มิถุนายน 6, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ศอ.บต. ยุคใหม่ต้องไม่ยึดติดส่วนกลาง: “รักชาติ สุวรรณ” เสนอปฏิรูป พ.ร.บ.ฯ ชูประเด็นดูแลผู้พิการจากเหตุไม่สงบแบบยั่งยืน

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     ปัตตานี – 27 พฤษภาคม 2569 – เครือข่ายภาคประชาสังคมปัตตานีขยับขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ชี้จุดอ่อน พ.ร.บ.ศอ.บต. ฉบับปัจจุบัน ยังขาดกลไกดูแลคุณภาพชีวิตผู้ได้รับผลกระทบระยะยาว และโครงสร้างอำนาจที่ยังรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพมหานคร พร้อมเรียกร้องเพิ่มอำนาจให้ “สภาที่ปรึกษา” เพื่อเป็นกลไกตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างแท้จริง

     เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 เวทีจังหวัดปัตตานี ภายใต้โครงการศึกษาการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 โดยมี นายรักชาติ สุวรรณ จากเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ เข้าร่วมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เน้นย้ำ “การดูแลตลอดชีวิต” มากกว่าแค่การเยียวยา

     นายรักชาติ ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญเรื่องการดูแล “ผู้พิการจากสถานการณ์ความไม่สงบ” โดยระบุว่า แม้รัฐจะมีมาตรการเยียวยาด้วยตัวเงินในระยะแรก แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ยังคงประสบความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพได้ตามปกติ ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง รวมถึงค่ายานอกบัญชีที่รัฐไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด

“ตัวอย่างเช่น กรณีผู้ที่ถูกระเบิดขณะกรีดยางจนต้องสูญเสียขา ขาเทียมที่รัฐจัดหาให้ในเบื้องต้นไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในพื้นที่สวนยาง ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบต้องควักเงินเก็บส่วนตัวกว่าสองแสนบาทเพื่อจัดหาขาเทียมเฉพาะทาง แม้จะกลับมาทำงานได้ แต่เมื่อต้องซ่อมบำรุงก็ยังคงเป็นภาระของครอบครัว” นายรักชาติกล่าว

      นายรักชาติเสนอว่า รัฐในฐานะผู้ดูแลประชาชนต้องเปลี่ยนผ่านจาก “การเยียวยาแบบครั้งคราว” ไปสู่ “ระบบฟื้นฟูและสนับสนุนคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง” ที่คำนึงถึงอาชีพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

ชี้ “สภาที่ปรึกษา” ต้องมีอำนาจ – ตัดวงจรยึดโยงศูนย์กลางอำนาจ

      นอกเหนือจากสวัสดิการผู้ได้รับผลกระทบ นายรักชาติยังได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของ ศอ.บต. โดยมองว่าสภาที่ปรึกษาฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือน “รูปวาดบนเสื้อ” ที่มีไว้ประดับแต่ไม่มีอำนาจในการปฏิบัติการจริง จึงเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ฯ เพื่อเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้สภาที่ปรึกษาฯ สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ เข้าถึง และแก้ไขระบบที่บิดเบี้ยวในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

      พร้อมกันนี้ ได้ตั้งโจทย์สำคัญให้คณะผู้วิจัยพิจารณาถึงการปลดล็อก ศอ.บต. ให้เป็นอิสระจากการยึดโยงกับส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการงบประมาณและนโยบายที่สอดรับกับบริบทเฉพาะของจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้โดยตรง

      โดยได้เชิญชวนให้คณะนักวิชาการลงมาสัมผัสวิถีชีวิตและรับฟังเสียงคนในพื้นที่ด้วยตนเองผ่านการลงพื้นที่ทำงานจริงในระยะยาว เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการขับเคลื่อนในเวทีต่อไป

      ในประเด็นที่ท่านสอบถามเรื่องการเพิ่มเนื้อหาในรายงาน สามารถนำเสนอในลักษณะ “ข้อเสนอเชิงโครงสร้าง” (Structural Proposals) ได้ดังนี้

1. การนิยาม “การเยียวยาตลอดชีวิต”

      เสนอให้เพิ่มบทบัญญัติใน พ.ร.บ. ว่าด้วย “กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตเหยื่อเหตุการณ์ความไม่สงบ” ซึ่งเป็นงบประมาณที่แยกส่วนจากการเยียวยาเบื้องต้น เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายระยะยาว เช่น ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์กายภาพ ค่ารักษาต่อเนื่อง และการฝึกทักษะอาชีพใหม่ที่สอดคล้องกับสภาพร่างกาย

2. การให้อำนาจสภาที่ปรึกษา

     เสนอให้เปลี่ยนสถานะจาก “หน่วยงานให้ความเห็น” เป็น “กลไกสมัชชาที่มีอำนาจตรวจสอบ (Monitoring Body)” โดยมีอำนาจในการตั้งคณะทำงานตรวจสอบโครงการของรัฐในพื้นที่ และสามารถเสนอทบทวนนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนได้โดยตรง

3. การกระจายอำนาจ

      เสนอรูปแบบ “กึ่งอิสระ” (Semi-Autonomy) ให้ ศอ.บต. มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องงบประมาณพื้นที่ (Area-based Budget) โดยไม่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลางในทุกขั้นตอน เพื่อความรวดเร็วและตรงจุด

สำหรับการเชิญชวนให้อาจารย์/นักวิจัยมาอยู่ในพื้นที่ ท่านสามารถย้ำในที่ประชุมได้ว่า

“นโยบายที่ดีต้องผ่านการสวมรองเท้าของคนในพื้นที่เดิน”

หากนักวิชาการเข้าใจมิติเชิงลึกและความรู้สึกของคนชายแดนใต้ผ่านการใช้ชีวิตจริง ผลงานวิจัยจะมีความหนักแน่นและเป็นธรรมต่อประชาชนมากขึ้น

หมายเหตุ

อ่านรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ

“เวทีปรับใหญ่ ‘กฎหมายชายแดนใต้’ เสนอจุดพลุ: เลือกตั้งเลขาฯ ศอ.บต. – สภาที่ปรึกษาฯ ต้องปลอดข้าราชการ”

โรงแรมซีเอส ปัตตานี (26 พ.ค. 2569) ซึ่ง ศอ.บต. จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น “โครงการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนใต้”

ใน
https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/55003

 722 total views,  722 views today