กันยายน 4, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

รองนายกฯพิพัฒน์ ชูธง “ฮาลาล” แต่อ้าง “จะนะ”? SEC Watch จี้รัฐบาลกลับไปดูรายงาน SEA และแผนแม่บทภาคใต้

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ / ที่ปรึกษาสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลาและสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ :เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ

      การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณ วันที่ 1 กันยายน 2569 กลายเป็นจุดปะทะทางความคิดครั้งสำคัญ เมื่อฝ่ายรัฐบาลโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อนและฟื้นฟู “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” จังหวัดสงขลา ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยชูจุดเด่นเรื่องศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นครัวโลกและการผลิตอาหารฮาลาลเพื่อรองรับตลาดโลกที่มีประชากรชาวมุสลิมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าท่าทีดังกล่าวกลับสวนทางกับเสียงสะท้อนของภาคประชาสังคมอย่างสิ้นเชิง นำโดยเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรีทันที โดยชี้ว่าความพยายามผลักดันโครงการดังกล่าวอาจซ้ำรอยแผลเก่าและกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ในพื้นที่

สถานการณ์นิคมจะนะกับมิติทางกฎหมายและปมปัญหาความขัดแย้ง

      ปัญหาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานมานับสิบปีเนื่องจากความกังวลเรื่องผลกระทบต่อวิถีชีวิต ประมงพื้นบ้าน และสิ่งแวดล้อม ในเชิงกฎหมายและกลไกการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลเคยมีมติคณะรัฐมนตรีออกมารองรับเพื่อคลี่คลายปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการให้จัดทำ รายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment – SEA) สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลาและปัตตานี

     อย่างไรก็ตาม ปัญหาใจกลางความขัดแย้งในปัจจุบันคือ การที่ฝ่ายนโยบายพยายามผลักดันโครงการขนาดใหญ่โดยข้ามขั้นตอนและไม่ดูผลศึกษาจากรายงาน SEA และข้อเสนอการพัฒนาที่ทุกฝ่ายควรยอมรับร่วมกัน การหยิบยกวาระนิคมจะนะขึ้นมาหารือใน ครม. สัญจร (ถึงแม้ล่าสุดไม่กล้าเอาเข้าในที่ประชุม) จึงถูกมองว่าเป็นการละเลยข้อตกลงเชิงระบบและสร้างความกังวลว่ากระบวนการตัดสินใจอาจกลับไปสู่วิธีการเดิมที่ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ทางออกและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

      ท่ามกลางข้อโต้แย้งเรื่องโมเดลเศรษฐกิจฮาลาลและการพัฒนาภาคใต้ คำถามสำคัญที่สังคมและภาคประชาสังคมตั้งขึ้นคือ เหตุใดจึงไม่เลือกต่อยอดศักยภาพในพื้นที่ที่มีความพร้อมและสอดคล้องกับบริบท เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมหรือนิคมฮาลาลในพื้นที่จังหวัดปัตตานี แทนที่จะนำนิคมอุตสาหกรรมจะนะมาเป็นข้ออ้างในการขับเคลื่อนโครงการเดิมที่ยังมีข้อพิพาท

      สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมฮาลาล ภายในรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment – SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัดสงขลาและปัตตานี มีสาระสำคัญและทิศทางการขับเคลื่อนดังนี้:

  • การกำหนดบทบาทจังหวัดปัตตานีเป็นฐานทรัพยากรอาหารฮาลาล: โดยจังหวัดปัตตานีถูกกำหนดให้เป็น “ฐานทรัพยากรอาหารฮาลาล ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานทรัพยากร” ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
  • แผนงานส่งเสริมสินค้าและบริการฮาลาล: ภายในร่างแผนแม่บทฯ มีการบรรจุแผนงานสำคัญด้านการพัฒนาสินค้าและบริการของจังหวัดสงขลาและปัตตานีให้มีมาตรฐานฮาลาลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับภาคเกษตรและปศุสัตว์ การแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหารทะเลให้มีมูลค่าสูง ตลอดจนการสนับสนุนโรงเชือดและศูนย์รับรองมาตรฐานฮาลาล
  • การเชื่อมโยงกับฐานทรัพยากรเดิมแทนการสร้างความขัดแย้งใหม่: แนวทางของ SEA มุ่งเน้นการต่อยอดจากศักยภาพและห่วงโซ่การผลิตที่มีอยู่จริงในพื้นที่ (เช่น เกษตรกรรม ประมง และอาหารแปรรูป) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมและอาเซียน โดยเน้นการกระจายรายได้สู่ฐานรากและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ มากกว่าการผลักดันโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เฉพาะจุดที่นำไปสู่ความขัดแย้งยืดเยื้อ เช่น กรณีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะในอดีตและจะปลุกผีขึ้นมาใหม่โดยไม่สนใจSEA

เครือข่าย SEC Watch ได้เสนอทางออกเชิงนโยบายที่ชัดเจน 2 ประการต่อรัฐบาล:

  • ยึดโยงรายงาน SEA: การพัฒนาพื้นที่อำเภอจะนะและพื้นที่ใกล้เคียงต้องถูกกำหนดทิศทางมาจากผลการศึกษาประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) ซึ่งเกิดขึ้นจากมติ ครม. เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันผ่านกลไกการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
  • รอแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้: เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ขึ้นแล้ว รัฐบาลจึงควรยุติการผลักดันโครงการขนาดใหญ่เฉพาะหน้า และรอให้ภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ถูกขับเคลื่อนภายใต้กรอบแผนแม่บทที่กำลังจัดทำ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องและเป็นระบบในระยะยาว

หมายเหตุ

1.“SEA สงขลา – ปัตตานี” บรรทัดฐานใหม่ของการมีส่วนร่วม

วิดีโอนี้ช่วยอธิบายภาพรวมและเบื้องหลังกระบวนการจัดทำรายงาน SEA สงขลา-ปัตตานี ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและการกำหนดทิศทางพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

https://youtube.com/live/eEMX0703Hjs?si=oAiNrIES7QbxgKQz

2. การพัฒนาที่แท้จริงต้องขับเคลื่อนผ่านกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment – SEA) ที่ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การใช้อาญาสิทธิ์จากส่วนกลางหรือกลุ่มทุน ทั้งๆ ที่ ครม. มีมติรับทราบเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อการพัฒนาในพื้นที่ต่อไป

(อ้างอิง: แนวหน้า) (อ้างอิง

https://www.naewna.com/politic/971866#google_vignette)

 189 total views,  6 views today

You may have missed