มิถุนายน 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

เสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน: ประณามเหตุรุนแรงยะรัง พรากชีวิตครูผู้เป็นแม่ ขัดหลักศาสนา กฎหมาย และมนุษยธรรม

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 บริเวณใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิง ดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง จนได้รับบาดเจ็บ และส่งผลให้นางฟาตีเม๊าะ ผู้เป็นภรรยาและมีอาชีพเป็นครู ต้องเสียชีวิตอย่างสลดขณะอุ้มลูกทารกวัยเพียง 1 เดือนเศษอยู่ภายในรถยนต์

     เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเด็กนักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมากนี้ ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และลุกขึ้นมาประสานเสียงประณามอย่างรุนแรงจาก ทุกภาคส่วนในสังคมอย่างเป็นเอกฉันท์

     ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ เอกชน ประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมือง ตลอดจนนักเคลื่อนไหวทางสังคม รวมถึงกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ทุกฝ่ายต่างมีความเห็นตรงกันว่า

“นี่คือพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมอย่างที่สุด และไม่มีวันยอมรับได้”

เปิดแนวร่วมประณาม: เสียงสะท้อนที่ไร้พรมแดนอุดมการณ์

ภาคประชาสังคมและเครือข่ายสิทธิมนุษยชน

     เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และองค์กรผู้หญิงปาตานี (Perwani) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามความรุนแรงในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่าการโจมตีเป้าหมายอ่อนแอ (Soft Targets) เช่น ครู สตรี และเด็กในพื้นที่สถานศึกษา เป็นการละเมิดกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง

สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (APP)

      เป็นตัวแทนกระบอกเสียงของภาคประชาชนที่ออกมาชี้ชัดว่า การปลิดชีวิตครูผู้เป็นแม่ต่อหน้าลูกน้อยคือภาพสะท้อนอันเจ็บปวดที่ทำลายหัวใจของคนในพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธ มุสลิม เจ้าหน้าที่ หรือประชาชนทั่วไป และเรียกร้องให้หยุดนำประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ หรือศาสนามาสร้างความชอบธรรมให้กับการก่ออาชญากรรม

นักวิชาการและปัญญาชน

      ได้ตั้งคำถามสำคัญต่อสังคมว่า สิ่งนี้คือ “อุดมการณ์หรือความโหดเหี้ยมที่ปลอมตัวมา?” พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า การปลอมตัวสวมฮิญาบเพื่ออำพรางตัวในการก่อเหตุ ยิ่งเป็นการนำสัญลักษณ์ทางศาสนามาลดทอนศักดิ์ศรีและทำลายความบริสุทธิ์ของหลักการศาสนาเอง

“การที่คนร้ายแต่งกายเลียนแบบสตรีมุสลิมและสวมชุดฮิญาบมาใช้ปกปิดอำพรางตัวเพื่อฆ่าคน ถือเป็นการทำลายเกียรติยศและคุณค่าอันบริสุทธิ์ของฮิญาบอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นการเจตนาสร้างรอยด่างพรอยและความเข้าใจผิดต่อภาพลักษณ์ของสตรีมุสลิมในสังคมวงกว้าง”

ความผิดเด่นชัด 3 มิติ: ขัดต่อหลักการอิสลาม กฎหมายไทย และกฎหมายสากล

ในขณะที่ผู้เขียนในฐานะคนทำงานด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขอร่วมประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยขอกล่าวว่า

“พฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายในเหตุการณ์นี้ ถือเป็นการละเมิดกรอบความถูกต้องอย่างรุนแรงในทุกมิติ”

1. ผิดหลักการอิสลาม

     ในทางศาสนาอิสลาม แม้จะอยู่ในสภาวะสงครามหรือความขัดแย้ง มีข้อห้ามเด็ดขาดไม่ให้ทำร้ายผู้หญิง เด็ก พระ/นักบวช และผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบ

การพรากชีวิตมารดาที่กำลังดูแลทารกจึงขัดต่อหลักศาสนาอย่างสิ้นเชิง

2. ผิดกฎหมายไทย

     เป็นการกระทำความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนตามกฎหมายอาญาบ้านเมือง ซึ่งรัฐและเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

3. ผิดกฎหมายสากล

     ขัดต่อ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) และ อนุสัญญาเจนีวา ภายใต้หลักการ “แบ่งแยกเป้าหมาย” (Principle of Distinction) ซึ่งกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องแยกแยะระหว่างนักรบและพลเรือนอย่างเด็ดขาด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนและสถานศึกษาต้องได้รับการคุ้มครองให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)

ข้อเรียกร้องร่วมของสังคม

ผู้เขียนขอย้ำว่า

“เสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้คือข้อยืนยันว่า เมื่อใดที่ความรุนแรงมุ่งเป้าไปที่ผู้บริสุทธิ์ เมื่อนั้นมันไม่ใช่การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ แต่มันคืออาชญากรรม”

สังคมไทยและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องสูงสุด 3 ประการ ได้แก่

1. หยุดฆ่าผู้บริสุทธิ์ทันที

ยุติการใช้อาวุธต่อสตรี เด็ก และพลเรือนในทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไข

2. เร่งคืนความยุติธรรม

ให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งสืบสวนและนำตัวผู้ก่อเหตุอันโหดเหี้ยมมารับโทษตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

3. เดินหน้าสันติภาพที่จริงใจ

ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) และผลักดันกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่ยึดเอาความปลอดภัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนเป็นศูนย์กลางสูงสุด เพื่อหยุดยั้งวัฏจักรแห่งความสูญเสียนี้อย่างยั่งยืน

 525 total views,  525 views today