พฤษภาคม 24, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ข้อเสนอถึง ครม.สัญจร: พลิกโฉมเปลี่ยนผ่าน “จะนะเมืองอุตสาหกรรมหนัก” สู่ “จะนะเมืองการศึกษา (นานาชาติ)”

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: ทางสองแพร่งใน ครม.สัญจรสงขลา

     การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นี้ อาจจะเป็นหมุดหมายที่สังคมทุกภาคส่วนเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่สงขลา – ปัตตานี เข้าสู่วาระการพิจารณา หรือไม่?

     นี่คือแบบทดสอบชิ้นสำคัญของรัฐบาล และส่งสัญญาณตรงถึง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลงานความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยของท้องถิ่น

     พื้นที่ “จะนะ” เคยเป็นสมรภูมิความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน วันนี้จะนะกำลังอยู่บนทางสองแพร่ง ระหว่างการเดินหน้าอุตสาหกรรมหนักที่สร้างความหวาดระแวง หรือการเลือกเดินไปสู่เส้นทางใหม่ที่เป็นมิตรต่อชุมชนและยั่งยืนอย่างแท้จริง นั่นคือการผลักดันให้เกิด “จะนะเมืองการศึกษา (นานาชาติ)” เพื่อเป็นทางออกในการดับไฟความขัดแย้งและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างสมดุล

อธิบาย: จากทุน “ควน ป่า นา เล” สู่ศูนย์กลางภูมิปัญญานานาชาติ

     จากแนวคิดในหนังสือ “จะนะมีดี: ควน ป่า นา เล วิถีโหมฺเรา” ได้ฉายภาพชัดเจนว่า อำเภอจะนะมีศักยภาพและทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ทั้งภูเขา (ควน) ผืนป่า พื้นที่เกษตรกรรม (นา) และทะเลอันมั่งคั่ง (เล) ทุนเหล่านี้คือฐานรากสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจะนะให้เป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้และภูมิปัญญา” แทนการพึ่งพาอุตสาหกรรมหนัก

     การพัฒนาจะนะเป็นเมืองการศึกษานานาชาติ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างอาคารเรียนทั่วไป แต่เป็นการบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมให้สอดรับกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้:

1. การศึกษาที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต “ศาสนา-สามัญ”

     มุ่งเน้นหลักสูตรการศึกษาอิสลาม ทั้งสถาบันปอเนาะ ตาดีกา โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ โรงเรียนของรัฐ ทั้งระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษานอกโรงเรียน บูรณาการกับด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรรมยั่งยืนประยุกต์ การประมง และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม

2. การดึงดูดบุคลากรและนักศึกษานานาชาติ

     สถาปนาจะนะให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในระดับภูมิภาคอาเซียนและโลกมุสลิม โดยอาจจัดให้มีทุนการศึกษาเพื่อดึงดูดนักศึกษาและนักวิชาการจากต่างประเทศ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เป็น “ทูตวัฒนธรรม” สะท้อนภาพลักษณ์และศักยภาพของจะนะสู่เวทีสากล

3. โมเดล Silicon Valley แห่งแดนใต้

     ยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์รวมของสถาบันการศึกษาชั้นนำจากส่วนกลางที่เข้ามาเปิดวิทยาเขต รวมทั้งสถาบันการศึกษาจากโลกอาเซียน ควบคู่ไปกับการพัฒนาศูนย์วิจัยและนวัตกรรม โดยการดึงเอาอัตลักษณ์รากเหง้าดั้งเดิม เช่น การเป็น “เมืองอูลามะห์” (ผู้ทรงความรู้ทางศาสนาและคุณธรรม) มาเป็นเกราะกำบังทางจริยธรรมในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและสังคม

อภิปราย: รายงาน SEA กับความเสี่ยงจากกลุ่มผลประโยชน์ซ่อนเร้น

     เป็นที่ประจักษ์ว่า กระบวนการศึกษา SEA ที่นำโดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายชาวบ้านและภาคประชาสังคมซึ่งเดิมมีความเห็นต่างอย่างสูง เนื่องจากเป็นกระบวนการที่เปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและพูดคุยกันบนฐานวิชาการ ถือเป็น “นวัตกรรมการจัดการความขัดแย้ง” ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

     ทว่า สิ่งที่น่ากังวลและต้องอภิปรายอย่างตรงไปตรงมาคือ ในขณะที่รายงาน SEA กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. กลับพบว่า “มีกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม” พยายามเคลื่อนไหวแอบแฝง เพื่อผลักดันโครงการหรือกิจกรรมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองและไม่ได้บรรจุอยู่ในรายงานฉบับนี้

     การกระทำในลักษณะ “ยัดไส้” หรือบิดเบือนผลการศึกษา ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของกลไกราชการ แต่จะเป็นการ “จุดชนวนไฟความขัดแย้งรอบใหม่” ที่อาจลุกลามและรุนแรงกว่าเดิม เพราะชาวบ้านจะรู้สึกว่ารัฐบาลบิดพลิ้วต่อกระบวนการมีส่วนร่วมที่พวกเขาตั้งใจสร้างมากับมือ

     หากรัฐบาลต้องการความมั่นคงและสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเปลี่ยนมุมมองจากหน้ามือเป็นหลังมือ—เปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งด้านอุตสาหกรรม มาสนับสนุนข้อเสนอเชิงสร้างสรรค์อย่าง “จะนะเมืองการศึกษา (นานาชาติ)”—จะเป็นสะพานเชื่อมโยงความต้องการของภาครัฐ ชุมชน และภาคเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สรุป: เส้นแบ่งความยั่งยืนที่ ครม. ต้องเลือก

แถลงการณ์ของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ ชายหาดบ้านสวนกง ยืนยันอย่างชัดเจนว่า

“ชุมชนไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ปฏิเสธการพัฒนาที่ยัดเยียดและไร้ส่วนร่วม”

     รายงาน SEA ฉบับนี้จึงเปรียบเสมือนคัมภีร์สร้างสันติภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุล เป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่างรัฐบาลผู้เป็น “ผู้ดับไฟความขัดแย้ง” หรือจะกลายเป็น “ผู้จุดชนวน” เสียเอง

     หาก ครม.สัญจรครั้งนี้มีมติที่บิดเบือน หรือเปิดช่องให้กลุ่มทุนแทรกแซงโครงการนอกโผ ภาคประชาชนก็พร้อมที่จะเคลื่อนไหวคัดค้านจนถึงที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้เสถียรภาพในพื้นที่ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ครม. และ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล

1. ให้การรับรองและเคารพผลศึกษา SEA อย่างเคร่งครัด

ยึดรายงานฉบับนี้เป็นกรอบกติกาหลักในการพัฒนาพื้นที่สงขลา-ปัตตานี และปัดตกทุกโครงการแอบแฝงที่อยู่นอกเหนือผลการศึกษาอย่างเด็ดขาด

2. บรรจุวาระ “จะนะเมืองการศึกษา (นานาชาติ)” เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด

     พลิกวิกฤตความขัดแย้งให้เป็นโอกาส โดยตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สศช., กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) และชุมชนท้องถิ่น เพื่อวางรากฐานให้จะนะเติบโตเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ระดับนานาชาติ บนฐานทรัพยากรธรรมชาติและวิถีวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

เสียงจากชายหาดจะนะ และวิสัยทัศน์เมืองการศึกษาได้ส่งถึงมือท่านแล้ว… คำตอบและอนาคตของจะนะ อยู่ที่มติ ครม. สัญจร วันที่ 9 มิถุนายนนี้ ก็เป็นไปได้

หมายเหตุ อ่านรายละเอียด

หนังสือจะนะมีดีนะจ๊ะ : ควน ป่า นา เล วิถีโหมฺเรา

     หนังสือ จะนะมีดีนะจ๊ะ : ควน ป่า นา เล วิถีโหมเรา เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลร่วมกันของพี่น้องชุมชนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นกับผู้เขียน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองและผู้คนในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ผ่านวิถีการประกอบอาชีพ บนฐานทรัพยากรควน ป่า นา เล และคลอง ที่หล่อเลี้ยง สร้างอาชีพสร้างรายได้มาอย่างยาวนาน ประกอบกับการเก็บข้อมูลด้านสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอจะนะที่ชี้ให้เห็นว่า จะนะมีต้นทุนอย่างมั่งคั่งที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ซึ่งมีเนื้อหา 5 บท ดังนี้

บทที่ 1 วิถีประมง

     รวบรวมข้อมูลเส้นทางการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลและการต่อสู้ของชุมชน ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ เส้นทางเดินอาหารและการไหลเวียนของเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่งทะเลจะนะ รวมทั้งการถ่ายทอดเรื่องราววิถีของชาวประมง ทั้งของคนชายฝั่งทะเล และคนริมคลอง (คลองนาทับและคลองสะกอม)

บทที่ 2 วิถีการเกษตร

      เป็นการฉายภาพรวมวิถีการเกษตรในพื้นที่จะนะ ซึ่งมีทั้งสวนยางพารา พื้นที่นา สวนผลไม้ และการปลูกพืชผัก วิถีเกษตรกรรมในพื้นที่มีความหลากหลาย เป็นวิถีเรียบง่ายที่ให้ความสุข

บทที่ 3 วิถีคนเลี้ยงนกเขาเล็กและอาชีพต่อเนื่องจากการเลี้ยงนกเขา

     รวบรวมประวัติความเป็นมาของการเลี้ยงและเพาะพันธุ์นกเขาเล็กของคนจะนะ ฉายให้เห็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงนกเขาเล็กและอาชีพที่ต่อเนื่องจากการเลี้ยงนกเขา รวมทั้งบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่ออาชีพการเพาะพันธุ์และอาชีพที่ต่อเนื่องจากการเลี้ยงนกเขา

บทที่ 4 การศึกษา

     เป็นการรวบรวมข้อมูลภาพรวมของพื้นที่สถานศึกษาในพื้นที่อำเภอจะนะ โดยเน้นการเก็บข้อมูลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและศาสนาของคนในพื้นที่จะนะ ชี้ให้เห็นตัวอย่างของระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการมีสถานศึกษาในพื้นที่

บทที่ 5 บทสรุปและข้อเสนอแนะการพัฒนาโดยชุมชน

     เป็นการรวบรวมข้อมูลข้อเสนอจากชุมชนในแต่ละอาชีพบนฐานทรัพยากร ควน ป่า นา เล ที่ชี้ให้เห็นถึงทางเลือกการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีประเพณีวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

https://anyflip.com/iydgu/abhc/basic/51-100

 297 total views,  297 views today

You may have missed