โดย: อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ในวิชาการไทยและเทศสาย หลักการ สะท้อนว่า ในโลกที่วิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (IR) กำลังถูกตั้งคำถามว่าทฤษฎีที่ร่ำเรียนมายังใช้ได้จริงหรือไม่ เมื่อมหาอำนาจและรัฐพันธมิตรต่างพากันฉีกตำราและละเมิดกฎกติกาเสียเอง สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเราในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่ใช่การเลือกว่าจะ “เชียร์” ฝ่ายใด แต่คือการ “ยืนหยัดในหลักการ” อย่างสม่ำเสมอ
1. ความสม่ำเสมอทางบรรทัดฐาน: มาตรฐานเดียวสำหรับโลกทั้งใบ
หัวใจสำคัญของความสงบสุขไม่ใช่การเลือกว่าเราชอบรัฐบาลใด แต่อยู่ที่การยึดถือ “ความสม่ำเสมอทางบรรทัดฐาน” (Normative Consistency) หากเราเคยประณามการละเมิดอธิปไตยในกรณีรัสเซียบุกยูเครน เราย่อมต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่อิสราเอลและสหรัฐฯ กระทำต่อรัฐอื่น
หลักการที่ควรยึดถือไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความกล้าหาญทางจริยธรรม:
-
เคารพอธิปไตย: ไม่ว่าจะเป็นรัฐเล็กหรือรัฐใหญ่ กฎหมายระหว่างประเทศต้องคุ้มครองทุกรัฐอย่างเท่าเทียม
-
มนุษยธรรมเหนือการเมือง: การแยกแยะระหว่าง “เป้าหมายทางทหาร” กับ “พลเรือน” คือเส้นแบ่งสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ การใช้กำลังที่เกินสัดส่วนจนทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์ คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กระทำ
2. บทบาทของรัฐขนาดกลางและเล็ก: กติกาคือเกราะคุ้มกัน
สำหรับประเทศอย่างไทยหรือเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ระบบพหุภาคีและกฎบัตรสหประชาชาติไม่ใช่แค่หน้ากระดาษ แต่มันคือ “เกราะคุ้มกันอธิปไตย” ที่สำคัญที่สุด การแสดงท่าทีที่กลับไปกลับมาตามบริบทการเมืองเฉพาะหน้าอาจให้ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่จะทำลาย “ความน่าเชื่อถือ” ในระยะยาว
เหมือนที่สถาบันพระปกเกล้าได้เน้นย้ำว่า สันติภาพที่ยั่งยืนไม่อาจเกิดจากการยกระดับความรุนแรง แต่ต้องผ่าน “การทูตเชิงรัฐสภา” และการเจรจาตามข้อ 2(3) และ 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อธำรงไว้ซึ่งระเบียบโลกที่ไม่ใช่ “ใครมือยาวสาวได้สาวเอา”
3. ความยุติธรรมในมุมมองอิสลาม: ตราชูที่ไม่ลำเอียง
หากมองผ่านเลนส์ของหลักการอิสลาม ความยุติธรรม (Al-Adl) ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือ “ตราชูของพระเจ้าบนหน้าแผ่นดิน” ที่มีความหมายครอบคลุมและลึกซึ้ง: -
ยุติธรรมแม้กับผู้ที่เราเกลียด: ดังที่คัมภีร์อัลกุรอานระบุว่า “อย่าให้ความเกลียดชังต่อกลุ่มชนใด ทำให้พวกเจ้าไม่ยุติธรรม” นี่คือบทพิสูจน์ใจที่ยากที่สุด เมื่อเราต้องให้ความเป็นธรรมแก่ฝ่ายที่เราอาจไม่ชอบขี้หน้าหรือมีความเชื่อต่างจากเรา
-
สิทธิความเป็นมนุษย์ที่มาก่อนความเชื่อ: ความแตกต่างทางนิกาย (เช่น ซุนนี-ชีอะฮ์) หรือความต่างทางศาสนา เป็นเรื่องของการเสวนาทางปัญญา แต่ในแง่ของ “สิทธิพลเมือง” และ “การคุ้มครองชีวิต” ทุกคนต้องได้รับความเท่าเทียมตามกฎพื้นฐานที่ว่า “พวกเขามีสิทธิเช่นเดียวกับที่เรามี”
บทสรุป: ยุติธรรม + มนุษยธรรม = ทางออกเดียวที่ยั่งยืน
ไม่ว่าคุณจะมองสถานการณ์ในตะวันออกกลางผ่านแว่นของนักรัฐศาสตร์ นักกฎหมาย หรือผู้ศรัทธาในศาสนา คำตอบสุดท้ายจะบรรจบอยู่ที่จุดเดียวกันคือ “ความยุติธรรมที่ตั้งอยู่บนหลักมนุษยธรรม” หากโลกนี้ยังเลือกใช้ความยุติธรรมแบบ “เลือกปฏิบัติ” (Double Standard) สันติภาพก็จะเปราะบางเหมือนปราสาททราย ความมั่นคงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “กฎหมาย” มีอำนาจเหนือ “กำลัง” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ได้รับการคุ้มครองอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าคนคนนั้นจะอาศัยอยู่ในเตหะราน เทลอาวีฟ หรือที่ใดในโลกก็ตาม
1,480 total views, 406 views today

More Stories
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อผู้แสวงบุญมุสลิม (มุอฺตะมีรีน)
ชาวปาตานีที่เกิดในซาอุดีอาระเบีย ระหว่างความเจ็บปวดจากการจากลาและความหวังในการกลับคืนสู่มาตุภูมิ (ตอนที่ 1)
เอกภาพเหนือดวงจันทร์: วิกฤตการประกาศวันสำคัญศาสนา และทางออกของมุสลิมไทย