อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

โรงแรมซีเอส ปัตตานี (26 พ.ค. 2569) — ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น “โครงการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553” ครั้งที่ 2 เพื่อรื้อฟื้นและทบทวนข้อกฎหมายที่ใช้มานานกว่า 16 ปี ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
โดยนายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า การระดมสมองจากทุกภาคส่วนครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และจะนำข้อเสนอทั้งหมดไปยกร่างกฎหมายฉบับปรับปรุงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญที่ถูกจับตามองอย่างมากในเวทีนี้ คือข้อเสนอเชิงโครงสร้างเพื่อการกระจายอำนาจตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งมี 2 ประเด็นหลักที่ต้องขยายความว่า “ทำไมต้องเสนอ” และ “จะทำได้อย่างไร” ดังนี้:
เจาะลึกประเด็นที่ 1: เสนอ “เลขาธิการ ศอ.บต. ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง”
ทำไมถึงมีข้อเสนอนี้?
ที่ผ่านมา เลขาธิการ ศอ.บต. มาจากการแต่งตั้งโดยฝ่ายบริหาร (ส่วนกลาง) ทำให้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลส่วนกลางมากกว่าจะเป็นตัวแทนที่ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
การเสนอให้ “เลือกตั้งโดยตรง” และมีวาระดำรงตำแหน่งที่ชัดเจน จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างความยึดโยงกับประชาชน (Accountability) และให้อำนาจคนในพื้นที่ในการเลือกผู้นำมาดับไฟใต้และพัฒนาท้องถิ่นด้วยตัวเอง
ในทางปฏิบัติ… ทำไมผู้วิจัยชี้ว่า “ทำได้ยาก”?
- ติดล็อกประเภทองค์กร: ศอ.บต. ตามกฎหมายปัจจุบันมีฐานะเป็น “ส่วนราชการรูปแบบพิเศษ” ที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” (เช่น อบจ. หรือ กทม.)
- ปมขัดแย้งทางกฎหมาย: ในประเทศไทย ข้าราชการประจำหรือหัวหน้าส่วนราชการไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ หากจะให้เลขาธิการ ศอ.บต. มาจากการเลือกตั้ง “อย่างไร” นั้น จำเป็นต้องล้างไพ่ด้วยการแก้ไขโครงสร้างใหญ่ เปลี่ยน ศอ.บต. ให้กลายเป็น “องค์กรบริหารราชการส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” (คล้ายโมเดลผู้ว่าฯ กทม.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในระดับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ
เจาะลึกประเด็นที่ 2: ผู้เขียนเสนอให้ “สภาที่ปรึกษา ศอ.บต. 12 ภาคส่วน” ต้องลาออกจากราชการก่อนสมัคร
สภาที่ปรึกษาฯ ประกอบด้วยสมาชิก 49 คน จาก 12 ภาคส่วน (เช่น ตัวแทนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา ภาคการศึกษา และกลุ่มอาชีพ) ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการให้คำแนะนำและตรวจสอบการทำงานของ ศอ.บต.
โครงสร้างสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. (49 คน)
- ผู้แทนท้องถิ่น (นายก อบจ., เทศมนตรี, อบต.)
- ภาคประชาสังคม (กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำศาสนา)
- ภาคการศึกษา (รร.เอกชนสอนศาสนา, อุดมศึกษา)
- กลุ่มสาขาอาชีพ (ธุรกิจ, เกษตรกรรม, สตรี)
ทำไมต้องเสนอให้ “ลาออกจากราชการก่อน”?
มีเหตุผลสำคัญ 2 ประการที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน:
1. ลดผลประโยชน์ทับซ้อนและความเกรงใจ (Conflict of Interest)
สมาชิกบางส่วนใน 12 ภาคส่วนนี้ มีสถานะเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งในทางโครงสร้างมีเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นหัวหน้าหรือผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษ หากเกิดประเด็นที่ต้องถกเถียงหรือขัดแย้งกับแนวทางของ ศอ.บต. สมาชิกที่เป็นข้าราชการจะไม่สามารถทำหน้าที่ “ตรวจสอบหรือคัดค้าน” ได้อย่างเต็มที่ เพราะความเกรงใจหรือกลัวผลกระทบต่อหน้าที่การงาน
2. แก้ปัญหา “ถูกย้ายออกนอกพื้นที่”
ข้าราชการมีวาระการโยกย้ายตามวงรอบ วันหนึ่งหากตัวแทนจากภาคส่วนนั้น ๆ ถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดอื่นนอกพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำให้ขาดคุณสมบัติและส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการทำงานของสภาที่ปรึกษาฯ ทันที
จะทำอย่างไร?
ข้อเสนอนี้เสนอให้กำหนดเงื่อนไขใน พ.ร.บ. ฉบับแก้ไขใหม่ ว่าผู้ที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนในสภาที่ปรึกษาฯ ต้องไม่มีสถานะเป็นข้าราชการประจำที่อยู่ภายใต้สายบังคับบัญชาของส่วนราชการ หรือหากเป็น ต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อน เพื่อให้สภาที่ปรึกษาฯ มีความยืดหยุ่น เป็นอิสระ และสะท้อนเสียงของภาคประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องพะวงกับกรอบของระบบราชการ
บทสรุป
การปรับปรุง พ.ร.บ. ศอ.บต. ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การปัดฝุ่นข้อกฎหมาย แต่เป็นการต่อสู้ทางความคิดระหว่าง “การรวบรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางเพื่อความมั่นคง” กับ “การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้จะถูกนำไปยกร่าง และต้องจับตากันต่อไปว่าจะสามารถผลักดันให้เป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดในสภาผู้แทนราษฎร

736 total views, 736 views today

More Stories
กังขาโครงการ “TH-AI Passport” 1.6 พันล้าน: ความจำเป็นหรือความไม่โปร่งใส?
แลนด์บริดจ์: เมื่อสภาปิดประตู แต่ถนนกำลังจะเปิด “เสียงจากภาคประชาชน” ที่รัฐบาลอาจมองข้าม
สะเทือนศรัทธาประชาชน: สภาฯ ปิดฉาก “ชนนพัฒน์” รัฐบาลผนึกกำลังขวางส่งตัวดำเนินคดี