พฤษภาคม 10, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

“แผนตาลีตำบง” หรือที่มีการแชร์ต่อกันในลักษณะว่าเป็นแผนการยึดครองประเทศหรือการสร้างความขัดแย้งทางศาสนาในประเทศไทยนั้น ถูกจัดอยู่ในกลุ่มข่าวปลอม (Fake News) ที่มีเป้าหมายสร้างความหวาดระแวงและรอยร้าวระหว่างคนในชาติ

แชร์เลย

#ถูกนำมาเผยแผ่อีกแม้ปี 2569

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ขุดรากถอนโคน “แผนตาลีตำบง”: กลยุทธ์ข่าวปลอมทำลายชาติและความสมานฉันท์

     ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดไม่ใช่กระสุนปืน แต่คือ “ความกลัว” ที่ถูกฉาบหน้าด้วยข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะกรณีของ “แผนตาลีตำบง” ซึ่งเป็นข่าวปลอม (Fake News) ตัวฉกาจที่มักจะถูกขุดขึ้นมาเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ กระแสความหวาดระแวงดังกล่าวก็ยังถูกนำกลับมาปรุงแต่งใหม่เพื่อสร้างความขัดแย้งทางศาสนาในสังคมไทยอย่างไม่จบสิ้น

“แผนตาลีตำบง” คืออะไร?

     แผนตาลีตำบง เป็นข้อความชุดหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นและเผยแพร่ในโลกออนไลน์มานานนับทศวรรษ โดยอ้างว่าเป็นแผนลับของชาวมุสลิมในการเข้ายึดครองประเทศไทยผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การแทรกซึมในหน่วยงานรัฐ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มประชากรเพื่อเปลี่ยนไทยให้เป็นรัฐอิสลาม

ข้อเท็จจริง: หน่วยงานความมั่นคง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และนักวิชาการจำนวนมากได้ตรวจสอบและยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “แผนนี้ไม่มีอยู่จริง” แต่เป็นเพียงการแต่งเรื่อง (Fabrication) ที่หยิบเอาสัญลักษณ์ทางศาสนามาบิดเบือนให้ดูน่ากลัว

ทำไมข่าวปลอมนี้จึงยังคงอยู่แม้ถึงปี 2569?

การที่ข่าวปลอมเรื่องนี้ยังไม่ตายไปจากสังคมไทย เกิดจากปัจจัยหลายประการ:

  1. การเล่นกับความกลัวพื้นฐาน (Primal Fear): ข่าวปลอมนี้มุ่งเป้าไปที่ความกลัวการสูญเสียอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาหลักของชาติ
  2. อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย: ระบบที่เลือกแสดงเนื้อหาตามความสนใจ ทำให้คนที่เคยเชื่อเรื่องนี้ถูกป้อนข้อมูลซ้ำๆ จนเกิดสภาวะ “ห้องแห่งเสียงสะท้อน” (Echo Chamber)
  3. การขาดความเข้าใจในพหุวัฒนธรรม: ความไม่รู้ในหลักปฏิบัติที่แท้จริงของศาสนาอื่น ทำให้เกิดช่องว่างให้ผู้ไม่หวังดีสอดแทรกความเกลียดชังได้ง่าย

อย่างไร: กลยุทธ์การเผยแพร่ที่เปลี่ยนไป

หากในอดีตเป็นการส่งต่อทาง SMS หรืออีเมล ในปี 2569 ผู้สร้างข่าวปลอมได้ยกระดับโดยใช้:

  • Deepfake และ AI: สร้างคลิปเสียงหรือวิดีโอเลียนแบบผู้นำศาสนาหรือนักการเมืองเพื่อเพิ่มความสมจริง
  • Content บิดเบือน: นำภาพกิจกรรมทางศาสนาปกติ มาใส่คำบรรยาย (Caption) ที่สร้างความตระหนก เช่น “เริ่มแล้ว! การยึดพื้นที่…”
  • การเชื่อมโยงกับสถานการณ์โลก: หยิบยกความขัดแย้งในต่างประเทศมาเปรียบเทียบกับไทยอย่างผิดบริบท

     ล่าสุด ไฟใต้ หลังแม่ทัพภาคที่ 4 สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่างเหมารวม ว่า “ปอเนาะ-ตาดีกาคือแหล่งบ่มไฟใต้ แม้ท่านจะออกมาขอโทษ ว่าสื่อสารผิด แต่ยังคงให้ทัศนะ สถาบันบางแห่ง คนบางคน ใช้สถานศึกษาอิสลามเป็นแหล่งบ่มเพาะ

(เช่นคลิปนี้ล่าสุด 8 พฤษภาคม 2569 https://www.facebook.com/share/v/1D9XvbGd8D/?mibextid=wwXIfr)

ตัวอย่างผลกระทบ: ความร้าวรานที่เกิดขึ้นจริง

ลองจินตนาการถึงหมู่บ้านที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมานับร้อยปี เมื่อข่าวปลอม “แผนตาลีตำบง” ถูกแชร์ในกลุ่ม LINE หมู่บ้าน:

  • ความหวาดระแวง: เพื่อนบ้านเริ่มมองตากันด้วยความระแวง ไม่กล้าไปมาหาสู่กันเหมือนเก่า
  • การเลือกปฏิบัติ: เกิดการต่อต้านการสร้างศาสนสถาน หรือการทำธุรกิจร่วมกัน
  • ความรุนแรง: ในบางกรณี ความเข้าใจผิดอาจลุกลามไปสู่การปะทะทางวาจาหรือร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าทางผู้ที่ต้องการทำลายความมั่นคงของชาติ

บทสรุป

     “แผนตาลีตำบง” ไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่มันคือ “เครื่องมือทางการเมืองและการสร้างความแตกแยก” ที่อาศัยความอ่อนไหวทางความเชื่อเป็นตัวขับเคลื่อน หากเราหลงเชื่อและส่งต่อ เท่ากับว่าเรากำลังตกเป็นเครื่องมือในการทำลายรากฐานความสันติสุขของประเทศไทยเอง

ข้อเสนอแนะต่อสังคมไทย

เพื่อให้สังคมไทยก้าวข้ามกับดักความขัดแย้งนี้ เราควรมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันดังนี้:

  1. หลักการ “หยุด คิด ตรวจสอบ” (Stop, Think, Check): ก่อนจะกดแชร์ข้อมูลใดๆ ที่สร้างความโกรธแค้นหรือความกลัว ให้ตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย 3 แหล่ง
  2. ส่งเสริม “การศึกษาพหุวัฒนธรรม”: รัฐและภาคประชาสังคมควรสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเพื่อนต่างศาสนา เพื่อลดช่องว่างแห่งความไม่รู้
  3. การบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียม: ดำเนินคดีกับผู้ที่เป็น “ต้นตอ” ในการผลิตข่าวปลอมสร้างความแตกแยกอย่างจริงจัง โดยไม่เลือกปฏิบัติ
  4. ใช้สติชนะอารมณ์: เตือนสติคนรอบข้างที่แชร์ข้อมูลผิดๆ ด้วยความสุภาพและมีเหตุผล แทนการใช้อารมณ์โต้ตอบ

ประเทศไทยเข้มแข็งได้ด้วยความหลากหลาย และความจริงเท่านั้นที่จะเป็นเกราะป้องกันเราจากข่าวปลอมที่มุ่งร้ายต่อชาติ

 198 total views,  198 views today

You may have missed