อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: การศึกษาคือหัวใจแห่งการพัฒนา
ในยุคโลกาภิวัตน์ที่การเชื่อมต่อไร้พรมแดน การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีทักษะที่เท่าทันโลกถือเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศักยภาพทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ล่าสุดเมื่อวันที่ 14-15 มกราคม 2569 สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ผนึกกำลังกับ ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการศึกษาปี 2569 มุ่งเน้นการใช้ “ภาษา” เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่โลกกว้าง ทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียน โลกมุสลิม จีน และตะวันตก

การอธิบาย: ยุทธศาสตร์ 5 ด้านและการปูทางสู่โอลิมปิกทางภาษา
จากการประชุมร่วมกันระหว่าง นายขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาฯ และ นายนิกร เซ้งเถียร ผู้อำนวยการ ศค.จชต. ได้มีการกำหนดประเด็นเร่งด่วน 5 ด้าน เพื่อปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ การปรับรูปแบบการเรียนให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม, การสร้างความปลอดภัยและแก้ปัญหายาเสพติดในโรงเรียน, การจัดทำหลักสูตรรับมือภัยพิบัติ, การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและโรงเรียนเอกชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
ไฮไลท์สำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้คือ “โครงการค่ายพรีโอลิมปิกทางภาษา” ซึ่งเปิดรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เข้ารับการฝึกฝนทักษะ 4 ภาษาหลัก ได้แก่ ภาษาอาหรับ ภาษามลายู ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเตรียมความพร้อมให้เด็กชายแดนใต้สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อในต่างประเทศและแข่งขันได้ในระดับสากล
การอภิปราย: ภาษาในฐานะต้นทุนทางยุทธศาสตร์
การมุ่งเน้นที่ 4 ภาษา นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของวิชาการ แต่เป็นการวางหมากทางยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด เพราะ:
- ภาษาอาหรับและมลายู: เป็นสะพานเชื่อมโยงเข้าสู่โลกมุสลิมและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมเดิมที่สามารถต่อยอดสู่โอกาสทางเศรษฐกิจและการทูต
- ภาษาจีนและอังกฤษ: เป็นเครื่องมือสากลในการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการค้าโลก ทั้งในซีกโลกตะวันตกและมหาอำนาจใหม่อย่างจีน
นอกจากนี้ การใช้โรงเรียนเป็นฐานในการแก้ปัญหายาเสพติดและสร้างความปลอดภัย ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้การศึกษาเป็น “เกราะคุ้มกัน” สังคม หากเยาวชนมีความรู้และเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนผ่านโอกาสทางการศึกษาที่ได้รับ ปัญหาสังคมในพื้นที่ย่อมลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
บทสรุป: ก้าวต่อไปของเยาวชนชายแดนใต้
ความร่วมมือระหว่างสภาที่ปรึกษาฯ ศค.จชต. และกลุ่มโรงเรียนเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาชายแดนใต้อย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างคน การเปิดค่ายพรีโอลิมปิกทางภาษาคือจุดเริ่มต้นของการสร้างนักเรียนที่มีคุณภาพระดับ “อินเตอร์” โดยมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากท้องถิ่น หากนโยบายเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง เราจะได้เห็นเยาวชนจาก ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เติบโตขึ้นไปผงาดบนเวทีโลกในฐานะพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่สืบไป
ข้อมูลเพิ่มเติม: เยาวชนที่สนใจเข้าร่วมค่ายพรีโอลิมปิกทางภาษา สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 23 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางที่ ศค.จชต. กำหนด
https://drive.google.com/file/d/1sKa9GovCuJapU4ltbnYpW10tt_3kgMcs/view?usp=sharing
1,699 total views, 35 views today

More Stories
คณะผู้บริหาร มรภ.ยะลา ศึกษาโมเดลญี่ปุ่น ยกระดับหลักสูตรฉุกเฉินการแพทย์สู่มาตรฐานสากล
เมื่อโรงเรียนเอกชน ปลุกกระแสชายแดนใต้: “กระจายอำนาจการศึกษา-รัฐสวัสดิการ” หัวใจหลักขับเคลื่อนรับรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านกุนุงจนอง) จัดกิจกรรม “ส่งสุขปีใหม่ ส่งใจวันเด็ก” สร้างรอยยิ้ม พัฒนาศักยภาพเด็กไทย และมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน