โดย: อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของเดือนรอมฎอน ณ กรุงเยรูซาเลม ภาพที่ปรากฏกลับไม่ใช่เพียงแค่ความสงบเงียบของการถือศีลอด แต่คือภาพของการยืนหยัด (Sumud) ที่สะท้อนผ่านหัวใจนับพันของเยาวชนปาเลสไตน์ และเสียงประณามอย่างรุนแรงจากสถาบันทางศาสนาสูงสุดอย่าง อัลอัซฮัร อัลชะรีฟ
เมื่อกำแพงมิอาจกั้นหัวใจผู้ศรัทธา
เป็นเวลากว่า 16 วันต่อเนื่อง ที่ มัสยิดอัลอักซอ — ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์และกิบลัตแรกของอิสลาม — ถูกสั่งปิดกั้น แต่สำหรับเยาวชนจากกรุงเยรูซาเลมและดินแดนโดยรอบ ความเข้มงวดของมาตรการยึดครองกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมให้เปลวไฟแห่งศรัทธาลุกโชนขึ้น
ในค่ำคืนที่ประตูมัสยิดถูกลงกลอน พื้นที่ถนนและทางเท้าบริเวณ ประตูบับ อัลอามูด ได้แปรเปลี่ยนเป็นมัสยิดชั่วคราวภายใต้แสงดาว การละหมาดอิชาอ์และตารอวีห์ถูกจัดขึ้นบนพื้นหินอันหนาวเหน็บ ทุกการสุญูด (กราบ) คือการประกาศว่าสิทธิเหนือจิตวิญญาณนั้นไม่อาจถูกพรากไปได้ แม้ร่างกายจะถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าสู่ตัวอาคาร แต่วิญญาณของพวกเขาได้สถิตอยู่ภายในอัลอักซอเรียบร้อยแล้ว
“เมื่อประตูมัสยิดถูกปิด หัวใจของพวกเขาก็เปิดกว้าง และเปลี่ยนทุกตารางนิ้วให้กลายเป็นลานแห่งความภักดี”
เสียงคำรามจากอัลอัซฮัร: “นี่คืออาชญากรรมต่อศรัทธา”
ขณะที่กลุ่มมุรอบิฏูน (ผู้พิทักษ์) กำลังยืนหยัดอยู่หน้ากำแพง อัลอัซฮัร อัลชะรีฟ ใน อียิปต์ ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของฝ่ายผู้ยึดครองด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น โดยระบุว่าการปิดกั้นมัสยิดในช่วงรอมฎอนคือ “อาชญากรรมที่จงใจยั่วยุชาวมุสลิมทั่วโลก”
อัลอัซฮัรยืนยันว่าการกระทำนี้เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่คุ้มครองสิทธิในการประกอบศาสนกิจอย่างชัดเจน และสะท้อนถึงเจตนาแฝงที่ต้องการลบเลือนอัตลักษณ์อิสลามของกรุงเยรูซาเลม พร้อมทั้งส่งสารสำคัญถึงประชาคมโลกว่า
• อัลอักซอคือสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของอิสลามโดยสมบูรณ์ และไม่มีผู้ใดมีสิทธิเหนือพื้นที่นี้โดยชอบธรรม
• เรียกร้องให้โลกอาหรับและมุสลิมร่วมกันแบกรับหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยให้แก่ผู้ศรัทธา
บทสรุปแห่งการยืนหยัด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่คือบททดสอบแห่งความศรัทธา ระหว่างมาตรการที่พยายามกดขี่ กับหัวใจที่ไร้กำแพงของผู้ศรัทธาที่พร้อมจะเปล่งเสียงดุอาอ์ให้ดังระงมไปทั่ว กรุงเยรูซาเลม
ในท้ายที่สุด เสียงอาซานและเสียงสวดอ้อนวอนบริเวณหน้ากำแพงเมืองเก่า ได้กลายเป็นเครื่องยืนยันว่า ตราบใดที่จิตวิญญาณแห่งความรักในอัลอักซอยังคงอยู่ การปิดกั้นใดๆ ก็ตามย่อมไร้ความหมาย
ชมคลิปใน
https://www.facebook.com/share/v/1CPGRNQG8k/?mibextid=wwXIfr
50,673 total views, 4 views today

More Stories
แวดวงสังคมมุสลิมด้วยกัน: ประเด็นเรื่องการจำกัดการอภิปรายทางวิชาการที่ละเอียดอ่อน
แม้ไม่เห็นด้วยกับโรงไฟฟ้า แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง: ถอดบทเรียนจากเหตุบุกรุกโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประชาสังคมชายแดนใต้ผนึกกำลัง 47 องค์กร ยื่น 11 ข้อเสนอจี้ “ฐนัตถ์” เร่งเครื่องสันติภาพที่ยั่งยืน