มิถุนายน 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

หยุดใช้ฮิญาบ (นิกอบ) เป็นอาวุธทำลายล้าง

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

หากผู้ก่อเหตุคือมุสลิม: พวกเขาคือผู้ทรยศต่อหลักการอันงดงามของศาสนาตนเองอย่างสิ้นเชิง

หากผู้ก่อเหตุคือศัตรูของมุสลิม: นี่คือแผนการอันสกปรกที่ตั้งใจดิสเครดิตและสร้างความเกลียดชังต่อชาวอิสลาม

นี่คือข้อสังเกตของ Adil Siripatana

เสียงปืนในความเงียบ กับคุณค่าที่ถูกย่ำยีในชายแดนใต้

22 ปีผ่านไป เสียงปืนและคราบน้ำตายังคงเป็นความจริงอันโหดร้ายที่ผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเผชิญอย่างไม่มีวันจบสิ้น

     ล่าสุด ความสูญเสียได้กรีดลึกลงไปในใจของผู้คนอีกครั้ง เมื่อ “ครู” ผู้เป็นแม่บริสุทธิ์ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ขณะที่ในอ้อมแขนยังคงโอบกอดลูกน้อยวัยเพียงสองขวบเอาไว้ ภาพสะเทือนใจนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขหรือพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง แต่มันคือโศกนาฏกรรมซ้ำซากในดินแดนที่ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายมานานกว่าสองทศวรรษ

เมื่อ “ฮิญาบ” (นิกอบ) ถูกใช้เป็นอาวุธทำลายล้าง

     สิ่งที่น่ารังเกียจและสร้างความเจ็บปวดซ้ำสองให้กับสังคมมุสลิม คือการที่คนร้ายเลือกแต่งกายเลียนแบบสตรีมุสลิม นำชุด “ฮิญาบ” (นิกอบ) และผ้าปิดหน้าอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ความรักนวลสงวนตัว และความเรียบร้อย มาใช้ปกปิดอำพรางตัวเพื่อก่อเหตุฆาตกรรม

การกระทำเช่นนี้คือการ Weaponized หรือนำสัญลักษณ์ทางศาสนามาเป็นอาวุธ เจตนาสร้างภาพจำที่ผิด ๆ เพื่อให้สังคมวงกว้างมองผ้าคลุมหน้าของผู้หญิงมุสลิมะฮ์ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุนแรงและภัยคุกคาม ทั้งที่ในความเป็นจริง สตรีที่แต่งกายเช่นนี้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ดำเนินชีวิตตามหลักการศาสนาอย่างสงบ

  • หากผู้ก่อเหตุคือมุสลิม: พวกเขาคือผู้ทรยศต่อหลักการอันงดงามของศาสนาตนเองอย่างสิ้นเชิง
  • หากผู้ก่อเหตุคือศัตรูของมุสลิม: นี่คือแผนการอันสกปรกที่ตั้งใจดิสเครดิตและสร้างความเกลียดชังต่อชาวอิสลาม

ความจริงที่ถูกปิดบัง กับกระบวนการยุติธรรมที่ต้องโปร่งใส

    เบื้องหลังของโศกนาฏกรรมครั้งนี้อาจถูกจัดฉากให้เราเห็นเพียงเท่าที่ผู้อยู่เบื้องหลังอยากให้เห็น ตราบใดที่ยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่มีใครมีสิทธิ์ใช้เหตุการณ์นี้มาเป็นข้ออ้างในการตีตราหรือตั้งแง่รังเกียจศาสนาอิสลาม เพราะในครั้งนี้ ผู้สูญเสียและผู้วายชนม์ก็คือชาวมุสลิมเช่นกัน

    การแก้ไขปัญหาด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จหรือการใช้วิธีเผด็จการกดขี่คนส่วนใหญ่ ไม่เคยเป็นทางออก มีแต่จะยิ่งเข้าทางของผู้สร้างสถานการณ์ และอาจเปลี่ยนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ให้กลายเป็นแผ่นดินแห่งสงครามกลางเมืองที่ยากจะเยียวยา

สันติภาพที่แท้จริง… ที่ไม่ใช่แค่ความฝัน

    โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย ครูควรได้ทำหน้าที่บ่มเพาะอนาคตของชาติ และเด็กเล็ก ๆ ไม่ควรต้องจดจำภาพความรุนแรงตั้งแต่วัยเยาว์ ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไม่ควรถูกนำมาเป็นเบี้ยในเกมความขัดแย้งทางการเมืองหรืออุดมการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

     ขอให้ความสูญเสียของครูและครอบครัวในครั้งนี้ ไม่เป็นเพียงแค่ข่าวที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่อยากให้เป็นเสียงสะท้อนอันดังลั่นไปถึงใจของคนทั้งประเทศว่า “สันติภาพที่แท้จริง” คือสิ่งที่ผู้คนในชายแดนใต้เฝ้ารอคอยมานานแสนนาน และแผ่นดินแห่งนี้สมควรได้รับวันเวลาที่สงบสุขอย่างแท้จริงเสียที

หมายเหตุ

     “นิกอบ” (Niqab – นิกอบ หรือ นิกอบ์) คือ ผ้าคลุมหน้าของสตรีมุสลิมที่ปิดบังใบหน้าทั้งหมด โดยจะเว้นไว้เฉพาะช่องดวงตาคู่เดียวเท่านั้น เพื่อให้สามารถมองเห็นและใช้ชีวิตประจำวันได้

เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจบริบทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นิกอบมีความแตกต่างจากการแต่งกายรูปแบบอื่น ดังนี้

  • ฮิญาบ (Hijab): คือผ้าคลุมศีรษะที่ปิดผม คอ และหน้าอก แต่จะ เปิดเผยใบหน้า ทั้งหมด ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายมาตรฐานของสตรีมุสลิมส่วนใหญ่
  • นิกอบ (Niqab): คือผ้าคลุมที่ ปิดใบหน้าเพิ่มขึ้นมา จากฮิญาบ โดยเปิดแค่ดวงตา เป็นที่นิยมในแถบคาบสมุทรอาหรับ รวมถึงสตรีมุสลิมบางส่วนในภูมิภาคอื่นรวมถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยด้วย (มักสวมใส่ในกลุ่มที่ต้องการความสำรวมขั้นสูง)
  • ในขณะที่ยังมีอีกคำคือ บุรกา (Burqa): คือชุดคลุมยาวที่ปิดทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รวมถึง มีตาข่ายผ้าปิดบังดวงตา ด้วย ทำให้ไม่เห็นอวัยวะใด ๆ เลย (นิยมในประเทศอัฟกานิสถาน)

ในเชิงหลักการศาสนาอิสลาม นักวิชาการส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า การสวมฮิญาบ (เปิดหน้า) เป็นสิ่งจำเป็น (วายิบ) ตามหลักศาสนา ส่วนการสวม นิกอบ (ปิดหน้าเหลือแค่ตา) นั้น นักวิชาการมีความเห็นต่างกัน โดยบ้างมองว่าเป็นสิ่งที่ดีงามและควรสนับสนุน (สุนนะฮ์) สำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบร้อยเป็นพิเศษ และบางกลุ่มมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงถูกละเมิดทางเพศ

 653 total views,  653 views today