “มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนจริง” แต่ข้อเท็จจริงกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
- ฝ่ายประชาชน: ยืนยันว่าถูกเฮลิคอปเตอร์ไล่ล่าและยิงใส่จนมีผู้บาดเจ็บสาหัส
- ฝ่ายเจ้าหน้าที่: ยืนยันว่าบินลาดตระเวนสนับสนุนเท่านั้น ไม่มีการใช้อาวุธ และมองว่าเป็นความพยายามดิสเครดิต
เมื่อความจริงถูกบิดเบือนไปคนละทิศละทาง ความระแวงระหว่างรัฐและประชาชนในพื้นที่จึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

ทำอย่างไรจึงจะคลี่คลาย: พิสูจน์ความจริงด้วยวิทยาศาสตร์
โชคดีที่เหตุการณ์ลักษณะนี้มีแนวทางในการตรวจสอบที่ตรงไปตรงมาและทำได้ไม่ยาก หากทุกฝ่ายมีความจริงใจต่อกัน “เรื่องนี้ตรวจสอบง่ายนิดเดียว คือการนำกระสุนออกจากร่างผู้บาดเจ็บแล้วนำมาผ่าพิสูจน์ระบุชนิด”
- ตรวจสอบวิถีกระสุน: ผู้บาดเจ็บระบุว่ากระสุนเข้าจากหน้าท้องทะลุสะโพก ซึ่งสอดคล้องกับการถูกยิงจากที่สูง (บนลงล่าง) สามารถนำผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์จำลองวิถีกระสุนในจุดเกิดเหตุได้
- ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์: นำหัวกระสุนที่ผ่าออกจากร่างของนายซอและ มาเทียบเคียงกับอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ หรืออาวุธที่ติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้

ปัญหาหลักและทางออก: หากไม่โปร่งใส วงจรอุบาทว์จะไม่หยุด
“หากไม่สามารถตรวจสอบด้วยความจริง เป็นธรรม และโปร่งใส ระวังวงจรไฟใต้จะไม่หยุด”
หากหน่วยงานรัฐเลือกที่จะปิดเงียบ ปัดความรับผิดชอบ หรือทำให้กระบวนการตรวจสอบคลุมเครือ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความสูญเสียทางศรัทธา ความโกรธแค้นของประชาชนในพื้นที่ และความรุนแรงรอบใหม่ที่จะถูกจุดชนวนขึ้นจากความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทางออกที่ดีที่สุด คือการตั้งคณะกรรมการกลางที่เป็นอิสระ โปร่งใส และมีตัวแทนจากภาคประชาสังคมหรือองค์กรสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้ผลการตรวจสอบออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ความจริงเท่านั้นที่จะเยียวยาความรู้สึกของผู้สูญเสีย และช่วยตัดวงจรอุบาทว์ของความรุนแรงในชายแดนใต้ไม่ให้ลุกลามต่อไป
925 total views, 925 views today

More Stories
รายงานพิเศษ: ถักทอเส้นทางสันติภาพไทย – ชายแดนใต้ ;เปิดมุมมองและบทเรียนจาก รศ.ดร.โคทม อารียา “วิศวกรสันติวิธี” ผู้ไม่เคยหยุดเดิน
สามจังหวัดชายแดนใต้: จากการดับไฟสู่การสร้างอนาคต เมื่อความมั่นคงต้องเดินคู่กับความยุติธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ
คืนความสงบสุขสู่ชายแดนใต้: เสียงสะท้อนและการก้าวข้ามความรุนแรงด้วยสันติวิธี พร้อมข้อเสนอแนะจาก สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้