กันยายน 30, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

จากศรัทธาสู่ประชาธิปไตยฐานราก: ถอดบทเรียน “ตลาดกือดารายอ มัสยิดรายอ” พื้นที่พหุวัฒนธรรมและสันติภาพยั่งยืนชายแดนใต้

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้:เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: เมื่อมัสยิดและตลาดก้าวข้ามขีดจำกัด สู่การเป็นห้องเรียนประชาธิปไตยฐานราก

      ความสำเร็จระดับประเทศของภาคี ตลาดกือดารายอ โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ และมัสยิดรายอฟาฏอนี ในการคว้า รางวัลชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย ประเภทองค์กรชุมชน ประจำปี 2569 พร้อมด้วยโล่รางวัลจากประธานรัฐสภา นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่า “ประชาธิปไตย” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือจำกัดอยู่เพียงแค่การเลือกตั้งระดับชาติ หากแต่เป็นวิถีชีวิตและการมีส่วนร่วมจากระดับรากหาน (Grassroots Democracy) ที่เติบโตจากทุนทางสังคม ศรัทธา และปัญหาจริงของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะในบริบทความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้

(ชมย้อนหลังใน https://www.facebook.com/share/v/1LdcYVS6GC/?mibextid=wwXIfr)

       ทั้งนี้ หากมองลึกลงไปในบริบทของ “มัสยิด” โดยทั่วไปแล้ว มักทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านจิตวิญญาณ เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางศาสนาที่พี่น้องมุสลิมปฏิบัติกันเป็นประจำ แต่นวัตกรรมของ มัสยิดรายอฟาฏอนี ได้ก้าวข้ามกรอบแบบเดิม ๆ ไปสู่อีกหนึ่งมิติที่สำคัญยิ่ง นั่นคือ การเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อน “เศรษฐกิจฐานราก” และการพัฒนาคน ที่หลอมรวมศรัทธาเข้ากับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง

ถอดรหัสความสำเร็จจาก “ปัญหาจริง” สู่ “นวัตกรรมชุมชน” ผ่านตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้

      เบื้องหลังรางวัลชนะเลิศระดับประเทศนี้ ไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการบูรณาการศักยภาพของชุมชนผ่านองค์ประกอบและกิจกรรมสำคัญ ดังนี้:

       การแก้ปัญหาจากฐานราก: การตั้งต้นจากโจทย์ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ นำมาสู่การสร้างพื้นที่กลางอย่าง “ตลาดกือดารายอ” และตลาดพอเพียง ณ มัสยิดรายอฟาฏอนี ซึ่งสะท้อนว่ามัสยิดมิได้มีบทบาทเฉพาะการประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคนและสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม ภายใต้หลักศาสนา กฎหมาย ความเหมาะสม และขอบเขตที่กำหนด

       ตัวอย่างกิจกรรมการพัฒนาเยาวชน: ผ่าน กิจกรรมการสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ทักษะการนำเสนอ และทักษะการวางแผนงานของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ดำเนินการโดย ผู้อำนวยการจุไรลี่ สาและ พร้อมด้วยคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้นโยบาย “สร้างคน เพื่อสร้างเมือง” ของ นายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี

       การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Co-creation): ชุมชน สัปบุรุษ เยาวชน และผู้นำศาสนา ได้ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจ ตั้งแต่การออกแบบบริหารจัดการตลาด ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์ข้ามวัย

        การหนุนเสริมจากภาคีเครือข่ายภายนอก: การได้รับสนับสนุนองค์ความรู้จากสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในการพาผู้ประกอบการไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (เช่น ตลาดใต้โหนด และตลาดน้ำคลองแห) ช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้า การบริหารจัดการ และสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน

“ตลาดไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างคน” — สำหรับมัสยิดรายอฟาฏอนี ตลาดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ซื้อขาย แต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ทำมาหากิน และเด็กเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะชีวิต เพื่อปลูกฝังให้คนในชุมชนเป็น “มือบน” ตามคำสอนของท่านนบี (ซล.) ที่ว่า “มือบนนั้นดีกว่ามือล่าง” (الْيَدُ الْعُلْيَا خَيْرٌ مِنَ الْيَدِ السُّفْلَى) สร้างวงจรจากผู้รับ สู่ผู้สร้าง และผู้แบ่งปัน เพื่อให้ริสกีหมุนเวียน สร้างคุณค่า และรับผิดชอบต่อส่วนรวมร่วมกัน

        ตลาดกือดารายอ: พื้นที่กลางทางพหุวัฒนธรรมและ “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Space)

        นอกเหนือจากมิติทางประชาธิปไตยฐานรากและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแล้ว มิติลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลางทางพหุวัฒนธรรม” และ “พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space)” ของสังคมพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้:

        การเป็นพื้นที่กลางทางพหุวัฒนธรรม: ตลาดแห่งนี้ก้าวข้ามเส้นแบ่งอัตลักษณ์ผ่านวิถีชีวิตประจำวัน เป็นจุดพบปะของผู้คนต่างความเชื่อ ศาสนา และชาติพันธุ์ ภายใต้การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ศาสนสถาน (มัสยิดรายอฟาฏอนี) ที่เปิดกว้าง เอื้อเฟื้อ และสะท้อนการอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

        การเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ทางสังคมและจิตวิทยา: ตลาดชุมชนที่บริหารจัดการโดยชุมชนเองช่วยสร้างความไว้วางใจ (Trust) ปราศจากความหวาดระแวง เป็นพื้นที่คืนศักดิ์ศรีและความมั่นคงในชีวิต (Human Security) ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเยาวชน รวมถึงทำหน้าที่เป็นกลไกเยียวยาความสัมพันธ์ (Relational Healing) ลดความขัดแย้งและสร้างเกราะคุ้มกันทางสังคม

สรุป: พลังแห่งการร่วมมือและความหลากหลาย

       ความสำเร็จของตลาดกือดารายอพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อประชาชนในพื้นที่ได้รับโอกาส มีพื้นที่ในการส่งเสียง (Voice) และถูกรับฟังอย่างแท้จริง ประชาธิปไตยจากฐานรากจึงเป็นการสร้าง “ความเป็นเจ้าของร่วมกัน” (Ownership) ในการกำหนดอนาคตของชุมชนตนเอง สอดคล้องกับหลักการทางศาสนาที่มุ่งเน้นการทำความดี (อะมั้ลศอลิห์) การพัฒนาคนให้มีศักยภาพ มีศักดิ์ศรี และรู้จักแบ่งปัน เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

เสนอแนะต่อรัฐในการต่อยอด (Policy Recommendations)

        เพื่อให้โมเดลความสำเร็จนี้ขยายผลและสร้างความยั่งยืนในมิติประชาธิปไตยรากหานและสันติภาพชายแดนใต้ รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนดังนี้:

        เปลี่ยนผ่านจากการสนับสนุนเชิงโครงการ สู่การสร้าง “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ชุมชน: รัฐควรสนับสนุนงบประมาณและเครื่องมือในลักษณะกองทุนพัฒนาชุมชนระยะยาว เพื่อให้ชุมชนมีความมั่นคงในการบริหารจัดการ โดยไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณแบบปีต่อปี และรับรองตลาดชุมชนให้เป็นพื้นที่สาธารณะของพลเมือง (Civic Space) อย่างเป็นรูปธรรม

        สนับสนุนการกระจายอำนาจและการตัดสินใจสู่ท้องถิ่น: เปิดพื้นที่ให้อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และผู้นำชุมชน/ศาสนา ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โดยให้ชุมชนเป็นตัวตั้งต้นในการออกแบบนโยบายสาธารณะที่สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรม (Cultural Context)

       ใช้พื้นที่เศรษฐกิจและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพเชิงบวก (Positive Peace): ส่งเสริมให้พื้นที่สาธารณะ เช่น ตลาดชุมชน และพื้นที่พหุวัฒนธรรม เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง และสนับสนุนกิจกรรมสร้างความไว้วางใจ (Trust-Building) ข้ามวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

        ขยายผลและสร้างเครือข่ายตลาดสันติภาพชายแดนใต้ (Scalability & Network): นำโมเดล “นวัตกรรมประชาธิปไตยฐานราก” ไปถอดบทเรียนเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดชุมชนพหุวัฒนธรรมทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยความยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับทุนทางสังคมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้หลักคิดและกระบวนการนี้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงทั่วทั้งชายแดนใต้

“คุณค่าที่แท้จริงของนวัตกรรมประชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ที่ถ้วยรางวัล แต่อยู่ที่การทำให้ตลาดเป็นมากกว่าที่ซื้อขาย—แต่เป็นพื้นที่แห่งความไว้วางใจ ที่ซึ่งทุกเสียงได้รับการรับฟัง และชุมชนร่วมกันกำหนดอนาคตแห่งสันติภาพได้อย่างยั่งยืน”

ศูนย์รวมศรัทธา เคียงคู่ชุมชน

“สร้างคนให้เป็นมือบน สร้างโอกาสให้ริสกีหมุนเวียน และสร้างชุมชนแห่งการแบ่งปัน”

 179 total views,  179 views today

You may have missed