มีนาคม 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

รอมฎอน 2569: พลังแห่งการฟื้นฟูอัลกุรอาน จากรั้วสถาบันการศึกษาสู่เข็มทิศนำทางชุมชน

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: รุ่งอรุณแห่งศรัทธาและการขัดเกลาปัญญา

     เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวียนมาถึง บรรยากาศในพื้นที่ปัตตานีและสงขลาไม่ได้มีเพียงความสงบเงียบของการถือศีลอดเท่านั้น แต่ยังอบอวลไปด้วย “เสียงเรียกแห่งอัลกุรอาน” การเข้าสู่เดือนรอมฎอน ฮ.ศ. 1447 ในปีนี้ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่สถาบันการศึกษาชั้นนำในพื้นที่ภาคใต้ ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนบทบาทจากสถานศึกษาทั่วไป สู่การเป็น “ศูนย์กลางการฟื้นฟูจิตวิญญาณ” โดยใช้คัมภีร์อัลกุรอานเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนสังคมและเยาวชน


การขับเคลื่อนผ่านสถาบัน: ตรรกะแห่งศรัทธาและวิชาการ

ปรากฏการณ์การฟื้นฟูอัลกุรอานในรอมฎอนนี้ ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 รูปแบบหลัก ที่สอดประสานกันอย่างมีนัยสำคัญ:


1. สร้างสภาวะแวดล้อมแห่งศรัทธา (The Spiritual Environment)

      ณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ภายใต้การนำของ รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ได้ตอกย้ำแนวคิด “มหาลัยของฉัน สวรรค์ของฉัน” ผ่านกิจกรรม “เคียงคู่อัลกุรอาน” (مع القران) การรวมตัวกันศึกษาพระมหาคัมภีร์หลังละหมาดซุฮร์ ไม่ใช่เพียงการรักษาประเพณี แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจและการขัดเกลาจริยธรรมร่วมกันระหว่างผู้บริหารและนักศึกษา


2. การตีความเพื่อการประยุกต์ใช้ (Exegesis & Contextualization)

      ในฟากของ คณะวิทยาการอิสลาม ม.อ.ปัตตานี เน้นหนักไปที่ “การตัฟสีร” หรืออรรถาธิบายอัลกุรอาน โดยนักวิชาการอย่าง รศ.ดร.อาลี สาเมาะ และ ผศ.ดร.เกตุ อัสมิมานะ ที่เริ่มต้นด้วย สูเราะฮฺ อัน-นูร เพื่อชี้ให้เห็นถึง “ทางนำที่สว่างไสว” การศึกษาในรูปแบบนี้ช่วยให้ข้อความในคัมภีร์ที่ประทานมาเมื่อพันกว่าปีก่อน กลายเป็นคำแนะนำที่จับต้องได้และสอดคล้องกับวิถีชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมปัจจุบัน


3. การถอดบทเรียนสู่การเปลี่ยนชีวิต (The Transformative Lessons)

     ที่ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จ.สงขลา อุสตาส อับดุชชะกูร บินชาฟิอีย์ ดินอะ ได้นำบทเรียนจาก ญุซที่ 1 มาเป็นกระจกส่องตนเอง โดยเน้นย้ำ 3 ประเด็นสำคัญ:

  • การขอทางนำ: ความสม่ำเสมอในสิรอฏ็อล มุสตะกีม
  • การสำรวจตนเอง: แยกแยะระหว่างความศรัทธาที่แท้จริงกับการเป็นผู้กลับกลอก
  • บทเรียนประวัติศาสตร์: ความโอหังและการดื้อรั้นที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเอง

บทสรุปเชิงวิเคราะห์: เป้าหมายที่มากกว่าการอ่าน

      หัวใจสำคัญของการขยับตัวของสถาบันการศึกษาในปีนี้ ถูกขมวดปมไว้อย่างน่าสนใจผ่านทัศนะของ ผศ.ดร.ฆอซาลี เบ็ญหมัด ที่เสนอว่าการศึกษาอัลกุรอานในรอมฎอนต้องก้าวข้าม “การอ่านเพื่อเอาผลบุญเพียงอย่างเดียว” (Passive Reading) ไปสู่ “การอ่านเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (Action-oriented Reading) โดยมีโครงสร้างสัดส่วนที่ควรจะเป็นดังนี้:

ระดับการเข้าถึงอัลกุรอาน ความสำคัญ เป้าหมายหลัก
1. ติลาวะฮ์ (การอ่าน) 20% ความถูกต้องตามอักขระและผลบุญเบื้องต้น
2. ตะดับบุร (การใคร่ครวญ) 30% ความเข้าใจในความหมายลึกซึ้งและคุณค่า
3. ตะฏบี๊ก (การปฏิบัติ) 50% การนำมาเป็นภาคปฏิบัติในชีวิตและสังคม

     การเริ่มต้นรอมฎอน 2569 ในพื้นที่ภาคใต้จึงเป็นภาพสะท้อนของการ “ตื่นรู้” ทางปัญญา สถาบันการศึกษาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า อัลกุรอานไม่ใช่เพียงคัมภีร์บนหิ้ง แต่คือเข็มทิศที่มีชีวิต ซึ่งหาก “หัวใจเคลื่อนไหว” ไปพร้อมกับ “ลิ้นที่อ่าน” พลังแห่งการฟื้นฟูนี้จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรั้วสถาบัน แต่จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 480 total views,  4 views today