อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

กว่า 22 ปีนับตั้งแต่เสียงปืนนัดแรกที่ค่ายปิเหล็งปะทุขึ้นเมื่อต้นปี 2547 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตกอยู่ภายใต้สภาวะยกเว้นทางกฎหมายอันยาวนาน กฎอัยการศึกและกฎหมายพิเศษที่ประกาศใช้ทับซ้อน กลายเป็นเครื่องมือให้อำนาจล้นเกินแก่กองทัพ และถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าเป็นส่วนหนึ่งของการหล่อเลี้ยง “อุตสาหกรรมความมั่นคง” ที่แช่แข็งการพัฒนาและสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ทว่าในห้วงปี 2569 นี้ กำลังเกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อวิกฤตจากการลอบสังหารผู้แทนราษฎร ถูกแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสในการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง ผ่านการผสานพลังระหว่าง “ภาคประชาสังคม” และ “ภาคการเมืองในระบอบรัฐสภา” เพื่อท้าทายอำนาจนำของฝ่ายความมั่นคงเดิม
1. พลังศรัทธาสู่สันติภาพ: 21 องค์กรชายแดนใต้ รวมพลังละหมาดฮายัตอักบัร

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนใต้ รวม 21 องค์กร นำโดยสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) ได้จัดพิธีละหมาดฮายัตอักบัร และดุอาอ์ขอพร ณ จังหวัดยะลา โดยมี บาบออับดุลบาสิต เจ๊ะหม๊ะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาและผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรีซึ่งถือเป็นเป็นผู้นำจิตวิญญาณ
การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนา หากแต่เป็น “ปฏิบัติการทางสังคม” เพื่อส่งสัญญาณปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ ใช้กระบวนการยุติธรรม สันติวิธีสู้ และยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผ่านทาง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569
“การละหมาดฮายัตในวันนี้ คือการหลอมรวมจิตใจของคนในพื้นที่ว่าเราปฏิเสธความรุนแรง และเราพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสันติภาพที่กินได้และความปลอดภัยของทุกคน” — ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว (อ่านรายละเอียดข่าวใน https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/54847)
2. นัยยะของการทวงความยุติธรรม: คดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์
การละหมาดฮายัตครั้งนี้วันนี้มิใช่ครั้งแรก หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ประชาชนกว่า 2,000 คนเพิ่งร่วมละหมาดฮายัต ณ สนามตาดีกาจำปากอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อครบรอบ 1 เดือนเหตุการณ์ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
นัยยะสำคัญของคดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็น คดีความมั่นคงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากพยานหลักฐานและการจับกุมชุดสังหารโยงใยไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้สังกัด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถึง 2 นาย ซึ่ง สส.กมลศักดิ์ ต้องดำเนินการรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์ด้วยตนเอง
นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เป็นกระบอกเสียงสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า:
“การลอบยิงนี้ไม่ได้โจมตีแค่ สส. คนใดคนหนึ่ง แต่กำลังท้าทายต่อสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย หากผู้แทนราษฎรยังไม่ปลอดภัย สภาฯ จะมีความหมายต่อประชาชนอย่างไร”
รัฐสภาและภาคประชาสังคมจึงมีข้อเรียกร้องร่วมกันให้โอนคดีนี้ให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาดำเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เที่ยงธรรม และป้องกันการ “ตัดตอน” หรือเบี่ยงเบนประเด็นจากอิทธิพลในพื้นที่
3. ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO): ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ต้องหยุดยั้ง
เมื่อโครงสร้างความมั่นคงแบบเดิมถูกตั้งคำถาม สิ่งที่ตามมาคือการโต้กลับด้วย ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และการสร้างความเกลียดชังในโลกออนไลน์ (Hate Speech) เป้าหมายหลักไม่ได้หยุดอยู่แค่ฝ่ายการเมือง แต่ขยายผลไปสู่คนทำงานในพื้นที่ เช่น
- คุณฐาปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวจาก The Reporter ที่โดนหนักมากๆจะต้องฟ้องทางกฎหมาย
- นายมูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ ประธานมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
การใส่ร้ายป้ายสี การตีตราสถาบันการศึกษา เช่น ปอเนาะ หรือ ตาดีกา ว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง รวมถึงการเตะถ่วงไม่ให้เชิญผู้รู้ศาสนาจากประเทศเพื่อนบ้านมาบรรยาย แม้รัฐจะออกมาบอกว่าไม่ได้ห้าม ล้วนเป็นแบบแผนของการสร้างความหวาดระแวง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้รัฐคงอำนาจพิเศษไว้ ภาคประชาสังคมและกลไกสภาฯ จึงเรียกร้องร่วมกันให้ กอ.รมน. และเหล่าทัพ ออกคำสั่งยุติปฏิบัติการ IO ที่ทำลายความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนทันที
4. ข้อเสนอเชิงโครงสร้าง: ปลดล็อกกฎอัยการศึก ยกร่างความมั่นคงใหม่
การมีอยู่ของกฎอัยการศึกมานานกว่า 2 ทศวรรษ (นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนปี 2547) คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการใช้ “ยาแรง” ที่ไม่ตอบโจทย์ แต่กลับเป็นช่องทางให้ทหารใช้อำนาจล้นเกินโดยปราศจากการตรวจสอบ ยึดโยงไปถึงบทเรียนทางประวัติศาสตร์อย่างเหตุการณ์ตากใบ
แนวทางการแก้ไขปัญหาไฟใต้ในยุคปัจจุบัน จึงต้องเปลี่ยนผ่านจาก “มิติทหารนำ” ไปสู่ “มิติการเมืองนำโดยรัฐบาลพลเรือน” ผ่านข้อเสนอแนะหลัก 3 ประการ:
| มิติการขับเคลื่อน | แนวทางดำเนินการ | เป้าหมายสูงสุด |
|---|---|---|
| 1. ปลดล็อกกฎหมาย | ยกเลิกกฎอัยการศึก ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที และทยอยลดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ | ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลมุ่งแสวงหาทางออกด้วยแนวทางการเมืองและสันติวิธี |
| 2. ปฏิรูปโครงสร้าง | ยกร่างกฎอัยการศึกฉบับใหม่ สงวนอำนาจการประกาศไว้ที่นายกรัฐมนตรี และให้สภาฯ กำกับดูแล | สถาปนาหลักการ “รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ” อย่างแท้จริง |
| 3. บูรณาการภาคประชาชน | หนุนมาตรการ 6 ข้อของสมัชชา CAP (คุ้มครองพื้นที่สาธารณะ, เปิดพื้นที่รับฟัง, หนุนสื่อชุมชน) รวมทั้งข้อเสนอสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ที่มีนางสาวลม้าย มานะการเป็นประธานสร้าง “สันติภาพที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ไม่ใช่สันติภาพบนโต๊ะเจรจาของรัฐ อย่างเดียว ทำคู่กับสันติภาพกินได้ รวมทั้งนำข้อเสนอ บทสรุปข้อเสนอแนะกมธ.สันติภาพชายแดนใต้ นำมาปฏิบัติสิ่งที่ทำได้ก่อน |
บทสรุป: แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใต้ดุลอำนาจใหม่

การแต่งตั้ง อาจารย์วันนอร์ เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายพลเรือน อาจถือเป็นโซ่ข้อกลางสำคัญที่จะเชื่อมโยงเสียงสะท้อนจากพื้นที่เข้าสู่นโยบายส่วนกลางของรัฐบาลพลเรือนได้ ถือเป็นโอกาส แต่ก็เป็นความท้าทาย เพราะตำแหน่งที่ปรึกษามิได้มีอำนาจใดรองรับ และความเป็นจริงรัฐบาลอนุทิน ชนะเลือกตั้งเพราะกระแสชาตินิยม ที่ทหารหนุนเสริม
สถานการณ์ไฟใต้ ณ วันนี้ เดินทางมาถึงจุดที่ไม่อาจปล่อยให้ “ความหวาดกลัว” และ “การใช้อาวุธนอกระบบ” กลายเป็นเรื่องปกติได้ คดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ได้กลายเป็นสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่ส่องให้เห็นเนื้อร้ายของอุตสาหกรรมความมั่นคง
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลพลเรือนและรัฐสภา จะต้องใช้โอกาสนี้ร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ ดึงกระบอกปืนออกจากอกของประชาชน ยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลัง และร่วมกันถักทอ “สันติภาพที่กินได้และความปลอดภัยของทุกคน” ให้เกิดขึ้นจริงในแผ่นดินใต้เสียที
#CAP #สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ #หยุดความเกลียดชัง #ร่วมสร้างสันติภาพ #ความมั่นคงใหม่ #PataniPeace

2,211 total views, 528 views today

More Stories
เขตอุตสาหกรรมฮาลาล: อ้างประชาชน แต่ใครได้ประโยชน์ในพื้นที่ความมั่นคง? และเมื่อมันร้าง…ใครจะรับผิดชอบ และเพราะมิได้ทำ SEA ก่อน
ศอ.บต. ในภารกิจไฟใต้ ที่ควรจะเป็น ปัญหาและความท้าทาย จากทัศนะ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
ยุคสมัยแห่งสัญญาณเปลี่ยนผ่าน: มอง ‘ปาเลสไตน์’ ผ่านแว่นวิชาการ สู่ประวัติศาสตร์และเสียงสะท้อนแห่งมนุษยธรรม