มีนาคม 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ศุกร์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งเมื่อมัสยิดทั่วไทยจุดกระแส “ตื่นรู้”: ปกป้องอมานะห์ สร้างคนรุ่นใหม่ สานพลังพัฒนาชาติ

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่พุ่งสูงขึ้นในโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งและประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภาพปรากฏการณ์ที่เด่นชัดที่สุดคือการเคลื่อนไหวของมัสยิดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เปลี่ยน “คุตบะห์วันศุกร์” ให้เป็นเวทีแห่งปัญญาเพื่อย้ำเตือนมุสลิมถึงความรับผิดชอบต่อแผ่นดิน

1. ปฏิเสธ “ริชวะหฺ” (สินบน): เมื่อการซื้อเสียงคือการทำลายอมานะห์
      ในขณะที่มีรายงานการแพร่ระบาดของเงินซื้อเสียงอย่างหนัก ผู้นำศาสนาได้ทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการเตือนสติว่า การให้และรับสินบน หรือ “ริชวะหฺ” คือบาปใหญ่ที่ทำลายระบบธรรมภิบาล ประชาชนต้องไม่ยอมให้ “อมานะห์” หรือความรับผิดชอบที่พระผู้เป็นเจ้ามอบให้ถูกซื้อมันด้วยอำนาจเงิน ไม่ว่าเงินนั้นจะมาในรูปแบบใดก็ตาม

2. แตกต่างแต่ไม่แตกแยก: บทเรียนเพื่อเอกภาพ
     อาจารย์สุวิทย์ หมาดอะดำ จากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้ให้ทัศนะที่ลึกซึ้งว่าการเลือกตั้งต้องไม่กลายเป็น “ศาสนาใหม่” ที่ทำให้ผู้คนยึดถือพรรคพวกเหนือภราดรภาพ

  • การเมืองจบ เราต้องจบ: ชัยชนะของพรรคการเมืองเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ความเป็นพี่น้องและเอกภาพของชุมชนเป็นเรื่องถาวร
  • ตักวา (ความยำเกรง) ในคูหา: การเลือกคนดีมีจริยธรรมด้วยใจที่เที่ยงธรรม คือการป้องกัน “ฟิตนะฮ์” หรือความวุ่นวายไม่ให้กัดเซาะหัวใจของผู้ศรัทธา

3. การสร้าง “คนรุ่นใหม่” และ “พลเมืองตื่นรู้”: จะไปต่ออย่างไร?
โจทย์ใหญ่ของสังคมไทยหลังผ่านพ้นวันเลือกตั้ง ไม่ใช่เพียงแค่การได้รัฐบาลใหม่ แต่คือการสร้าง “เยาวชนคนรุ่นใหม่” ให้มีภูมิคุ้มกันทางปัญญาผ่านการปฏิรูปการศึกษาที่เป็นรูปธรรม:

  • สร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking): ฝึกให้เยาวชนเท่าทัน “สงครามข้อมูล” (Information Warfare) สามารถแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง
  • เรียนรู้ประวัติศาสตร์แห่งความเข้าใจ: เปลี่ยนการสอนที่เน้นชาตินิยมล้นเกิน เป็นการสร้างความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ต่อเพื่อนร่วมชาติที่มีอุดมการณ์ต่างกัน
  • ประชาธิปไตยที่กินได้: สอนให้เยาวชนเข้าใจว่าหน้าที่พลเมืองไม่ได้จบที่คูหา แต่คือการเป็น Active Citizen ที่ตรวจสอบนโยบายสาธารณะและเรียกร้องความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง

4. ซะกาตแห่งความรู้: บทบาทของปัญญาชน
      ดังที่ ดร.อัสอัด ดูราโกวิช ได้กล่าวไว้ว่า “ความเงียบเฉยของปัญญาชนคือส่วนหนึ่งของอาชญากรรม” การชี้นำสังคมในทางที่ถูกต้องคือการจ่าย “ซะกาตแห่งความรู้” นักวิชาการและผู้นำรุ่นใหม่ต้องกล้าออกมาสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ แม้จะต้องเผชิญกับก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ เพื่อไม่ให้สังคมตกลงสู่หุบเหวแห่งอคติ

บทสรุป: สันติภาพที่กินได้และการพัฒนาที่ยั่งยืน
      การเลือกตั้ง 2569 ภายใต้สายตาสังเกตการณ์ของ 17 ประเทศทั่วโลก คือบททดสอบว่าประเทศไทยจะก้าวข้ามกับดักวาทกรรม “รักชาติ” ที่ฉาบฉวยไปสู่ “ความรักชาติที่กินได้” ได้หรือไม่

      หากเราสามารถเปลี่ยนมัสยิดและสถาบันการศึกษาให้เป็นพื้นที่แห่งความตื่นรู้ เราจะไม่ได้เพียงแค่ผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่เราจะได้ “ชาติที่สมานฉันท์” ที่คนทุกรุ่นร่วมกันพัฒนาบนฐานของความจริงและความยุติธรรมอย่างยั่งยืน

 6,777 total views,  2 views today

You may have missed