อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ: รุ่งอรุณแห่งศรัทธาและการขัดเกลาปัญญา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวียนมาถึง บรรยากาศในพื้นที่ปัตตานีและสงขลาไม่ได้มีเพียงความสงบเงียบของการถือศีลอดเท่านั้น แต่ยังอบอวลไปด้วย “เสียงเรียกแห่งอัลกุรอาน” การเข้าสู่เดือนรอมฎอน ฮ.ศ. 1447 ในปีนี้ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่สถาบันการศึกษาชั้นนำในพื้นที่ภาคใต้ ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนบทบาทจากสถานศึกษาทั่วไป สู่การเป็น “ศูนย์กลางการฟื้นฟูจิตวิญญาณ” โดยใช้คัมภีร์อัลกุรอานเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนสังคมและเยาวชน
การขับเคลื่อนผ่านสถาบัน: ตรรกะแห่งศรัทธาและวิชาการ
ปรากฏการณ์การฟื้นฟูอัลกุรอานในรอมฎอนนี้ ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 รูปแบบหลัก ที่สอดประสานกันอย่างมีนัยสำคัญ:
1. สร้างสภาวะแวดล้อมแห่งศรัทธา (The Spiritual Environment)
ณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ภายใต้การนำของ รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ได้ตอกย้ำแนวคิด “มหาลัยของฉัน สวรรค์ของฉัน” ผ่านกิจกรรม “เคียงคู่อัลกุรอาน” (مع القران) การรวมตัวกันศึกษาพระมหาคัมภีร์หลังละหมาดซุฮร์ ไม่ใช่เพียงการรักษาประเพณี แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจและการขัดเกลาจริยธรรมร่วมกันระหว่างผู้บริหารและนักศึกษา
2. การตีความเพื่อการประยุกต์ใช้ (Exegesis & Contextualization)
ในฟากของ คณะวิทยาการอิสลาม ม.อ.ปัตตานี เน้นหนักไปที่ “การตัฟสีร” หรืออรรถาธิบายอัลกุรอาน โดยนักวิชาการอย่าง รศ.ดร.อาลี สาเมาะ และ ผศ.ดร.เกตุ อัสมิมานะ ที่เริ่มต้นด้วย สูเราะฮฺ อัน-นูร เพื่อชี้ให้เห็นถึง “ทางนำที่สว่างไสว” การศึกษาในรูปแบบนี้ช่วยให้ข้อความในคัมภีร์ที่ประทานมาเมื่อพันกว่าปีก่อน กลายเป็นคำแนะนำที่จับต้องได้และสอดคล้องกับวิถีชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมปัจจุบัน
3. การถอดบทเรียนสู่การเปลี่ยนชีวิต (The Transformative Lessons)
ที่ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จ.สงขลา อุสตาส อับดุชชะกูร บินชาฟิอีย์ ดินอะ ได้นำบทเรียนจาก ญุซที่ 1 มาเป็นกระจกส่องตนเอง โดยเน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ:
- การขอทางนำ: ความสม่ำเสมอในสิรอฏ็อล มุสตะกีม
- การสำรวจตนเอง: แยกแยะระหว่างความศรัทธาที่แท้จริงกับการเป็นผู้กลับกลอก
- บทเรียนประวัติศาสตร์: ความโอหังและการดื้อรั้นที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเอง
บทสรุปเชิงวิเคราะห์: เป้าหมายที่มากกว่าการอ่าน
หัวใจสำคัญของการขยับตัวของสถาบันการศึกษาในปีนี้ ถูกขมวดปมไว้อย่างน่าสนใจผ่านทัศนะของ ผศ.ดร.ฆอซาลี เบ็ญหมัด ที่เสนอว่าการศึกษาอัลกุรอานในรอมฎอนต้องก้าวข้าม “การอ่านเพื่อเอาผลบุญเพียงอย่างเดียว” (Passive Reading) ไปสู่ “การอ่านเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (Action-oriented Reading) โดยมีโครงสร้างสัดส่วนที่ควรจะเป็นดังนี้:
| ระดับการเข้าถึงอัลกุรอาน | ความสำคัญ | เป้าหมายหลัก |
|---|---|---|
| 1. ติลาวะฮ์ (การอ่าน) | 20% | ความถูกต้องตามอักขระและผลบุญเบื้องต้น |
| 2. ตะดับบุร (การใคร่ครวญ) | 30% | ความเข้าใจในความหมายลึกซึ้งและคุณค่า |
| 3. ตะฏบี๊ก (การปฏิบัติ) | 50% | การนำมาเป็นภาคปฏิบัติในชีวิตและสังคม |
การเริ่มต้นรอมฎอน 2569 ในพื้นที่ภาคใต้จึงเป็นภาพสะท้อนของการ “ตื่นรู้” ทางปัญญา สถาบันการศึกษาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า อัลกุรอานไม่ใช่เพียงคัมภีร์บนหิ้ง แต่คือเข็มทิศที่มีชีวิต ซึ่งหาก “หัวใจเคลื่อนไหว” ไปพร้อมกับ “ลิ้นที่อ่าน” พลังแห่งการฟื้นฟูนี้จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรั้วสถาบัน แต่จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
480 total views, 4 views today

More Stories
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อผู้แสวงบุญมุสลิม (มุอฺตะมีรีน)
ชาวปาตานีที่เกิดในซาอุดีอาระเบีย ระหว่างความเจ็บปวดจากการจากลาและความหวังในการกลับคืนสู่มาตุภูมิ (ตอนที่ 1)
ความยุติธรรมที่ไร้พรมแดน: เมื่อ ‘บรรทัดฐานสากล’ ถูกทดสอบในสมรภูมิตะวันออกกลาง “ไม่ว่าจะเชียรไม่เชี ยิว อเมริกาหรืออิหร่าน”