… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_5689435
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้:เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจัยชี้ขาดที่จะนำไปสู่ “สันติภาพ” ไม่ใช่เพียงแค่กำลังทหารหรือเม็ดเงินงบประมาณ แต่คือ “ความไว้วางใจ” (Trust) ทว่าในปัจจุบัน ความไว้วางใจนี้กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก ไม่ใช่แค่จากกระสุนปืน แต่จากปฏิบัติการข่าวสาร (IO) และข้อมูลบิดเบือน (Fake News) ที่คนของรัฐถูกตั้งคำถามว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเสียเอง
1. ช่องว่างระหว่าง “นโยบาย สมช.” กับ “การปฏิบัติของ กอ.รมน.”
แม้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเสนอแผนบริหารและพัฒนาฯ พ.ศ. 2568 – 2570 โดยเน้นการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่กลไกปกติ แต่ในทางปฏิบัติกลับปรากฏภาพที่ย้อนแย้ง
- วาทกรรมเหมาเข่ง: การที่ผู้นำกองทัพพาดพิงสถาบัน “ปอเนาะ” และ “ตาดีกา” ว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง คือการทำลาย “รากแก้ว” ของชุมชน และเป็นการผลักมิตรให้กลายเป็นศัตรู
- ความยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติ: กรณีคนของรัฐถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการลอบสังหาร สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กลายเป็นบททดสอบสำคัญ หากกระบวนการยุติธรรมถูกทำให้บิดเบี้ยวเพื่อ “ตัดจบ” หรือปกป้องพวกพ้อง นโยบายการอำนวยความยุติธรรมของรัฐก็จะเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ
2. สงครามข้อมูล (Digital War): IO และ AI ในฐานะอาวุธชนิดใหม่
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ “มลภาวะทางข้อมูลข่าวสาร” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ถูกจัดตั้งอย่างเป็นระบบ
- ปฏิบัติการ IO (Information Operations): จากข้อมูลการร้องเรียนของเครือข่ายสามพี่น้องด้านการศึกษาอิสลาม และภาคประชาสังคม พบการใช้บัญชีอวตาร (Avatar) และเพจนิรนามจำนวนมาก กระจายข่าวบิดเบือน (Fake News) เพื่อด้อยค่าและสร้างความเกลียดชังต่อผู้นำทางศาสนา สื่อมวลชน และนักกิจกรรม
- AI และการบิดเบือน: การใช้เทคโนโลยี AI สร้างเนื้อหาที่เป็นเท็จ (Dangerous Speech) เพื่อ “ฝังชิปความคิด” ให้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชน สะท้อนว่าการรับข้อมูลบิดเบือนอย่างต่อเนื่องสามารถเปลี่ยน “อคติ” ให้กลายเป็น “ความรุนแรง” ได้จริง
3. เมื่อคนของรัฐตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการทำลายความน่าเชื่อถือ
ความน่าเชื่อถือของรัฐดิ่งลงอย่างชัดเจน เมื่อเพจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีพฤติกรรมสอดคล้องกับปฏิบัติการ IO
- การใช้ถ้อยคำรุนแรง (Hate Speech) ใส่ร้ายประชาชนที่เห็นต่าง
- การข่มขู่คุกคามนักข่าวและนักสิทธิมนุษยชนผ่านโลกออนไลน์
- การสร้าง “ห้องเสียงสะท้อน” (Echo Chamber) ที่ปิดกั้นความเห็นต่างและขยายความกลัว
บทสรุป: ทางออกก่อนไฟใต้จะลุกโชนเกินเยียวยา
เป้าหมายสันติภาพปี 2570 จะไม่มีทางสำเร็จ ตราบใดที่รัฐยังใช้แนวทาง “ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ” คือพูดเรื่องสันติภาพ แต่ในทางปฏิบัติกลับสนับสนุนปฏิบัติการ IO ที่ทำลายความไว้วางใจของประชาชน
สิ่งที่รัฐต้องทำทันทีคือ:
- Stop IO: ยุติการใช้ทรัพยากรของรัฐสร้างความแตกแยกผ่านบัญชีอวตารและข่าวปลอม
- Accountability: ตรวจสอบคดีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา
- Safe Communication: สร้างระบบนิเวศการสื่อสารที่ปลอดภัย ให้ข้อเท็จจริงเป็นตัวนำ ไม่ใช่อคติ
หาก กอ.รมน. ภาค 4 ยังไม่ปรับเปลี่ยน Mindset และยังปล่อยให้การใช้ Fake News เป็นเครื่องมือ “สงครามดิจิทัล” นี้อาจลุกลามสู่ความขัดแย้งในโลกความเป็นจริงอย่างยากจะควบคุม
15,858 total views, 5,371 views today

More Stories
บทบาทของ อับดุลสุโก ดินอะ ในฐานะนักวิชาการและฟันเฟืองสำคัญของภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การพิทักษ์เกียรติภูมิสถาบันการศึกษาอิสลาม: การยืนหยัดบนความสัตย์จริงภายใต้กฎหมายและหลักการศาสนา
ฝ่าวงล้อมสงครามข้อมูลข่าวสาร: เมื่อ IO กระพือไฟใต้ระลอกใหม่ ปัญหาและทางออกบนวิถีสันติภาพ