เมษายน 24, 2024

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ภารกิจนายกรัฐมนตรี สัญจรภารกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับปากชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนาให้ก้าวหน้าและต้องคืบหน้า

แชร์เลย

ภารกิจนายกรัฐมนตรี สัญจรภารกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับปากชาว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนาให้กาวหน้าและต้องคืบหน้า

นายกรัฐมนตรี นำคณะฯ ร่วมการท่องเที่ยว จังหวัดชายแดนใต้ “เที่ยวใต้ สุดใจ” ณ ปัตตานี 27-28 ก.พ. รับปากทำสิ่งที่พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขอให้เป็นจริง ปีหน้ามาใหม่ต้องคืบหน้า

สำหรับภารกิจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เยือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้ (27 ก.พ.2567) เวลา 14.30 น. ณ ศาลหลักเมืองปัตตานี อ.เมืองปัตตานี  นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมต้อนรับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมสักการะศาลหลักเมืองปัตตานี พร้อมคณะฯ ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย, นายสุริยะ          จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา,  พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดชายแดนใต้ “เที่ยวใต้ สุดใจ” วันที่ 27-29 ก.พ. 2567  ณ จ.ปัตตานี วันที่ 27-28 ก.พ.

จากนั้นเดินทางเยี่ยมชมมัสยิดกรือเซะ ตลาดวิถีชุมชนพื้นบ้าน จ.ปัตตานี พบปะผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ณ มัสยิดกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี โดยมี กลุ่มสตรี โรงเรียนในต.ตันหยงลุโละ กลุ่มบาราโหมบาซาร์ กลุ่มเกลือหวานปัตตานี บ้านเดินดิน เบญจเมธา ร่วมต้อนรับ

“ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้ม คำพูดของพี่น้องในพื้นที่ จะรับไปพิจารณาในเรื่องการบูรณะพิพิธภัณฑ์และเครื่องทองเหลืองให้เร็วที่สุด การนำเอาเมี่ยงสมุนไพรขึ้นเป็นอาหารบนการบินไทย ให้ความหวังเรื่องสะพานตะลุโบะของชาวปัตตานีเป็นจริง มีหลายอย่างที่สามารถทำได้ที่นี่ ปีหน้ามาใหม่ ถ้าไม่มีความคืบหน้า บอกผม” นายกฯ เศรษฐา รับปากกับพี่น้องชาวปัตตานี  ณ มัสยิดกรือเซะ

“ดีใจมากครับที่ท่านนายกชื่นชอบและซื้อภาพวาดเด็กชายมุสลิมกับเณร ราคา 30,000 บาท วันนี้ตรงกับลูกสาวคนเล็กคลอดพอดี ริสกีมินัลลอฮ” สุไลมาน ยาโม ศิลปินดับไฟใต้ด้วยปลายพู่กัน บอกความรู้สึกภูมิใจที่นายกรัฐมนตรีชื่นชอบในผลงานภาพวาดของเขา

จากนั้น ได้เดินเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองปัตตานี ได้แก่ บ้านขุนพิทักษ์รายา, บ้านเลขที่ 5 กือดาจีนอ, ตลาดวัฒนธรรมกือดาจีนอ, ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) พร้อมเยี่ยมชมมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี 2567 บริเวณถนนอาเนาะรู ช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีฯ พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี พบปะคณะกรรมการอิสลามและคณะกรรมการมัสยิด เยี่ยมชมความงดงามของมัสยิดกลางในยามค่ำคืนและบันทึกภาพเป็นที่ระลึก ซึ่งสิ้นสุดภารกิจของวันนี้

โดยในวันที่  (28 ก.พ.67) จะเดินทางสักการะหลวงปู่ทวด นมัสการเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และวันที่ 28-29 ก.พ. และเดินทางไป จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ต่อไป

…สำหรับเป้าหมายของการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดชายแดนใต้ “เที่ยวใต้ สุดใจ”         เพื่อต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้  ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและความครึกครื้นภายในจังหวัด ดึงดูดนักท่องเที่ยว เข้ามาสัมผัสเรื่องราวดีๆ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่มีความรักความสามัคคีมีอัธยาศัยดี จ.ปัตตานี พร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และผู้มาเยือน

…..ในช่วงค่ำวันนี้ นายกฯ เศรษฐา ได้พบปะพูดคุยกับผู้นำศาสนา เยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ชาวมุสลิมปัตตานีนับถืออย่างเคร่งครัด เสมือนศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวความประทับใจที่ได้เข้าเยี่ยมชมมัสยิดแห่งนี้ว่า

“เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมมัสยิด รู้สึกประทับใจ ทั้งนี้ จากการรับฟังรายงานทราบว่า มัสยิดแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี 2506 ถือว่าเป็นมัสยิดที่มีความสวยงาม วันนี้ได้นำรัฐมนตรีมาหลายท่าน มาดูโอกาสของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดีใจที่ได้มาจังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดแรก ได้มาดูวัฒนธรรมประเพณี ได้เห็นศักยภาพของจังหวัดปัตตานี ยืนยันรัฐบาลให้การสนับสนุน เพื่อให้จังหวัดเมืองรองสามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าในพื้นที่มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้สู่จังหวัด โดยมอบให้ ศอ.บต. ไปดูเรื่องสาธารณูปโภคทั้งหมดของมัสยิดในพื้นที่ภาคใต้ ผู้คนมีความเป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส และขอขอบคุณในการต้อนรับอย่างอบอุ่นท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรมแห่งนี้ นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและพร้อมในหลายๆ มิติ ขออวยพรให้พื้นที่และประชาชนมีความสุขและเกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว”

นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรียังรับทราบการดำเนินการเรื่องการขึ้นทะเบียนนกกรงหัวจุกให้ถูกกฎหมาย โดยมีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รับเรื่องไปดำเนินการต่อ

ที่จังหวัดยะลา นายกฯ ถึงยะลา สักการะศาลหลักเมือง เยี่ยมชมกิจกรรมเยาวชน

 

วันที่ 28 ก.พ.2567 – เมื่อเวลา 09.30 น. ที่จังหวัดยะลา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางลงพื้นที่ จ.ยะลา ด้วยรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีขาว ทะเบียน 4 กษ 3081 กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อมาถึงนายกฯสักการะศาลหลักเมืองยะลา ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนสุขยางค์ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รมว.คมนาคม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ร่วมคณะด้วย ทั้งนี้ นายกฯและครม.ที่ร่วมคณะ ได้มีการสวมเสื้อสีมายา ลายดอกพิกุล ปลายแขนลายใบศรียะลา ซึ่งผ้าสีมายา เป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นภูมิปัญญาชาวบ้านหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในการลงพื้นที่ มีพล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 นายอำพล พงศ์สุรรณ ผวจ.ยะลา และส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ

ต่อมาเวลา 09.45 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรมด้านการเรียนรู้ ณ อุทยานการเรียนรู้ Tk park ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณศูนย์เยาวชน เขตเทศบาลนครยะลา และพบปะกับผู้มาร่วมต้อนรับ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีมาถึง นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้นำนายกฯ ได้ขึ้นไปยังชั้น 5 ของอาคาร Tk park เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมตามห้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้อง Sharing space ที่จัดกิจกรรม สอนน้องให้เป็นยูทูปเบอร์  ที่ได้รับความสนใจจากเยาวชนเป็นจำนวนมาก  นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรี ยังได้เดินเยี่ยมชมกิจกรรมตามห้องต่างๆด้วยความสนใจ

จากนั้นนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และคณะ ได้รับชมการแสดงดนตรีออเครสตร้าเทศบาลนครยะลา ที่บรรเลงเพลง เสน่ห์ยะลา และเพลง  Can’t help falling in love  ให้นายกรัฐมนตรีฟัง ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมถึงความสามารถของเยาวชนในพื้นที่ยะลานอกจากนี้ ในช่วงบ่ายคณะของนายกรัฐมนตรี จะเดินทางด้วยเครื่องบิน ATR  ของกองทัพอากาศ จากท่าอากาศยานปัตตานี  เดินทางไปยังท่าอากาศยานเบตง เพื่อปฎิบัติภารกิจในพื้นที่อำเภอเบตงต่อ

นราธิวาส  นายกรัฐมนตรีและคณะ ลงนราธิวาส ส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวใต้สุดใจ” ชมพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ย้ำถึงการนำโอกาส – ศักยภาพต่อยอดการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ความเสมอภาค ให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

วันที่ 29 ก.พ.67 เวลา 11.20 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ  เดินทางมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวใต้สุดใจ” จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 27 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ เน้นการพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อรองรับกับการสร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้เกิดรายได้ พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งมีจุดขายในพื้นที่คือศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งไทย มาลายู รวมถึงไปวัฒนธรรมจีน สังคมพหุวัฒนธรรม ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน

สำหรับพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามฯ เริ่มดำเนินการมา ตั้งแต่ปี 2553 โดยมีการรวบรวมประเภทคัมภีร์อัล – กุรอาน โบราณ ที่คัดด้วยลายมือ ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมอิสลาม ที่ตกทอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้รวบรวมคัมภีร์อัล-กุรอาน จำนวน 79 เล่ม ส่วนมากได้มา จากคาบสมุทรแหลมมลายูนูซันตาราและบางประเทศในโลกมุสลิม โดยคัมภีร์ดังกล่าว มีอายุตั้งแต่ 150 – 1,100 ปี และมีลวดลายที่สวยงามมาก

โดยครั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมบูธต่างๆ ที่จัดแสดงไว้ ห้องแรก ได้ชมผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม การจัดแสดงผลงานศิลปะของนักเรียน และ Art Space โดย เดอ

ลาแป สาธิตการผลิตโมเดลเรือกอและ ชมผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองผื้นถิ่นและสินค้าพรีเมี่ยมพื้นเมือง ณ ห้องจัดแสดงสินค้าพรีเมี่ยม จากนั้นได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรม “ซิละ” ซึ่งเป็น ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวอย่างหนึ่งของชาวไทยมุสลิม เป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ที่เน้นลีลาเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เยี่ยมชมบูธ “นวัต…วัฒนธรรม” ภายใต้แนวคิด Culture, Creativity and Innovation จัดเตรียมไว้ 6 บูธ ได้แก่ บูธที่ 1 บูธศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ผลิตภัณฑ์กลุ่มทอผ้าบ้านตอหลัง และน้ำผึ้งชันโรง ของคุณเนตรนภา บุญหา ผู้เลี้ยงผึ้งชันโรง บริเวณรอบบ้าน ที่ บ้านไพรวัน ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยก่อนหน้านี้ เธอเคยปฏิบัติหน้าที่งานป่าไม้ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และนำความรู้มาปรับใช้ในการเลี้ยงผึ้งชันโรง ต่อยอดสร้างรายได้ อย่างยั่งยืน

ต่อมาเยี่ยมชมบูธที่ 2 สมุนไพร โครงการลังกาสุกะโมเดล – การแปรรูปสมุนไพร ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ผลิตเป็นยาสมุนไพรคุณภาพสูง (Premium Product) ภายใต้การนำของศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เภสัชกรหญิงกฤษณา ไกรสินธุ์ ซึ่ง ถือว่าโครงการลังกาสุกะโมเดล เป็นโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน ผลิตยาสมุนไพรต้านโรค คุณภาพสูง ยืนยันด้วยมาตรฐานฮาลาล ตอบโจทย์ส่งเสริมอาชีพในชุมชน และเยี่ยมชมบูธที่ 3 บูธผ้า “บาติกนรา…สู่บาติกโลก” โดย SALOMA PRODUCT , ชมบูธที่ 4 หัตถกรรม นำเสนอแนวคิด “จากอัตลักษณ์ชุมชน สู่งานหัตถศิลป์ สร้างสรรค์ ประจูดบ้านใหญ่, บูธที่ 5 บูธอาหาร นำเสนอนวัตกรรรมอาหารแห่งอนาคต ได้แก่ บูธปลากุเลาตากใบ โดยกุเลาทองแม่แป้น, บูธทุเรียนกวนหนึบ โดยวิสาหกิจทุเรียนกวนบูโดเรียน, บูธข้าวหอมกระดังงา โดยข้าวหอมกระดังงาบ้านโคกงู และบูธเครื่องดื่ม จากกลุ่ม NCF

นราคอฟฟี่เฟรนด์ นำเสนอนวัตกรรมการดื่ม ร้านน้ำชา พื้นที่สนทนาของคนรุ่นเก่า สู่ ร้านกาแฟ จุดนัดพบของคนรุ่นใหม่ โดยใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟจากกลุ่มชุมชนยี่งอ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อดุอา (ขอพร) ณ ห้องละหมาด แล้วเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุร-อาน ชมเรื่องราววิถีชาวมุสลิมถิ่นใต้ และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่มีต่อพสกนิกรชาวนราธิวาส ชมเอกสารโบราณ ชมสาธิตการคัดลอกคัมภีร์อัลกุร – อาน ด้วยมือ และวิธีการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุร – อาน โบราณ รวมทั้งเข้าชมห้องจัดแสดงคัมภีร์อัลกุร – อาน โบราณ อีกด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมหารือยกระดับการท่องเที่ยวและพัฒนาการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ฯ ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ ได้ค้นพบสิ่งที่มีค่า โอกาส และศักยภาพของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมาย รวมทั้งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เน้นการสร้างโอกาส และความเสมอภาค เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องของการพัฒนาด่านต่างๆ ทั้งด่านศุลกากรที่ยังมีปัญหาอยู่ ได้สั่งการให้ดำเนินการแล้ว ในส่วนการผลักดันเรื่องสนามบิน ยืนยันว่า รัฐบาลนี้มีความเข้าใจถึงปัญหา และจะต้องให้บูรณาการการทำงานกัน ทั้งมหาดไทย วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่  นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ชื่นชม จังหวัดนราธิวาส ที่มีพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน

และทำให้ได้ทราบว่า จังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งซ่อมคัมภีร์อัล-กรุอาน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสิ่งนี้ จะทำให้คนทั่วโลกรู้จักจังหวัดนราธิวาสมากขึ้น พร้อมกล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลเป็นอย่างดี รัฐบาลมีความพยายามที่จะทำให้ที่นี่เกิดสันติภาพและสันติสุขในระยะเวลาอันใกล้ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่า 3 ปีครึ่ง ที่เหลือของรัฐบาลนี้ จะทำให้ทุกคนที่นี่มีโอกาสมากขึ้น ส่วนปัญหาจะต้องถูกแก้ไข พร้อมผลักดันให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพรวม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้…ลิ้งข่าวที่เกี่ยวข้อง ร้องนากยกรัฐมนตรีสนามกีฬานราธิวาสร้าง ทิ้งงาน 10 ปี http://spmcnews.com/?p=52628

 52,488 total views,  24 views today

You may have missed