อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: วันเลือกตั้งล่วงหน้า กับ “กับดัก” กฎหมายที่มองไม่เห็น
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปี 2569 บรรยากาศการเมืองกำลังทวีความเข้มข้น แต่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็น “วันเลือกตั้งล่วงหน้า” กลับกลายเป็นวันที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณ แม้ตามกฎหมายจะยังสามารถหาเสียงได้ แต่เส้นแบ่งระหว่าง “การรณรงค์” กับ “การทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง” นั้นบางเฉียบจนอาจนำไปสู่การถูกร้องเรียนหรือได้รับใบเหลือง-ใบแดงโดยไม่ตั้งใจ
ทำไมต้องระวัง? และต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
สาเหตุหลักที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ “สภาพแวดล้อมใกล้หน่วยเลือกตั้งกลาง” แม้วันที่ 1 ก.พ. จะไม่ใช่ “วันเลือกตั้งทั่วไป” (ซึ่งคือวันที่ 8 ก.พ.) ทำให้ข้อห้ามตาม พรป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 79 (ห้ามหาเสียงตั้งแต่ 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้ง) ยังไม่มีผลบังคับใช้โดยตรงกับพื้นที่ทั่วไป แต่ในบริเวณที่มีการลงคะแนนล่วงหน้า มีข้อกำหนดและมารยาททางการเมืองที่สำคัญดังนี้:
1. พื้นที่ “ไข่แดง” (รัศมี 50 เมตรรอบจุดเลือกตั้ง)
- ป้ายหาเสียง: กกต. จะดำเนินการจัดเก็บป้ายในรัศมีนี้ทั้งหมด เพื่อป้องกันการชี้นำหน้าหน่วยเลือกตั้ง ผู้สมัครไม่ควรนำป้ายไปติดตั้งเพิ่มเติมหรือพยายามฝ่าฝืนในจุดดังกล่าว
- เครื่องขยายเสียง: แม้จะหาเสียงที่อื่นได้ปกติ แต่เมื่อขบวนรถหาเสียงเคลื่อนผ่านหรืออยู่ใกล้สถานที่เลือกตั้งล่วงหน้า ควรปิดเสียงทันที เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสมาธิของผู้ลงคะแนนและเจ้าหน้าที่
2. การปรับรูปแบบกิจกรรม: จาก “ดีเบต” สู่ “เสวนา”
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีของ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมครั้งใหญ่ จากเดิมที่จะเป็นเวทีประชันวิสัยทัศน์ (Debate) ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 ต้องปรับเป็น “เวทีเสวนาวิชาการ” แทน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนศาสนบำรุง ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งตั้งอยู่ห่างเพียง 500 เมตรจากหน่วยเลือกตั้ง (กลาง) ล่วงหน้าของอำเภอจะนะ คือโรงเรียนบ้านนา นั้นเอง ทำให้ผู้สมัครทุกคนที่ตอบรับจะดีเบตประชาวิสัยทัศน์ ขอถอนตัว เพราะกลัวว่าจะพลาดทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
-
แนวทางใหม่: มุ่งเน้นการให้ความรู้เรื่อง “การเมืองสีขาว” และ “การทำประชามติรัฐธรรมนูญ” โดยใช้ภาคประชาสังคมและนักวิชาการเป็นหลัก แทนการเชิญผู้สมัครขึ้นบนเวที
3. สถานะทางกฎหมายที่ต้องแม่นยำ
- 31 ม.ค. 69 (หลัง 18.00 น.): ยังหาเสียงได้ (ต่างจากคืนก่อนวันเลือกตั้งจริง)
- 1 ก.พ. 69 (วันเลือกตั้งล่วงหน้า): ลงพื้นที่พบปะประชาชนได้ตามปกติ “ยกเว้น” บริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่ต้องงดการปราศรัยหรือกิจกรรมที่รบกวนการลงคะแนน
สรุป: รอบคอบเพื่อชัยชนะที่ใสสะอาด
การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จึงเปรียบเสมือนบททดสอบความรอบคอบของทีมบริหารจัดการเลือกตั้งของแต่ละพรรค กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ “หาเสียงพื้นที่รอบนอก และงดกิจกรรมหนักในพื้นที่ใกล้หน่วยเลือกตั้งกลาง”
การปรับรูปแบบกิจกรรมของภาคประชาชน เช่นที่ อ.จะนะ จังหวัดสงขลา สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการรักษาบรรยากาศประชาธิปไตยที่ไม่เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง ยิ่งเข้าใกล้ชัยชนะเท่าไหร่ ความระมัดระวังต้องสูงขึ้นเท่านั้น เพื่อให้คะแนนเสียงจากประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นคะแนนที่ใสสะอาดและปลอดภัยจากข้อกฎหมายอย่างแท้จริง
743 total views, 2 views today

More Stories
“กกต.” ควรหยุดฟ้องปิดปากประชาชน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฏหมาย และหลักนิติธรรม
13 ปีบนเส้นทางวิบาก: เสียงจากปาตานีถึงรัฐบาลใหม่ กับโจทย์ใหญ่ ‘สันติภาพวาระแห่งชาติ, และ การเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตจำนงของประชาชน 19 ล้านเสียง
ดีลหักปากกาเซียน “อนุทิน 1”: เมื่อสีน้ำเงินกินรวบกระดาน ทิ้ง “กล้าธรรม” ให้เดียวดาย และบทพิสูจน์ศรัทธา “ประชาชาติ”