พฤษภาคม 27, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ม.อ. Kick off วิจัยการอ่าน-เขียนของเด็กปัตตานี หวังปลดล็อกแก้ปัญหาทุกมิติ

แชร์เลย

สนส.มอ. kick off โครงการวิจัย “สถานการณ์และปัจจัยกำหนดสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการอ่านออกเขียนได้ของเด็กปัตตานี” มุ่งอธิบายปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของเด็กในพื้นที่ครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทในทุกมิติ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริม พัฒนาการอ่านออกเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สนส.มอ.) เปิดตัวชี้แจงวิจัย “สถานการณ์และปัจจัยกำหนดสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการอ่านออกเขียนได้ของเด็กปัตตานี” โดยมีคณะวิจัย อาสาสมัคร ผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจเข้าร่วม ณ ห้องประชุมใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วศส.) ภายใต้ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มี ดร.เพ็ญ สุขมาก หัวหน้าโครงการ และ ดร.กุลทัต หงส์ชยางกูร นักวิจัยหลัก พร้อมนักวิจัยร่วมอีก 12 คน จากคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานสาธารณสุข และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี

การศึกษาวิจัยครอบคลุมเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษา ตั้งแต่ปฐมวัย อายุ 2 ปีขึ้นไป ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาล จนถึงวัยเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1, 3 และ 6 ในพื้นที่ 2 ตำบล 2 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ได้แก่ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง และ ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน ตั้งแต่มีนาคม 2569 – มีนาคม 2570

มุ่งค้นหารากปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของเด็กปัตตานี

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่ออธิบายระดับการอ่านออกเขียนได้ และปัจจัยกำหนดสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านการอ่านออกเขียนได้ของเด็กปฐมวัย และนักเรียนชั้น ป.1 ป.3 และ ป.6 ในพื้นที่เป้าหมาย พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการอ่านออกเขียนได้

กระบวนการวิจัยเน้นทั้งการสำรวจ การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัว และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กในพื้นที่ปัตตานี

ข้อมูลชี้ เด็กปัตตานีมีทักษะการอ่านต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ

จากข้อมูลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2565 โดยองค์การยูนิเซฟ พบว่า เด็กในจังหวัดปัตตานีมีทักษะพื้นฐานด้านการอ่านต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยเด็กกลุ่มอายุเข้าเกณฑ์เรียนชั้น ป.2/ป.3 และกลุ่มอายุ 7-14 ปี มีทักษะพื้นฐานด้านการอ่านเพียงร้อยละ 16.8 และ 47.1 ตามลำดับ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ร้อยละ 47.1 และ 71.3

ส่วนกลุ่มเด็กที่กำลังเรียนชั้น ป.2/ป.3 มีเพียงร้อยละ 51.5 เท่านั้นที่มีทักษะการอ่านพื้นฐาน

ทั้งนี้ ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของเด็กในจังหวัดปัตตานีเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งด้านสุขภาพ พัฒนาการ ภาวะโภชนาการ ปัญหาเศรษฐกิจ ความแตกต่างทางภาษา ศาสนา วัฒนธรรม ระบบการศึกษา สภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในพื้นที่ รวมถึงปัจจัยทางการเมืองและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

“เข้าใจปัญหาอย่างเป็นระบบ”

ดร.กุลทัต หงส์ชยางกูร ผู้จัดการโครงการ สนส.ม.อ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการอ่านออกเขียนได้ในพื้นที่ปัตตานี มักมุ่งเฉพาะมิติทางการศึกษา แต่ยังไม่ครอบคลุมถึงปัจจัยกำหนดสุขภาพ

งานวิจัยครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคมและนโยบาย ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและทุนทางสังคม ตลอดจนปัจจัยระดับบุคคล ซึ่งจะนำไปสู่ข้อมูลพื้นฐานที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง ตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนถึงระดับประถมศึกษา

“เราเป็นข้อกลางระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ ได้รู้รากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง มีการพัฒนาแอปพลิเคชันในการเก็บข้อมูล เชื่อมเข้าสู่ระบบสุขภาพ พัฒนาการเด็ก และระบบบริหารของท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นนำไปติดตามผลต่อได้”

“คาดหวังให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.) เข้ามาหนุนเสริม เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย และเชื่อว่าการเก็บข้อมูลและการมีส่วนร่วม จะทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานด้านนี้มากขึ้น”

บูรณาการทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

ด้าน นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อเห็นข้อมูลความยากจนของประชาชนในพื้นที่ อบจ.จึงจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส และกำหนดเป็นนโยบายสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่

ขณะที่ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วศส.) เน้นย้ำการขับเคลื่อนงานวิชาการร่วมกับเครือข่ายด้านการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ

ตัวแทนศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า หน่วยงานพร้อมเป็นกลไกเชื่อมโยงนโยบายและการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้เด็กในพื้นที่มากขึ้น

“ปีนี้มีแซนด์บ็อกซ์ปัตตานี และโครงการวิจัยการอ่านการเขียนทั้งจังหวัด โดยปรับแนวทางเป็น ‘อ่านบ้านเขียนเมือง’ เพื่อจัดการเรียนรู้ตามอัตลักษณ์และบริบทของพื้นที่”

“จากการวิจัยพบว่า เด็กจำนวนมากขาดการเรียนรู้ภาษาไทย เพราะเนื้อหาจากส่วนกลางยากเกินไป จึงต้องให้เด็กเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว เพื่อสร้างความสนใจในการเรียนมากขึ้น”

เชื่อมโยงสุขภาพ–การศึกษา ดูแลเด็กแบบองค์รวม

นพ.อนุรักษ์ สารภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อพบเด็กที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องมีระบบส่งต่อไปยัง รพ.สต.ในพื้นที่ พร้อมดูแลด้านความยากจน ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ

“เมื่อเด็กเข้าโรงเรียน ข้อมูลคือสิ่งสำคัญ ต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากสาธารณสุข ครอบครัว ท้องถิ่น และ อบจ. เพื่อดูแลเด็กแบบองค์รวม”

ด้าน นายแวหามะนาวาวี หะยีอาซา นายก อบต.เมาะมาวี กล่าวว่า ทางท้องถิ่นจะสำรวจเชิงรุก ร่วมกับสถานศึกษาในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนโภชนาการ ห้องสมุดเคลื่อนที่ วัสดุอุปกรณ์ และบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้

สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเด็กปัตตานี

ผลการศึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกแบบระบบส่งเสริมการเรียนรู้อย่างครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ในทุกมิติ และตอบโจทย์การอ่านออกเขียนได้ของเด็กในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 2,871 total views,  2,194 views today

You may have missed