อับดุลหาดี/ยะลา/29 ม.ค. 69

วันนี้ 29 มกราคม 2569 จังหวัดยะลา ร่วมกับเทศบาลนครยะลา สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และสถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “Melayu Day @ Yala ประจำปี 2569” (ครั้งที่ 11) ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์นี้ ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก ชูแนวคิดอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมมลายู ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
ผนึกกำลังสามประเทศ สร้างความสมานฉันท์ผ่านมิติวัฒนธรรม

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยกงสุลใหญ่จากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ตลอดจนผู้บริหารเทศบาลนครยะลาและวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกันแถลงถึงความพร้อมในการจัดงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นมลายูให้คงอยู่สืบไป พร้อมทั้งใช้ “มิติทางศาสนาและวัฒนธรรม” เป็นสื่อกลางในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศเพื่อนบ้าน
นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า “งาน Melayu Day @ Yala เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้จังหวัดยะลาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและเศรษฐกิจฐานรากที่มั่งคั่ง ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง”
ในปีนี้ การจัดงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 อย่างภาคภูมิใจ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย
-
ขบวนแห่อลังการ: ตระการตากับขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมแหลมมลายูจากประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมความร่วมมือจากสถานศึกษาและชุมชนในเขตเทศบาลนครยะลา
-
นิทรรศการ “MELAYU SHIMMER : ประกายมลายู”: ภายใต้คอนเซปต์ “ลายเก่า แสงใหม่ ประกายที่ไม่มีวันดับ” นำเสนอเรื่องราวของลวดลายมลายูตั้งแต่อดีตจนถึงการสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล
-
เวทีวิชาการและการแสดง: การแข่งขันทักษะวิชาการ อาทิ การประกวดอนาซีดภาษามลายู การเล่านิทาน 3 ภาษา และการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากศิลปินทั้ง 3 ประเทศ
-
วิถีถิ่น วิถีกิน: สาธิตและชิมขนมพื้นบ้านหายาก พร้อมการออกร้านจำหน่ายอาหารฮาลาลและเครื่องแต่งกายมุสลิมอัตลักษณ์โดดเด่น
-
ความบันเทิงระดับสากล: รับชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง “Raju & Ayah” จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
ทางด้าน นายอนุชิต กาญจนานุชิต รองนายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลนครยะลาตั้งเป้าหมายให้เมืองแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความสมานฉันท์ ซึ่งงาน Melayu Day ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจุดศูนย์รวมที่ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มประชากร ทั้งชาวไทยเชื้อสายมลายู ไทยพุทธ และไทยเชื้อสายจีน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
“เราเชื่อมั่นว่างานในปีนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นการเปิดประตูสู่อาเซียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างแท้จริง ผลักดันให้ยะลาเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค” นายอนุชิต กล่าวสรุป

2,503 total views, 2,503 views today

More Stories
รองผู้ว่าฯ ยะลา นำทีม ตรวจสถานบริการเพื่อพิจารณากลั่นกรอง การขอต่อใบอนุญาตในเขตพื้นที่อำเภอเบตง เน้นย้ำมาตรฐานความปลอดภัย ถูกต้องตามระเบียบ
พลังเยาวชนจริยธรรม ฯ จะนะ! ผนึกกำลัง สป.กห. ปลุกชีพ “ส้มจุก” สู่ Soft Power สร้างเศรษฐกิจใหม่ภาคใต้ ท่ามกลางผู้เข้าร่วม 1,000 คน
นายอำเภอเบตง เยี่ยมชมการดำเนินงานของผู้ประกอบสวนทุเรียน กม.16 ตำบลตาเนาะแมเราะ พร้อมรณรงค์ส่งเสริมการทำเกษตรสีเขียว (Green Agriculture) ระบบการเกษตรที่เน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม