อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
การเลือกตั้งในปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา) ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ระหว่างพรรคเก่าแก่กับพรรคใหม่เท่านั้น แต่ยังปรากฏปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในบัตร “บัญชีรายชื่อ” (สีเขียว) ที่สะท้อนถึงทั้งการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและ “ความสับสน” ในคูหาเลือกตั้ง
1. สมรภูมิพรรคใหญ่: เมื่อฐานเสียงเดิมถูกเขย่า
ภาพรวมคะแนนบัญชีรายชื่อในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่แบ่งออกเป็น 3 สายชัดเจน:
- สายประชาชาติ vs กล้าธรรม: พรรคประชาชาติ ที่เคยครองความนิยมอันดับหนึ่งในกลุ่มพี่น้องมุสลิม ถูกแบ่งคะแนนไปโดย พรรคกล้าธรรม อย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์มองว่าหากไม่มีพรรคกล้าธรรม คะแนนก้อนใหญ่นี้จะไหลกลับสู่พรรคประชาชาติเกือบทั้งหมด
- สายคนรุ่นใหม่และผู้ใหญ่หัวก้าวหน้า: คะแนนในกลุ่มนี้เทไปที่ พรรคประชาชน อย่างหนาตา สะท้อนถึงกระแสการอยากเห็นการปฏิรูปโครงสร้างจากคนในพื้นที่ที่เบื่อหน่ายกับการเมืองรูปแบบเดิม
- สายอนุรักษ์นิยมพุทธ: คะแนนยังคงเกาะกลุ่มอยู่กับ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มแนวคิดดั้งเดิมในพื้นที่
2. ปริศนาหมายเลข 2-3-4-5: มาจากไหนทั้งที่ไม่หาเสียง?
สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดคือ พรรคที่แทบไม่มีป้ายหาเสียงหรือผู้สมัครเดินในพื้นที่เลย กลับได้รับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เป็นหลักหมื่นในชายแดนใต้ และหลักแสนเมื่อรวมทั่วประเทศ เช่น พรรคเพื่อชาติไทย (เบอร์ 2), พรรคใหม่ (เบอร์ 3), พรรคมิติใหม่ (เบอร์ 4) และ พรรครวมใจไทย (เบอร์ 5)
คำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ “ปรากฏการณ์บัตรหลง” (Ballot Confusion):
- สับสนเบอร์เขตกับเบอร์พรรค: เนื่องจากบัตรใบสีม่วง (ส.ส. เขต) แต่ละเขตเบอร์ไม่ซ้ำกัน หากผู้สมัครพรรคใหญ่ในเขตนั้นได้ “เบอร์ 2” ชาวบ้านจะจำเลขนั้นขึ้นใจ เมื่อไปเจอใบสีเขียว (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่มีแต่เลข ก็เผลอกาเบอร์ 2 ไปด้วย ส่งผลให้คะแนนตกเป็นของ “พรรคเพื่อชาติไทย” แทนที่จะเป็นพรรคใหญ่ที่เขาตั้งใจเลือก
- ทำเลทอง “ลำดับสายตา”: เบอร์ 1-5 อยู่แถวบนสุดของบัตรเลือกตั้ง กางออกมาก็เจอเลย สำหรับคนที่ไม่รู้จะเลือกใคร หรือสายตาไม่ดี มักจะกาพรรคที่อยู่แถวบนสุดไว้ก่อน
3. พลังของ “เศษคะแนน” ที่เปลี่ยนเป็นที่นั่ง ส.ส.
จากการสรุปผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคเล็กเหล่านี้สามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส. บัญชีรายชื่อไปครองได้อย่างเหลือเชื่อ:
| หมายเลข | พรรคการเมือง | ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ได้รับ |
|---|---|---|
| เบอร์ 1 | พรรคไทยทรัพย์ทวี | 1 ที่นั่ง |
| เบอร์ 2 | พรรคเพื่อชาติไทย | 2 ที่นั่ง |
| เบอร์ 3 | พรรคใหม่ | 1 ที่นั่ง |
| เบอร์ 4 | พรรคมิติใหม่ | 1 ที่นั่ง |
| เบอร์ 5 | พรรครวมใจไทย | 1 ที่นั่ง |
พรรคเหล่านี้ไม่ได้ต้องการคะแนนถล่มทลายในเขตเดียว แต่ขอเพียง “เศษคะแนน” เขตละ 300-500 คะแนน เมื่อรวมกัน 400 เขตทั่วประเทศ (400 x 300 = 120,000 คะแนน) ก็เพียงพอที่จะได้ ส.ส. 1 ที่นั่งตามสูตรคำนวณ โดยแทบไม่ต้องใช้งบประมาณในการหาเสียงเลย
บทสรุป: บทเรียนจากการกาผิดเบอร์
ปรากฏการณ์ปาร์ตี้ลิสต์ชายแดนใต้ในปี 2569 เป็นกระจกสะท้อนว่า “ยุทธศาสตร์หมายเลข” และ “ความสับสนในระบบบัตร 2 ใบ” มีผลต่อหน้าตาของรัฐสภาไม่น้อยไปกว่านโยบายพรรค คะแนนที่เห็นอาจไม่ได้มาจากความศรัทธา แต่มาจากความผิดพลาดทางเทคนิคที่เรียกว่า “คะแนนธรรมชาติจากบัตรหลง” ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองต้องสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในการเลือกตั้งครั้งถัดไป
1,343 total views, 2 views today

More Stories
“กกต.” ควรหยุดฟ้องปิดปากประชาชน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฏหมาย และหลักนิติธรรม
13 ปีบนเส้นทางวิบาก: เสียงจากปาตานีถึงรัฐบาลใหม่ กับโจทย์ใหญ่ ‘สันติภาพวาระแห่งชาติ, และ การเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตจำนงของประชาชน 19 ล้านเสียง
ดีลหักปากกาเซียน “อนุทิน 1”: เมื่อสีน้ำเงินกินรวบกระดาน ทิ้ง “กล้าธรรม” ให้เดียวดาย และบทพิสูจน์ศรัทธา “ประชาชาติ”