”การบูลลี่ ไม่ใช่เรื่องตลก แต่คือการอธรรม“
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
วันนี้ 8 สิงหาคม2569 นักเรียนสาธิตอิสลาม คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีได้ร่วมกันถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้ว่าการอยู่ร่วมกันในหอพักไม่ใช่เพียงการแบ่งปันสถานที่ แต่คือการเคารพ ให้เกียรติ และดูแลความรู้สึกของกันและกัน
1. บทนำสถานการณ์: เมื่อคำพูดกลายเป็นอาวุธและความรุนแรงลุกลาม
ในสังคมปัจจุบัน ปัญหาการกลั่นแกล้งหรือ การบูลลี่ (Bullying) ทั้งในชีวิตจริงและบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นสนุกสนานตามวัยอีกต่อไป หากแต่เป็นชนวนเหตุสำคัญที่สร้างบาดแผลทางจิตใจ นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า การทำร้ายตัวเอง หรือแม้แต่การลุกลามเป็นความรุนแรงระดับโครงสร้างในสังคม เช่น ข่าวกราดยิงที่ปรากฏตามสื่อบ่อยครั้ง
สื่อเพื่อสันติภาพ ที่มีจรรยาบรรณร่วมสะท้อนว่า เมื่อข่าวความรุนแรงถูกนำเสนอซ้ำ ๆ โดยขาดความระมัดระวัง อาจนำไปสู่ปรากฏการณ์ การเลียนแบบความรุนแรง (Media Contagion) การรายงานข่าวจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการนำเสนอ ความจริง เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึง “ผลกระทบ” ต่อจิตวิทยาของสังคม ด้วย การขุดคุ้ยประวัติ เปิดเผยภาพ หรือลงรายละเอียดวิธีการของผู้ก่อเหตุ อาจทำให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นจุดสนใจโดยไม่ตั้งใจ และกล ายเป็น “คู่มือ” ให้ผู้ที่มีภาวะเปราะบางลอกเลียนแบบ
ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล สังคมรอบตัว ไปจนถึงการตระหนักรู้ตามหลักศาสนา จึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดวงจรอุบาทว์นี้ไม่ให้ความเกลียดชังและการบูลลี่ลุกลามกลายเป็นเชื้อเพลิงของความรุนแรงในอนาคต
2. การบูลลี่ในมุมมองและหลักคำสอนของอิสลาม
ในหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม พฤติกรรมการบูลลี่ถือเป็น บาปใหญ่ (กะบีเราะฮ์) และเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และทำลายความสัมพันธ์อันดีในสังคม
อิสลามได้จำแนกพฤติกรรมที่เข้าข่ายการรังแกผู้อื่นไว้อย่างชัดเจนผ่านหลักศีลธรรม ได้แก่:
- Sukhriyah (السُّخْرِيَّة): การเยาะเย้ย ถากถาง หรือล้อเลียนผู้อื่น
- Lamz (اللَّمْز): การตำหนิ การนินทา หรือการกล่าวหาให้ผู้อื่นอับอาย
- Tanabuz bil-alqab (التَّنَابُزُ بِالأَلْقَاب): การเรียกกันด้วยฉายานามที่ไม่ดี หรือการตั้งฉายาล้อเลียนปมด้อย
- Ghibah (غيبة): การนินทาหรือกล่าวลับหลังในเรื่องที่เจ้าตัวไม่ชอบ
- Namimah (نميمة): การยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก
3. ทำไมอิสลามจึงห้ามการบูลลี่?
- มนุษย์ทุกคนมีเกียรติเท่าเทียมกัน: อัลลอฮ์ทรงสร้างมนุษย์มาด้วยความประณีต การบูลลี่จึงเท่ากับการดูถูกผลงานการสร้างสรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า
- ทำลายความสามัคคี: การกลั่นแกล้งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ ความเคียดแค้น และบ่อนทำลายความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
- ผลกระทบทางจิตใจที่รุนแรง: นำไปสู่ความเครียดและการทำร้ายตัวเอง ซึ่งอิสลามห้ามการทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่นอย่างเด็ดขาด
- ความประเสริฐอยู่ที่ความยำเกรง: อิสลามสอนว่ามนุษย์ไม่ได้วัดกันที่รูปร่างหน้าตา ฐานะ หรือชาติพันธุ์ แต่วัดที่ความยำเกรงต่อพระเจ้า (ตักวา)
4. หลักฐานจากอัลกุรอานและหะดีษ
อัลกุรอาน
ความหมาย: “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! ชายกลุ่มหนึ่งอย่าได้เยาะเย้ยชายอีกกลุ่มหนึ่ง… และพวกเจ้าอย่าได้ตำหนิตัวของพวกเจ้าเอง และอย่าได้เรียกกันด้วยฉายานามที่เยาะเย้ย… และผู้ใดที่ไม่สำนึกผิด ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้อธรรม”
(ซูเราะห์ อัล-หุญุรอต 49:11)
ความหมาย: “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! จงหลีกเลี่ยงจากการสงสัย… และอย่าได้นินทากันและกัน คนใดในหมู่พวกเจ้าชอบไหมที่จะกินเนื้อพี่น้องของตนที่ตายไปแล้ว? ย่อมเกลียดมันเป็นแน่…”
(ซูเราะห์ อัล-หุญุรอต 49:12)
หะดีษ (วจนของศาสดามุฮัมมัด ศล.)
عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عَمْرٍو رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا عَنْ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: «الْمُسْلِمُ مَنْ سَلِمَ الْمُسْلِمُونَ مِنْ لِسَانِهِ وَيَدِهِ» (رواه البخاري ومسلم)
ความหมาย: ท่านนบีกล่าวว่า: “มุสลิมที่แท้จริงคือผู้ที่บรรดามุสลิม (และเพื่อนมนุษย์) ปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา”
(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม)
عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: «بِحَسْبِ امْرِئٍ مِنَ الشَّرِّ أَنْ يَحْقِرَ أَخَاهُ الْمُسْلِمَ…» (رواه مسلم)
ความหมาย: ท่านนบีกล่าวว่า: “เป็นการเพียงพอแล้วสำหรับบุคคลหนึ่งที่จะถือว่าเป็นความชั่วร้าย นั่นคือการที่เขาดูแคลนพี่น้องมุสลิมของเขา…”
(บันทึกโดยมุสลิม)
5. วิธีการจัดการและป้องกันการบูลลี่ตามหลักอิสลาม
- ก่อนจะพูด ก่อนจะพิมพ์ ก่อนจะโพสต์: จงถามตัวเองเสมอว่าคำพูดนี้ทำให้คนอื่นเจ็บหรือไม่ หากเป็นเราจะรู้สึกอย่างไร และสิ่งนี้ทำให้อัลลอฮ์พอพระทัยหรือไม่
- การตักเตือนด้วยความเมตตา: หากพบเห็นการรังแกกันในสังคมหรือสถานศึกษา หน้าที่ของเราคือการห้ามปรามและตักเตือนด้วยวิธีที่ดี
- การให้อภัยและการขอขมา: หากเผลอพลั้งปากหรือกระทำผิดไป สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการหยุดพฤติกรรม กล่าวขอขมา (อิสติฆฟาร์) ต่ออัลลอฮ์ และไปขออภัยจากผู้ถูกกระทำเพื่อปลดเปลื้องความผิดต่อเพื่อนมนุษย์
อย่าหัวเราะบนความเจ็บปวดของผู้อื่น เพราะรอยยิ้มที่เกิดจากการทำร้ายคนอื่น ไม่ใช่รอยยิ้มที่อัลลอฮ์ทรงพอพระทัย
หอพัก สถานศึกษาหรือสังคมที่น่าอยู่ ไม่ได้เกิดจากอาคารสถานที่ที่สวยงาม แต่เกิดจากหัวใจของคนที่อยู่ร่วมกันด้วยความเมตตา ความเคารพ และความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์
ฟังข้อเตือนสติต่อเรื่องนี้จากบาบอฮุสณี บินหะยีคอเนาะใน
https://vt.tiktok.com/ZS4qEYF7n/
176 total views, 6 views today

More Stories
การต่อสู้ของชาวบ้านจะนะ-เทพา :เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
วิกฤตอาวุธปืนกับการพกพาข้ามเขต: เมื่อ “โรงเรียน” กลายเป็นพื้นที่เปราะบางท่ามกลางความท้าทายด้านความปลอดภัย:“กรณีชายแดนใต้”
พลิกวิกฤตบูลลี่ในรั้วโรงเรียนสอนศาสนา ด้วย “Active Learning ศตวรรษที่ 21” อย่างเป็นขั้นเป็นตอน