อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: จากแม่ทัพภาคที่ 4 สู่กลไกนิติบัญญัติ
ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นบาดแผลที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมามีทั้งความสูญเสียและบทเรียนมากมาย หนึ่งในบุคคลที่คลุกคลีและเข้าใจกลไกของปัญหานี้ดีที่สุดคือ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ซึ่งเคยใช้หลักการทางทหารควบคู่ไปกับงานมวลชนในพื้นที่
แม้ในปัจจุบันบทบาทหน้าที่ของท่านจะเปลี่ยนมาเป็นรองประธานวุฒิสภา (ในเนื้อหาข่าวระบุตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1) แต่ความมุ่งมั่นในการดับไฟใต้ด้วย “สันติวิธี” และการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาปรับใช้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืน
อธิบาย: บทเรียนราคาแพง และการขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ที่มีหัวใจ
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ในงานเสวนาวิชาการ “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” ณ สถาบันพระปกเกล้า พล.อ.เกรียงไกร ได้เปิดเวทีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา เพื่อสะท้อนว่า 22 ปีที่ผ่านมาคือ “บทเรียนราคาแพง” ของทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องเผชิญความสูญเสีย
แนวทางที่ พล.อ.เกรียงไกร เสนอเพื่อเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งสู่ความสงบสุข มีแกนหลักสำคัญ 3 ประการ ดังนี้:
1. การบูรณาการองค์ความรู้
นำข้อมูลด้านความมั่นคงและบริบทในพื้นที่มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่มองเพียงแค่มิติทางการทหารอย่างเดียว
2. การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการพูดคุย
ลดความหวาดระแวงระหว่างภาครัฐและประชาชน เปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารอย่างจริงใจ เพราะหากแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงจะเป็นการสร้างสงคราม แต่การพูดคุยจะนำไปสู่ทางออกที่ดีกว่าเสมอ
3. การส่งต่อข้อเสนอเชิงนโยบาย
ข้อมูลจากการระดมสมองต้องไม่เป็นเพียงแค่เอกสารที่ถูกเก็บไว้ แต่ต้องส่งต่อไปยังฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อแปรไปสู่ยุทธศาสตร์ที่ปฏิบัติได้จริง
นิยามของสันติสุขที่แท้จริง
พล.อ.เกรียงไกร ย้ำว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นได้ ประชาชนในพื้นที่ต้อง “อิ่มท้อง ได้รับความเป็นธรรม และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”
นอกจากนี้ ท่านยังได้ชี้ถึงจุดอ่อนในอดีตว่า ปัญหาไฟใต้ที่ยืดเยื้อส่วนหนึ่งเกิดจาก “ขาดเอกภาพและความต่อเนื่อง” ในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มักติดอยู่กับการทำงานรูปแบบเดิม ๆ
ท่านจึงเสนอให้ทุกฝ่ายขับเคลื่อนด้วย “ยุทธศาสตร์ที่มีหัวใจ” คือการทำความเข้าใจเจตนารมณ์ของนโยบายให้ตรงกัน มองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์และความต้องการที่แท้จริงของคนในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
สันติภาพที่ต้องสร้างร่วมกัน
ความพยายามตลอด 22 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่า อาวุธและความรุนแรงไม่สามารถซื้อความสงบสุขที่แท้จริงได้ ทางออกของจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของการ “เข้าใจ” บริบทวัฒนธรรม “เข้าถึง” ความรู้สึกและความเดือดร้อนของประชาชน และ “พัฒนา” ทั้งคุณภาพชีวิตและความยุติธรรม
บทบาทของ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ในวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในหมวกของอดีตคนทำงานภาคสนาม หรือในหมวกของผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ คือสิ่งยืนยันว่าการแก้ปัญหาภาคใต้ต้องอาศัยกลไกที่สอดประสานกันทุกระดับ และยุทธศาสตร์ที่มีหัวใจนี่เองที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานเพียงใด สันติสุขที่ยั่งยืนในชายแดนภาคใต้จะสามารถเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต
1,477 total views, 1,477 views today

More Stories
ความสำคัญละหมาดในวิถีมุสลิม แม้ต้องเดินทาง: ความเข้าใจ และมิติใหม่ของ “การรถไฟฯ” ในเทศกาลอีฎิ้ลอัดฮา
การจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงในชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน รัฐจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจและมอบความยุติธรรมให้แก่ “น้ำ” ซึ่งหมายถึงภาคประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก ก่อนที่จะไปดำเนินมาตรการคัดกรองหรือจัดการกับ “ปลา” ซึ่งหมายถึงกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบ
เสียงจากชายหาดสวนกงส่งถึง “อนุทิน”: เดิมพันความยั่งยืนใน ครม.สัญจรสงขลา