อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
31 มกราคม 2569 โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69

กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปสังคมในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อพลังศรัทธาถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันการทุจริต การออกมาประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวของผู้นำศาสนาในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของกฎหมายบ้านเมืองเท่านั้น แต่คือการปกป้องศักดิ์ศรีและความถูกต้องตามหลักศรัทธา เพื่อกวาดล้างวงจร “เงินซื้อคะแนน” ให้หมดไปจากพื้นที่

หลักศาสนาคือนำทาง: สินบนคือความเสื่อมเสีย
บาบออะห์มัด แอเก็ม นายกสมาคมผู้บริหารมัสยิดอำเภอจะนะ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการรวมพลังคณะกรรมการอิหม่าม คอเตบ และบิลาล ออกมาประกาศเจตนารมณ์ “ไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทุกรูปแบบ” โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การยึดถือคำสอนทางศาสนาเป็นที่ตั้ง
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและเตือนสติผู้ศรัทธา ทางสมาคมฯ ได้หยิบยกพระพจนะ (หะดีษ) ที่ระบุอย่างรุนแรงว่า:
“อัลลอฮฺทรงสาบแช่งทั้งผู้ที่ให้สินบนและผู้ที่รับสินบน”
นี่ไม่ใช่เพียงคำเตือนทั่วไป แต่เป็นการสะท้อนว่าการซื้อ-ขายเสียงคือ “สินบน” ที่ทำลายความยุติธรรมและนำพาความตกต่ำมาสู่สังคม ซึ่งในทางศาสนาถือเป็นบาปที่ไม่อาจยอมรับได้
มาตรการเชิงรุก: จากมิมบัรสู่มโนธรรมประชาชน
เพื่อให้ประกาศนี้มีผลในทางปฏิบัติ สมาคมผู้บริหารมัสยิดฯ ได้วางแนวทางขับเคลื่อนสังคมผ่าน 3 กลไกหลัก:
- ธรรมเทศนาเตือนใจ: ใช้การคุตบะฮ์ (การบรรยายธรรม) ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวมุสลิมมารวมตัวกันมากที่สุด เป็นช่องทางในการสื่อสารถึงพิษภัยของการทุจริต
- สร้างความกล้าที่จะปฏิเสธ: รณรงค์ให้ชาวบ้านมีจุดยืนที่เข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวต่ออำนาจเงินหรือสิ่งของที่นำมาแลกกับคะแนนเสียง
- ยกระดับนักการเมือง: กดดันให้ผู้สมัครต้องสู้กันด้วย “นโยบาย” และ “ความดีงาม” แทนการใช้ทุนทรัพย์ซื้อใจประชาชน
บทสรุป: ก้าวใหม่ของจะนะ สู่ต้นแบบเลือกตั้งโปร่งใส
การเคลื่อนไหวของผู้นำศาสนาในครั้งนี้คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่า “อำเภอจะนะจะไม่ขายกิน” และเป็นการใช้พลังทางสังคม (Social Sanction) มากำกับดูแลการเมืองในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ หากสถาบันทางศาสนาและประชาชนร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นเช่นนี้ “อำนาจเงิน” ก็จะไร้ความหมาย
นี่คือบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อความศรัทธาผนวกเข้ากับอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ใสสะอาด ผลลัพธ์ที่ได้คือสังคมที่ยั่งยืนและผู้นำที่มีจริยธรรมอย่างแท้จริง

613 total views, 4 views today

More Stories
“กกต.” ควรหยุดฟ้องปิดปากประชาชน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฏหมาย และหลักนิติธรรม
13 ปีบนเส้นทางวิบาก: เสียงจากปาตานีถึงรัฐบาลใหม่ กับโจทย์ใหญ่ ‘สันติภาพวาระแห่งชาติ, และ การเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตจำนงของประชาชน 19 ล้านเสียง
ดีลหักปากกาเซียน “อนุทิน 1”: เมื่อสีน้ำเงินกินรวบกระดาน ทิ้ง “กล้าธรรม” ให้เดียวดาย และบทพิสูจน์ศรัทธา “ประชาชาติ”