อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

23 พฤษภาคม 2569 ช่วงค่ำ ได้มีโอกาสร่วมงานการกุศลหารายได้เพื่อสมทบทุนต่อเติมมัสยิดดารุลมุตตะกีม ชายทะเลบ้านหนองหอย อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา อันเป็นชุมชนมุสลิมใหญ่ชุมชนหนึ่งที่อยู่ติดชายทะเลสงขลา
หากใครเคยมีโอกาสได้ไปเยือนงานการกุศลเพื่อหารายได้ของมัสยิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่จะสะดุดตาและประทับใจผู้คนอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่แสงสีบนเวทีหรืออาหารอนาชีดที่หอมอบอวล แต่คือภาพของ “เด็กๆ ฟัรดูอีน” หรือนักเรียนศาสนาตาดีกาชายคามัสยิด ที่กำลังโลดแล่นและทำหน้าที่ของพวกเขาอย่างแข็งขัน
พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของงาน แต่คือ “ฟันเฟืองชิ้นสำคัญ” ที่ขับเคลื่อนหัวใจของชุมชนให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า
จากบทเรียนใต้ชายคามัสยิด สู่เวทีแห่งวิถีชีวิต
วิชา “ฟัรดูอีน” (Fardhu ‘Ain) คือความรู้ศาสนาอิสลามภาคบังคับที่เด็กมุสลิมทุกคนต้องเรียนรู้เพื่อการดำเนินชีวิต แต่สำหรับเด็กๆ ในตาดีกาภาคใต้ บทเรียนเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในสมุดหรือแผ่นกระดานดำ
เมื่อมัสยิดมีงานหารายได้เพื่อส่วนรวม เวทีแห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่จำลองโลกแห่งความเป็นจริง ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงออกถึง อัตลักษณ์ และ วิถีชีวิต อันงดงาม ผ่านการแต่งกายชุดมลายูท้องถิ่นที่เรียบร้อย การแสดงอนาชีดที่ขับขานคำสอน หรือการอัญเชิญคัมภีร์อัลกุรอานด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะบนเวที สะท้อนให้เห็นว่าศรัทธาและความรู้ที่พวกเขาได้รับมานั้น ได้ซึมลึกเข้าไปในจิตวิญญาณตั้งแต่วัยเยาว์
หล่อหลอม “จิตอาสา” ตั้งแต่ยังเล็ก
เบื้องหลังรอยยิ้มบนเวที สิ่งที่น่าชื่นชมยิ่งกว่าคือภาพของเด็กๆ กลุ่มเดียวกันนี้ ที่คอยช่วยหยิบจับงานเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกับผู้ปกครองรอบบริเวณงาน บางคนช่วยเสิร์ฟน้ำ ขายอาหาร บางคนช่วยเก็บขยะ หรือช่วยจัดเตรียมสถานที่ด้วยความกระตือรือร้น
นี่คือกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) ที่หาไม่ได้จากตำราเรียนทั่วไป แต่เกิดจากการซึมซับผ่านวิถีชุมชนรอบมัสยิด ที่หล่อหลอมให้พวกเขามี “จิตอาสา” รู้จักการเสียสละเพื่อส่วนรวม และภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการทำนุบำรุงศาสนสถานของตนเอง
สะพานเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
เด็กฟัรดูอีนในวันนี้ คือภาพสะท้อนของความร่วมมือร่วมใจระหว่างบ้าน มัสยิด และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม (ตาดีกา) การที่พวกเขาได้ออกมายืนอยู่แถวหน้าในงานสำคัญของชุมชน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า รากเหง้าทางวัฒนธรรมและคุณธรรมอันดีงามจะยังคงถูกสืบทอดต่อไปอย่างไม่ขาดสาย
การสนับสนุนเด็กๆ เหล่านี้ จึงไม่ใช่แค่การชื่นชมการแสดงบนเวทีชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการร่วมกันรดน้ำพรวนดินให้กับ “เมล็ดพันธุ์แห่งศรัทธา” ที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และพร้อมที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองในอนาคตอย่างยั่งยืน
199 total views, 199 views today

More Stories
ยืนหยัดกลางความระแวง: ถอดบทเรียน “อิหม่ามมะนาเซ” เราจะช่วยโอบอุ้มกระบวนการสันติภาพ ด้วยสันติวิธี ภายใต้หลักการอิสลาม บ้านเมือง และกฎหมายสากลอย่างไร ?
ข้อเสนอถึง ครม.สัญจร: พลิกโฉมเปลี่ยนผ่าน “จะนะเมืองอุตสาหกรรมหนัก” สู่ “จะนะเมืองการศึกษา (นานาชาติ)”
เมื่อเสียงเฮลิคอปเตอร์ยามค่ำคืนสั่นคลอนความมั่นคงของพลเรือน