อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 บริเวณใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิง ดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง จนได้รับบาดเจ็บ และส่งผลให้นางฟาตีเม๊าะ ผู้เป็นภรรยาและมีอาชีพเป็นครู ต้องเสียชีวิตอย่างสลดขณะอุ้มลูกทารกวัยเพียง 1 เดือนเศษอยู่ภายในรถยนต์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเด็กนักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมากนี้ ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และลุกขึ้นมาประสานเสียงประณามอย่างรุนแรงจาก ทุกภาคส่วนในสังคมอย่างเป็นเอกฉันท์
ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ เอกชน ประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมือง ตลอดจนนักเคลื่อนไหวทางสังคม รวมถึงกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ทุกฝ่ายต่างมีความเห็นตรงกันว่า
“นี่คือพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมอย่างที่สุด และไม่มีวันยอมรับได้”

เปิดแนวร่วมประณาม: เสียงสะท้อนที่ไร้พรมแดนอุดมการณ์
ภาคประชาสังคมและเครือข่ายสิทธิมนุษยชน
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และองค์กรผู้หญิงปาตานี (Perwani) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามความรุนแรงในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่าการโจมตีเป้าหมายอ่อนแอ (Soft Targets) เช่น ครู สตรี และเด็กในพื้นที่สถานศึกษา เป็นการละเมิดกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง
สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน (APP)
เป็นตัวแทนกระบอกเสียงของภาคประชาชนที่ออกมาชี้ชัดว่า การปลิดชีวิตครูผู้เป็นแม่ต่อหน้าลูกน้อยคือภาพสะท้อนอันเจ็บปวดที่ทำลายหัวใจของคนในพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธ มุสลิม เจ้าหน้าที่ หรือประชาชนทั่วไป และเรียกร้องให้หยุดนำประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ หรือศาสนามาสร้างความชอบธรรมให้กับการก่ออาชญากรรม
นักวิชาการและปัญญาชน
ได้ตั้งคำถามสำคัญต่อสังคมว่า สิ่งนี้คือ “อุดมการณ์หรือความโหดเหี้ยมที่ปลอมตัวมา?” พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า การปลอมตัวสวมฮิญาบเพื่ออำพรางตัวในการก่อเหตุ ยิ่งเป็นการนำสัญลักษณ์ทางศาสนามาลดทอนศักดิ์ศรีและทำลายความบริสุทธิ์ของหลักการศาสนาเอง
“การที่คนร้ายแต่งกายเลียนแบบสตรีมุสลิมและสวมชุดฮิญาบมาใช้ปกปิดอำพรางตัวเพื่อฆ่าคน ถือเป็นการทำลายเกียรติยศและคุณค่าอันบริสุทธิ์ของฮิญาบอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นการเจตนาสร้างรอยด่างพรอยและความเข้าใจผิดต่อภาพลักษณ์ของสตรีมุสลิมในสังคมวงกว้าง”


ความผิดเด่นชัด 3 มิติ: ขัดต่อหลักการอิสลาม กฎหมายไทย และกฎหมายสากล
ในขณะที่ผู้เขียนในฐานะคนทำงานด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขอร่วมประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยขอกล่าวว่า
“พฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายในเหตุการณ์นี้ ถือเป็นการละเมิดกรอบความถูกต้องอย่างรุนแรงในทุกมิติ”
1. ผิดหลักการอิสลาม
ในทางศาสนาอิสลาม แม้จะอยู่ในสภาวะสงครามหรือความขัดแย้ง มีข้อห้ามเด็ดขาดไม่ให้ทำร้ายผู้หญิง เด็ก พระ/นักบวช และผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบ
การพรากชีวิตมารดาที่กำลังดูแลทารกจึงขัดต่อหลักศาสนาอย่างสิ้นเชิง
2. ผิดกฎหมายไทย
เป็นการกระทำความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนตามกฎหมายอาญาบ้านเมือง ซึ่งรัฐและเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว
3. ผิดกฎหมายสากล
ขัดต่อ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) และ อนุสัญญาเจนีวา ภายใต้หลักการ “แบ่งแยกเป้าหมาย” (Principle of Distinction) ซึ่งกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องแยกแยะระหว่างนักรบและพลเรือนอย่างเด็ดขาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนและสถานศึกษาต้องได้รับการคุ้มครองให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)
ข้อเรียกร้องร่วมของสังคม
ผู้เขียนขอย้ำว่า
“เสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้คือข้อยืนยันว่า เมื่อใดที่ความรุนแรงมุ่งเป้าไปที่ผู้บริสุทธิ์ เมื่อนั้นมันไม่ใช่การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ แต่มันคืออาชญากรรม”
สังคมไทยและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องสูงสุด 3 ประการ ได้แก่
1. หยุดฆ่าผู้บริสุทธิ์ทันที
ยุติการใช้อาวุธต่อสตรี เด็ก และพลเรือนในทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไข
2. เร่งคืนความยุติธรรม
ให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งสืบสวนและนำตัวผู้ก่อเหตุอันโหดเหี้ยมมารับโทษตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
3. เดินหน้าสันติภาพที่จริงใจ
ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) และผลักดันกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่ยึดเอาความปลอดภัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนเป็นศูนย์กลางสูงสุด เพื่อหยุดยั้งวัฏจักรแห่งความสูญเสียนี้อย่างยั่งยืน
525 total views, 525 views today

More Stories
แถลงการณ์ประณามเหตุความรุนแรง โดย สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
HUMANITY: สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ประณามเหตุรุนแรงที่ปัตตานี ทำร้ายครู-เด็ก หน้าสถานศึกษา และคลุมฮิญาบก่อเหตุ ผิดหลักอิสลาม และละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
ยืนหยัดกลางความระแวง: ถอดบทเรียน “อิหม่ามมะนาเซ” เราจะช่วยโอบอุ้มกระบวนการสันติภาพ ด้วยสันติวิธี ภายใต้หลักการอิสลาม บ้านเมือง และกฎหมายสากลอย่างไร ?