อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก “ไม่เห็นชอบ” ให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า นี่คือการใช้อำนาจสภาฯ เพื่อปกป้องพวกพ้องเหนือกฎหมาย
รอยร้าวระหว่าง “รัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน”
เหตุการณ์นี้เป็นการเผชิญหน้ากันชัดเจนระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาชน โดยภาพรวมการโหวตเป็นไปอย่างดุเดือด
- ฝ่ายรัฐบาล: นำโดยพรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเศรษฐกิจไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชาติ ต่างผนึกกำลังเป็นเอกฉันท์ในการโหวต “ไม่ส่งตัว” สมาชิกของตนเอง โดยให้เหตุผลเรื่องการทำหน้าที่ในสมัยประชุมและข้อกฎหมายที่ยังมีความเห็นต่าง
- ฝ่ายค้าน: พรรคประชาชนนำ สส. 126 เสียง ยืนหยัดเต็มที่ในการให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม โดยย้ำว่า “เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.” ไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อฟอกขาวหรือหลบเลี่ยงความผิดที่ร้ายแรงต่อสังคม
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น: อารมณ์ประชาชนที่ต่ำลง
ผลจากการโหวตครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “อารมณ์ความรู้สึกของประชาชน” ที่มีต่อพรรคการเมืองในรัฐบาล โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองดังนี้
1. การตั้งคำถามถึงมาตรฐานจริยธรรม
ประชาชนจำนวนมากมองว่า พรรคการเมืองที่ประกาศนโยบายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเว็บพนัน กลับแสดงท่าทีปกป้องสมาชิกพรรคที่ถูกตั้งข้อหาดังกล่าวเสียเอง สร้างความเคลือบแคลงใจว่า “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่เคยสัญญาไว้คือสิ่งที่มีอยู่จริงหรือไม่
2. ภาพลักษณ์ “เกราะคุ้มกันพวกพ้อง”
การรวมหัวกันของพรรครัฐบาลในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันทางการเมืองให้แก่ผู้ที่อาจกระทำความผิด ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลในฐานะผู้รักษากฎหมาย
3. ความสิ้นหวังในระบบตรวจสอบ
เมื่อสภาฯ ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใส กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ใช้ “อำนาจโหวต” เพื่อตัดวงจรการตรวจสอบจากภายนอก ประชาชนจึงเริ่มรู้สึกว่าระบบรัฐสภาอาจไม่ใช่ที่พึ่งในการผดุงความยุติธรรมที่แท้จริง
บทสรุป: ราคาที่ต้องจ่าย
แม้ในเชิงรัฐศาสตร์ พรรคร่วมรัฐบาลจะชนะคะแนนในสภาฯ ครั้งนี้ไปได้ แต่ในเชิง “ต้นทุนทางการเมือง” นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างรุนแรงความโกรธแค้นของสังคมที่เห็นสภาฯ ปกป้อง สส. ที่พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ จะกลายเป็นบาดแผลที่รอวันชำระในคูหาเลือกตั้งครั้งต่อไป
การกระทำครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่เป็นการช่วยเพื่อน สส. ให้รอดพ้นจากคดี แต่คือการ “ประเมินอารมณ์ประชาชนต่ำเกินไป” ท่ามกลางยุคสมัยที่สังคมต้องการเห็นความโปร่งใสและไม่ยอมรับอภิสิทธิ์ชนเหนือกฎหมายอีกต่อไป
การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ และบทเรียนจากกรณีนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า พรรคการเมืองที่เหลืออยู่จะเลือกยึดโยงกับประชาชน หรือจะเลือกยึดโยงกับผลประโยชน์ส่วนตนจนกว่าจะถึงวันที่อำนาจในมือหมดไป
ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้ามากน้อยเพียงใด?
1,143 total views, 1,143 views today

More Stories
กังขาโครงการ “TH-AI Passport” 1.6 พันล้าน: ความจำเป็นหรือความไม่โปร่งใส?
แลนด์บริดจ์: เมื่อสภาปิดประตู แต่ถนนกำลังจะเปิด “เสียงจากภาคประชาชน” ที่รัฐบาลอาจมองข้าม
ศอ.บต. ยุคใหม่ต้องไม่ยึดติดส่วนกลาง: “รักชาติ สุวรรณ” เสนอปฏิรูป พ.ร.บ.ฯ ชูประเด็นดูแลผู้พิการจากเหตุไม่สงบแบบยั่งยืน