
[ปัตตานี/สงขลา] – วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 (ตรงกับวันที่ 1 รอมฎอน ฮ.ศ. 1447) บรรยากาศการเริ่มต้นเดือนแห่งการถือศีลอดในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษาที่มุ่งเน้นการ “ฟื้นฟูอัลกุรอาน” ไม่ใช่เพียงแค่การอ่านเพื่อผลบุญ แต่เป็นการอ่านเพื่อยกระดับปัญญาและจิตวิญญาณอย่างเป็นระบบ
1. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี: “เคียงคู่อัลกุรอาน” สวรรค์ในรั้วมหาวิทยาลัย
ภายใต้การนำของ รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้จัดกิจกรรมศึกษาอัลกุรอานร่วมกันหลังละหมาดซุฮร์ ณ มัสยิดมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยมีคณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี ได้ส่งสาส์นอำนวยพรเน้นย้ำถึงการใช้เวลาในรอมฎอนเพื่อการซิเกรและจบอัลกุรอานหลาย ๆ รอบ ควบคู่ไปกับการเอียะติก๊าฟในช่วงสิบวันสุดท้าย เพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้า โดยเปรียบกิจกรรมนี้ว่า
“ที่นี่คือมหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาลัยของฉัน สวรรค์ของฉัน”

2. ม.อ.ปัตตานี: เจาะลึก “สูเราะฮฺ อัน-นูร” ผ่านการตัฟสีร
ในวันเดียวกัน เวลา 13.15 น. คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับคณะกรรมการศาลาละหมาด จัดกิจกรรมตัฟสีร (อรรถาธิบาย) อัลกุรอาน ณ ศาลาละหมาด ม.อ.ปัตตานี โดยมี รศ.ดร.อาลี สาเมาะ และ ผศ.ดร.เกตุ อัสมิมานะ เป็นวิทยากรหลัก
การศึกษาในปีนี้เริ่มต้นด้วย สูเราะฮฺ อัน-นูร อายะฮฺที่ 1 ซึ่งเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งบทบัญญัติ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรและนักศึกษาสามารถนำหลักคำสอนไปประยุกต์ใช้ในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างถูกต้อง กิจกรรมนี้ยังมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพื่อขยายองค์ความสู่สาธารณชนวงกว้าง
3. จริยธรรมศึกษามูลนิธิ: ถอดบทเรียน “ญุซที่ 1” สู่การปฏิบัติ
ณ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ โดย อุสตาส อับดุชชะกูร บินชาฟิอีย์ ดินอะ ได้นำสรุปบทเรียนจาก ญุซ (Juz) ที่ 1 (ซูเราะฮ์อัล-ฟาติฮะฮ์ ถึง อัล-บะเกาะเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 141) โดยสรุปประเด็นสำคัญเพื่อการขัดเกลาตนเอง ดังนี้:
- การสำรวจตนเอง: จำแนกมนุษย์ออกเป็น 3 กลุ่ม (ผู้ศรัทธา, ผู้ปฏิเสธ, ผู้กลับกลอก) เพื่อให้เราตรวจสอบจุดยืนของตน
- บทเรียนจากประวัติศาสตร์: เรียนรู้ความผิดพลาดของชาวบนีอิสรออีล เพื่อไม่ให้เป็นผู้ที่ “รู้แต่ไม่ทำ” หรือดื้อรั้นต่อคำสั่งศาสนา
มุมมองนักวิชาการ: สู่กรอบการศึกษา 70-80% เพื่อการปฏิบัติ
ผศ.ดร.ฆอซาลี เบ็ญหมัด
จาก โรงเรียนกัลยาณชนรังสรรค์มูลนิธิ มัสยิดบ้านเหนือ
136 ม.7 ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า จุดหมายของการศึกษาอัลกุรอานในรอมฎอนควรมุ่งเน้นไปที่การ “เปลี่ยนชีวิต” มากกว่าเพียงการสะสมผลบุญเชิงพิธีกรรม โดยอ้างอิงแนวคิดนักคิดอิสลามระดับโลกที่ให้ค่าน้ำหนักกับการปฏิบัติสูงถึง 70-80%
“การอ่านที่ลิ้นเคลื่อนไหวแต่หัวใจไม่เคลื่อนไหว คือการหลอกตนเอง” — อัลฆอซาลี
สรุป Framework การศึกษา 3 ระดับ:
- ติลาวะฮ์ (20%): อ่านให้ถูกอักขระ
- ตะดับบุร (30%): เข้าใจความหมายอย่างลึกซึ้ง
- ตะฏบี๊ก (50%): นำไปใช้จริงในชีวิตและสังคม
การเริ่มต้นรอมฎอนในปี 2569 ของสถาบันเหล่านี้ จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า
“อัลกุรอานคือคู่มือการเคลื่อนไหวของชีวิต” ที่จะนำพาชุมชนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
250 total views, 8 views today

More Stories
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อผู้แสวงบุญมุสลิม (มุอฺตะมีรีน)
ชาวปาตานีที่เกิดในซาอุดีอาระเบีย ระหว่างความเจ็บปวดจากการจากลาและความหวังในการกลับคืนสู่มาตุภูมิ (ตอนที่ 1)
ความยุติธรรมที่ไร้พรมแดน: เมื่อ ‘บรรทัดฐานสากล’ ถูกทดสอบในสมรภูมิตะวันออกกลาง “ไม่ว่าจะเชียรไม่เชี ยิว อเมริกาหรืออิหร่าน”