อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

[ปัตตานี – 28 มกราคม 2569] – เมื่อเสียงจากพื้นที่เริ่มดังกว่านโยบายจากส่วนกลาง เวทีเสวนาโดย มูลนิธิเอเชีย (The Asia Foundation) ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี จึงซึ่งตัวแทนภาคประชาสังคมโดยเฉพาะสตรี สะท้อนว่า “การเมืองแบบเดิม” อาจไม่ใช่คำตอบของชายแดนใต้อีกต่อไป
(อ่านรายงานข่าวก่อนหน้านี้ในhttps://share.csitereport.com/share2024.php?post_id=53167)
ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง ภาคประชาสังคมได้ส่งสัญญาณเตือนแรงถึงทุกพรรคการเมืองว่า ความเปราะบางที่สะสมมากว่า 2 ทศวรรษกำลังถึงจุดเดือดได้หากไม่รีบจัดการอย่างจริงๆจังๆ โดยสรุปเป็น 4 ประเด็นดังนี้:
1. แรงงานหญิง: ฟันเฟืองที่รัฐมองไม่เห็น
เศรษฐกิจฐานรากของชายแดนใต้ขับเคลื่อนด้วยผู้หญิง แต่พวกเธอกลับไร้ที่ยืนในระบบสวัสดิการ
- สถานะนอกระบบ: ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร แรงงานรับจ้าง หรือเครือข่ายร้านต้มยำกุ้งในมาเลเซีย ส่วนใหญ่ทำงานโดยไม่มีหลักประกันสุขภาพหรือรายที่แน่นอน
- แบกรับสองเท่า: นอกจากหาเลี้ยงปากท้อง พวกเธอยังต้อง “ดูแลครอบครัวที่ไม่ได้ค่าจ้าง” (Unpaid Care Work) ตามความคาดหวังของสังคม
2. สังคมที่บิดเบี้ยว: เมื่อ “ยาเสพติด-พนัน” นำทาง
โครงสร้างครอบครัวในพื้นที่กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาและความปลอดภัย
- หัวหน้าครอบครัวจำเป็น: ปัญหายาเสพติดทำลายศักยภาพแรงงานชาย โดยเฉพาะหลังเปิดเสรี กัญชา กระท่อม ส่งผลให้ผู้หญิงต้องก้าวขึ้นมาแบกรับภาระทุกอย่างเพียงลำพังโดยอัตโนมัติ แม้หลักการอิสลามจะรับประกันในสิ่งนี้ในทางทฤษฎีแต่ในทางปฏิบัติกลับสวนทาง เหตุการณ์เหล่านี้ นำไปสู่สถิติการหย่าร้างและความรุนแรงในครัวเรือนที่พุ่งสูง
- อบายมุขยุคใหม่: นอกจากการระบาดของพนันทั่วไปที่เหมือนกันทั่วประเทศยังมีแบบท้องถิ่น เช่น “การแข่งตั๊กแตน” ที่ดึงเอาเยาวชนและเด็กประถมเข้าสู่วงจรการพนันโดยไม่รู้ตัวยามค่ำคืน เป็นสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของชาติ ซึ่งรุ่งเช้าที่พวกเขาจะต้องไปโรงเรียนเพื่อศึกษาหาความรู้อย่างมีคุณภาพ
3. ธรรมาภิบาล: งบประมาณที่ไร้ประสิทธิภาพ
กว่า 20 ปีกับงบประมาณมหาศาล แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ ส่งผลการคอรัปชั่นที่ภาคประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส ภายใต้กฎหมายพิเศษที่กดทัับ และถูกใช้เครื่องมือตรวจสอบผู้เรียกร้องด้วยข้อครหากระทบความมั่นคง โดยเฉพาะคนเห็นต่างในประเด็นตรวจสอบโครงการที่กระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อม
-
การเมืองที่กินได้ (แค่บางกลุ่ม): ภาคประชาสังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของโครงการรัฐ และวัฒนธรรม “ซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ที่ยังฝังรากลึก แม้จะขัดต่อหลักศาสนาอย่างรุนแรง
4. Climate Change: เมื่อธรรมชาติ “เอาคืน”
น้ำท่วมชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจากสภาวะโลกร้อน (Extreme Weather)
- ฝนระเบิด (Extreme Rain): ปริมาณฝนที่ตกหนักเกินกว่าดินจะซับน้ำทัน ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูงที่ขัดขวางการระบายลงสู่อ่าวไทย
- ผังเมืองที่ล้มเหลว: การทำลายพื้นที่พรุและป่าต้นน้ำเพื่อการก่อสร้าง ทำให้ชุมชนกลายเป็นทางผ่านของน้ำโดยไม่มีปราการกั้น
ข้อเสนอเชิงรุก: เปลี่ยน “เยียวยา” เป็น “จัดการ”
เพื่อให้การเลือกตั้งปี 69 เป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริง หากข้อเสนอดังต่อไปที่พรรคการเมืองควรนำไปบรรจุเป็นนโยบายสาธารณะ:
| มิติการแก้ไข | แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน |
|---|---|
| ระบบข้อมูล | พัฒนาการพยากรณ์อากาศระดับ “จุลภาค” (รายตำบล) เตือนภัยล่วงหน้า 3-5 วัน |
| ความเข้มแข็งชุมชน | สร้าง “ธรรมนูญสู้ภัยพิบัติ” พร้อมระบบพลังงานสะอาด (Solar Cell) ในจุดพักพิง |
| ความร่วมมือระหว่างประเทศ | จัดการแม่น้ำโก-ลกร่วมกับมาเลเซียแบบ Real-time |
บทสรุป: ถึงเวลาของนโยบายบนฐานความจริง
วิกฤตเหล่านี้คือโจทย์ที่พรรคการเมืองไม่สามารถใช้เพียง “งบประมาณเยียวยา” มาปิดปากแผลได้อีกต่อไป ความหวังเดียวคือการเปิดพื้นที่ให้เสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบถูกเปลี่ยนเป็นนโยบายที่จับต้องได้จริงผ่านการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 2569 นี้
1,009 total views, 1,009 views today

More Stories
นับถอยหลัง 8 ก.พ. 69: “พรรคประชาชาติ” รุกสงขลา ชูธงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ท่ามกลางกระแสคนไทยยังไม่รู้ตัวว่ามี “บัตรใบที่ 3”
เลือกตั้ง 69: เมื่อเสียง “เด็กจะนะ” ปะทะนโยบายพรรคใหญ่ ทวงคืนอนาคตผ่านการศึกษา และ SEA ที่ยั่งยืน
บทเรียนมิมบัร จะนะ : 8 กุมภา ภารกิจมุสลิม “เลือกตั้งกับประชามติ” เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก ร่วมพัฒนาประเทศ