วันอังคาร , ธันวาคม 11 2018
Breaking News
Download http://bigtheme.net/joomla Free Templates Joomla! 3
Home / ข่าวรอบวัน / กรุงเทพ – “ฟิล์ม” เปิดใจหลังเสียค่าปรับศาล คดีเปิดบริษัทชำระเงินเถื่อน

กรุงเทพ – “ฟิล์ม” เปิดใจหลังเสียค่าปรับศาล คดีเปิดบริษัทชำระเงินเถื่อน

กรุงเทพ – “ฟิล์ม” เปิดใจหลังเสียค่าปรับศาล คดีเปิดบริษัทชำระเงินเถื่อน

วันนี้ ( 6 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” พระเอกและนักแสดงชื่อดัง, นายศราวุฒิ นนทะภา, นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และ นายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ จำเลยในคดีร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เดินทางมาเพือฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3090/61ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด โดย นายศราวุฒิ นนทะภา กรรมการผู้มีอำนาจ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม รัฐภูมิ อายุ 33 ปี พระเอกและนักแสดงชื่อดัง นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และนายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ อายุ 38 ปี ในฐานะกรรมการบริษัท ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่ห้องพิจารณา 914 คดีนี้ พวกจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ ประวัติครอบครอบครัว การทำงานการศึกษา ของพวกจำเลย และอื่น ๆ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบคำพิพากษา และอนุญาตให้พวกจำเลยมีประกันตัวไปคนละ 2 แสนบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

กรุงเทพ – “ฟิล์ม” เปิดใจหลังเสียค่าปรับศาล คดีเปิดบริษัทชำระเงินเถื่อน

กรุงเทพ – “ฟิล์ม” เปิดใจหลังเสียค่าปรับศาล คดีเปิดบริษัทชำระเงินเถื่อนวันนี้ ( 6 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” พระเอกและนักแสดงชื่อดัง, นายศราวุฒิ นนทะภา, นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และ นายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ จำเลยในคดีร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เดินทางมาเพือฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3090/61ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด โดย นายศราวุฒิ นนทะภา กรรมการผู้มีอำนาจ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม รัฐภูมิ อายุ 33 ปี พระเอกและนักแสดงชื่อดัง นายธเนศ จัตวาพรพานิช อายุ 43 ปี และนายภูมิพัฒน์ ประเสริฐวิทย์ อายุ 38 ปี ในฐานะกรรมการบริษัท ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่ห้องพิจารณา 914 คดีนี้ พวกจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ ประวัติครอบครอบครัว การทำงานการศึกษา ของพวกจำเลย และอื่น ๆ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบคำพิพากษา และอนุญาตให้พวกจำเลยมีประกันตัวไปคนละ 2 แสนบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโดยคดีนี้ อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้ง 4 คน บังอาจร่วมกันประกอบกิจการให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ “เพย์ออล” (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก รหัสผ่านในการใช้งาน และเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติมตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย รวมทั้งนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้าไว้ชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆ แทนเงินสดการกระทำของพวกจำเลยมีลักษณะร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการโอนสิทธิการถือครองเงิน และการโอนสิทธิการถอนเงิน หรือหักเงินผ่านบัญชีหรือแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้บริการโดยไม่จำกัด และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่าย ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และบัญชีท้ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี และวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดหมาย ศาลพิเคราะห์ จำเลยทั้งหมดมีความจริงที่ประกอบกิจการบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าปรับเป็นเงิน 2 แสน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 4 ให้จำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท แต่จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท แต่จำเลยไม่เคยกระทำความผิด และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี และต้องมารายงานตัว 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมงด้าน ฟิล์ม รัฐภูมิ หลังจากเสียค่าปรับแล้วได้เดินลงมาบริเวณหน้าศาลให้สื่อสัมภาษณ์ ระบุว่าหลังฟังคำพิพากษา ว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา และให้โอกาส ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นเนื่องจากรู้เท้าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้ขออนุญาตทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนี้ พร้อมจะกลับมาพัฒนาธุรกิจ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคดีนี้หลังเป็นคดีความก็ยังคงดำเนินการธุรกิจต่อ มีการดำเนินการแก้ไข ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขณะที่ธุรกิจ เพลย์ออลของตนนั้น ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดประกอบกิจการไปแต่อย่างใด ยอมรับช่วงแรกที่เกิดคดีความทำให้ลูกค้าขาดความมั่นใจไปบ้าง แต่เมื่อปรับปรุง และขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายธุรกิจก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเดินหน้าเล่นการเมือง ยังคงเดินหน้าต่อ คดีความไม่มีผลกับการลงสมัคร โดยตั้งใจจะลงสมัครสส.ในนามพรรคท้องถิ่นไท เขตดินแดง หรือห้วยขวาง เนื่องจาก อยู่ในพื้นที่ มีความผูกพันมาตั้งแต่เด็ก

โพสต์โดย ตะลุยข่าว 4 ภาค เมื่อ วันพุธที่ 5 ธันวาคม 2018

 

โดยคดีนี้ อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อเนื่องกันจำเลยทั้ง 4 คน บังอาจร่วมกันประกอบกิจการให้บริการแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือภายใต้ชื่อ “เพย์ออล” (Payall) และสมัครสมาชิกเพื่อสร้างบัญชีของผู้ใช้บริการ ซึ่งระบบจะตั้งบริษัทสมาชิก รหัสผ่านในการใช้งาน และเติมเงินผ่านเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยตามช่องทาง โดยระบบจะบันทึกจำนวนเงินที่เติมตามมูลค่าของผู้ใช้บริการแต่ละราย รวมทั้งนำเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้าไว้ชำระค่าสินค้า และค่าบริการต่างๆ แทนเงินสดการกระทำของพวกจำเลยมีลักษณะร่วมกันประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการโอนสิทธิการถือครองเงิน และการโอนสิทธิการถอนเงิน หรือหักเงินผ่านบัญชีหรือแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้บริการโดยไม่จำกัด และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่าย ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และบัญชีท้ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุม ดูแลธุรกิจการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี และวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดหมาย

ศาลพิเคราะห์ จำเลยทั้งหมดมีความจริงที่ประกอบกิจการบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 เสียค่าปรับเป็นเงิน 2 แสน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 4 ให้จำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท แต่จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท แต่จำเลยไม่เคยกระทำความผิด และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี และต้องมารายงานตัว 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง

ด้าน ฟิล์ม รัฐภูมิ หลังจากเสียค่าปรับแล้วได้เดินลงมาบริเวณหน้าศาลให้สื่อสัมภาษณ์ ระบุว่าหลังฟังคำพิพากษา ว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา และให้โอกาส ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นเนื่องจากรู้เท้าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้ขออนุญาตทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนี้ พร้อมจะกลับมาพัฒนาธุรกิจ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคดีนี้หลังเป็นคดีความก็ยังคงดำเนินการธุรกิจต่อ มีการดำเนินการแก้ไข ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขณะที่ธุรกิจ เพลย์ออลของตนนั้น ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดประกอบกิจการไปแต่อย่างใด ยอมรับช่วงแรกที่เกิดคดีความทำให้ลูกค้าขาดความมั่นใจไปบ้าง แต่เมื่อปรับปรุง และขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายธุรกิจก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเดินหน้าเล่นการเมือง ยังคงเดินหน้าต่อ คดีความไม่มีผลกับการลงสมัคร โดยตั้งใจจะลงสมัครสส.ในนามพรรคท้องถิ่นไท เขตดินแดง หรือห้วยขวาง เนื่องจาก อยู่ในพื้นที่ มีความผูกพันมาตั้งแต่เด็ก

ภาพ/ข่าว  ทีมข่าว ตะลุยข่าว 4 ภาค รายงาน

About หมึกแห่งความหวัง

Check Also

ศอ.บต.อบรมพนักงานข้าราชการใหม่ 15 คน น้อมนำ ศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

(11 ธันวาคม 256 …

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *