มิถุนายน 6, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

สะเทือนศรัทธาประชาชน: สภาฯ ปิดฉาก “ชนนพัฒน์” รัฐบาลผนึกกำลังขวางส่งตัวดำเนินคดี

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก “ไม่เห็นชอบ” ให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์

     ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า นี่คือการใช้อำนาจสภาฯ เพื่อปกป้องพวกพ้องเหนือกฎหมาย

รอยร้าวระหว่าง “รัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน”

เหตุการณ์นี้เป็นการเผชิญหน้ากันชัดเจนระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาชน โดยภาพรวมการโหวตเป็นไปอย่างดุเดือด

  • ฝ่ายรัฐบาล: นำโดยพรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเศรษฐกิจไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชาติ ต่างผนึกกำลังเป็นเอกฉันท์ในการโหวต “ไม่ส่งตัว” สมาชิกของตนเอง โดยให้เหตุผลเรื่องการทำหน้าที่ในสมัยประชุมและข้อกฎหมายที่ยังมีความเห็นต่าง
  • ฝ่ายค้าน: พรรคประชาชนนำ สส. 126 เสียง ยืนหยัดเต็มที่ในการให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม โดยย้ำว่า “เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.” ไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อฟอกขาวหรือหลบเลี่ยงความผิดที่ร้ายแรงต่อสังคม

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น: อารมณ์ประชาชนที่ต่ำลง

      ผลจากการโหวตครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “อารมณ์ความรู้สึกของประชาชน” ที่มีต่อพรรคการเมืองในรัฐบาล โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองดังนี้

1. การตั้งคำถามถึงมาตรฐานจริยธรรม

       ประชาชนจำนวนมากมองว่า พรรคการเมืองที่ประกาศนโยบายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเว็บพนัน กลับแสดงท่าทีปกป้องสมาชิกพรรคที่ถูกตั้งข้อหาดังกล่าวเสียเอง สร้างความเคลือบแคลงใจว่า “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่เคยสัญญาไว้คือสิ่งที่มีอยู่จริงหรือไม่

2. ภาพลักษณ์ “เกราะคุ้มกันพวกพ้อง”

     การรวมหัวกันของพรรครัฐบาลในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันทางการเมืองให้แก่ผู้ที่อาจกระทำความผิด ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลในฐานะผู้รักษากฎหมาย

3. ความสิ้นหวังในระบบตรวจสอบ

      เมื่อสภาฯ ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใส กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ใช้ “อำนาจโหวต” เพื่อตัดวงจรการตรวจสอบจากภายนอก ประชาชนจึงเริ่มรู้สึกว่าระบบรัฐสภาอาจไม่ใช่ที่พึ่งในการผดุงความยุติธรรมที่แท้จริง

บทสรุป: ราคาที่ต้องจ่าย

     แม้ในเชิงรัฐศาสตร์ พรรคร่วมรัฐบาลจะชนะคะแนนในสภาฯ ครั้งนี้ไปได้ แต่ในเชิง “ต้นทุนทางการเมือง” นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างรุนแรงความโกรธแค้นของสังคมที่เห็นสภาฯ ปกป้อง สส. ที่พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ จะกลายเป็นบาดแผลที่รอวันชำระในคูหาเลือกตั้งครั้งต่อไป

     การกระทำครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่เป็นการช่วยเพื่อน สส. ให้รอดพ้นจากคดี แต่คือการ “ประเมินอารมณ์ประชาชนต่ำเกินไป” ท่ามกลางยุคสมัยที่สังคมต้องการเห็นความโปร่งใสและไม่ยอมรับอภิสิทธิ์ชนเหนือกฎหมายอีกต่อไป

     การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ และบทเรียนจากกรณีนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า พรรคการเมืองที่เหลืออยู่จะเลือกยึดโยงกับประชาชน หรือจะเลือกยึดโยงกับผลประโยชน์ส่วนตนจนกว่าจะถึงวันที่อำนาจในมือหมดไป

ในมุมมองของคุณ คุณคิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้ามากน้อยเพียงใด?

 1,143 total views,  1,143 views today