พฤษภาคม 14, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

กับดักความเกลียดชัง 2026: เมื่อ “ขวาจัด” และ “AI IO” กลายเป็นพรมแดนใหม่ของไฟใต้

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

     ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส ปรากฏการณ์ที่น่ากังวลที่สุดในปี 2026 ไม่ใช่เพียงแค่ความต่างทางความคิด แต่คือการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างลัทธิสุดโต่ง บทความนี้จะสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างกระแสชาตินิยมกรณีไทย-กัมพูชา การฟื้นตัวของกลุ่มขวาจัด และการใช้ สงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Operations: IO) ที่กำลังกัดเซาะความมั่นคงและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

บทนำ: สมรภูมิใหม่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

     ท่ามกลางประเด็นร้อนแรงเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่าง ไทยและกัมพูชา เราเห็นการขยับตัวของ “ลัทธิชาตินิยมสุดโต่ง” ที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมาเป็นหัวเชื้อ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือการที่กระแสเหล่านี้ถูกโยงเข้ากับความขัดแย้งทางศาสนาอย่างเป็นระบบ โดยมี Generative AI, Fake News และปฏิบัติการ IO เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสภาวะ “รัฐซ้อนรัฐ” ที่พยายามควบคุมทิศทางสังคมผ่านความกลัวและการสร้างศัตรูในจินตนาการ

วิวัฒนาการของ IO: จาก “บอท” สู่ “AI ผสมมนุษย์”

ปฏิบัติการข่าวสารในปัจจุบันไม่ได้มาในรูปแบบข้อความทื่อ ๆ อีกต่อไป แต่มีการพัฒนาที่น่ากลัวขึ้นตามลำดับ:

  • การฆ่าทางวิชาชีพ (Professional Character Assassination): มุ่งเป้าโจมตีสื่อมวลชนหรือนักวิชาการที่รายงานความจริงในพื้นที่ เช่น กรณีของ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ที่ถูกบิดเบือนข้อมูลเพื่อดิสเครดิตความน่าเชื่อถือ ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง (PTSD)
  • Decentralized IO: การกระจายอำนาจในการปั่นกระแส ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่หน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ขยายไปยังอินฟลูเอ็นเซอร์สายปั่นที่มีตัวตนจริง ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ความเห็นส่วนตัว” กับ “ปฏิบัติการจัดตั้ง” พร่าเลือนจนแยกไม่ออก
  • AI-Generated Hate: การใช้ AI สร้างบทสนทนาปลอมหรือคลิปเสียงบิดเบือน เพื่อตอกย้ำวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง เช่น ข่าวปลอมเรื่องสวัสดิการข้าราชการมุสลิม หรือการป้ายสีว่าผู้นำทางสังคมเป็นแนวร่วมแบ่งแยกดินแดน

การขยายตัวของขวาจัด: เมื่อความรักชาติถูกใช้เป็นอาวุธ

ปัญหาชายแดนใต้กลับถูกนำมาเป็น “ตัวประกัน” ทางการเมืองผ่านกลยุทธ์ที่แยบยล:

  1. การสร้างศัตรูร่วม: เมื่อกระแสขวาจัดจุดติดจากกรณีเขตแดนไทย-กัมพูชา กลุ่มเหล่านี้มักขยายผลต่อไปยังพี่น้องมุสลิมในชายแดนใต้ เพื่อสร้างภาพจำว่า “ความเป็นไทย” กำลังถูกคุกคามจากทั้งภายนอกและภายใน
  2. วาทกรรม “สิทธิพิเศษ” และความเชื่อผิด ๆ: มีการผลิตซ้ำข้อมูลเท็จเพื่อสร้างความอิจฉาริษยาในหมู่พลเมือง เช่น เรื่องสวัสดิการคู่สมรส ซึ่งในความเป็นจริงระเบียบกระทรวงการคลังให้สิทธิเพียง “คนเดียว” ตามกฎหมาย
  3. ภาวะลอยนวลพ้นผิด (Impunity): ปฏิบัติการเหล่านี้มักใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนหรือ “งบลับ” ในการคุกคามคนเห็นต่าง โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบแม้จะมีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน

อภิปราย: ทำไม “ความเกลียดชัง” ถึงเป็นสินค้าที่ขายดี?

     นักวิชาการด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนอย่าง สฤณี อาชวานันทกุล และ ผศ.ดร. จันจิรา สมบัติพูนศิริ ชี้ให้เห็นว่า อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกำไรจาก “เอนเกจเมนต์” ซึ่งเนื้อหาที่สร้างความโกรธแค้นและเกลียดชังมักจะดึงดูดคนได้ดีที่สุด ทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็น “พ่อค้าความเกลียดชัง” โดยไม่ตั้งใจ

ทางออกและข้อเสนอแนะ: สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล

เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมไทยถลำลึกสู่กับดักความเกลียดชัง จำเป็นต้องมีมาตรการดังนี้:

  • การเก็บข้อมูล Big Data: รวบรวมหลักฐานการปฏิบัติการ IO อย่างเป็นระบบ เพื่อกดดันแพลตฟอร์มให้ตัดท่อน้ำเลี้ยง (พื้นที่โฆษณา) ของเพจที่สร้างความแตกแยก
  • Business and Human Rights: เรียกร้องให้ภาคเอกชนและแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน ไม่ปล่อยให้เครื่องมือของตนถูกใช้เป็นอาวุธทำลายผู้อื่น
  • กลไกเยียวยาจิตใจ: สร้างเครือข่ายสนับสนุนสำหรับเหยื่อที่ถูกคุกคามออนไลน์ (Cyberbullying) และรณรงค์เรื่อง Digital Literacy ที่เท่าทันอัลกอริทึม
  • หยุดการใช้รัฐสร้างความเกลียดชัง: ภาครัฐต้องยุติการสนับสนุนปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ทำร้ายประชาชนของตนเอง และหันมาสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยพหุวัฒนธรรม

บทสรุป

     ศัตรูที่แท้จริงของสันติภาพชายแดนใต้ไม่ใช่เพื่อนร่วมชาติที่ต่างศาสนา หรือเพื่อนบ้านที่ต่างพรมแดน แต่คือ “คำลวง” ที่ถูกฉีดเข้าสู่สังคมอย่างเป็นระบบเพื่อทำลายความไว้วางใจ การ “หยุด คิด ตรวจสอบ” ก่อนแชร์ข้อมูล คืออาวุธสำคัญที่สุดที่เราทุกคนมี เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นหมากในเกมที่ผู้เล่นหวังเพียงอำนาจบนซากปรักหักพังของความสามัคคีในชาติ

หมายเหตุ อ้างอิงจาก

https://www.facebook.com/share/p/14iBWUP1xdg/?mibextid=wwXIfr

และ

https://www.facebook.com/share/p/1ApTamiDM6/?mibextid=wwXIfr

 7,951 total views,  7,951 views today