
จังหวัดนราธิวาสเตรียมจัด “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” 19–23 สิงหาคมนี้ ระดมกว่า 70 ร้านค้าและกิจกรรมทางวัฒนธรรมจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านอาหาร ผ้า ศิลปะ ดนตรี การแสดง และ Light & Sound หวังเชื่อมทุนวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้ชุมชน
นราธิวาส – จังหวัดนราธิวาส โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส เตรียมจัดงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ระหว่างวันที่ 19–23 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของพื้นที่ชายแดนใต้ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่
วันนี้(11 สิงหาคม 2569) ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส(หลังเก่า) อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โครตสาขา ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดนราธิวาส นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส และนายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ร่วมแถลงข่าวและเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมเปิดประสบการณ์สัมผัส “อีกมุมหนึ่งของชายแดนใต้” ผ่านวัฒนธรรมที่มีชีวิตและเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่
ภายในงานรวบรวม อาหาร ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น จากจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา กว่า 70 ร้านค้า พร้อมนิทรรศการมรดกวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี แฟชั่นโชว์ผ้าไทยและผ้าชายแดนใต้ รวมถึงกิจกรรม Night Museum เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้และสัมผัสคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมในบรรยากาศที่ร่วมสมัย
ไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่ การแสดง Light & Sound & Mixed Media “เสียงกลองแห่งสยาม–มลายู : วิถีแห่งจังหวะและจิตวิญญาณร่วม” ซึ่งนำเรื่องราวของเสียงกลอง ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ มาผสมผสานกับการนำเสนอร่วมสมัย สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ของผู้คนในภูมิภาค พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เครื่องดนตรีพื้นถิ่น เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม
นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของชายแดนใต้ในอีกมิติหนึ่ง ผ่านวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ ผ้า ดนตรี และวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก
ขณะที่ นายซีรอยูดิน มามะ วิทยากรอิสระ มองว่า การจัดมหกรรมครั้งนี้เปรียบเสมือน “สะพานเชื่อมอาเซียนด้วยวัฒนธรรม” เนื่องจากประเทศในภูมิภาคมีรากทางวัฒนธรรมพื้นบ้านบางส่วนที่มีความคล้ายคลึงและเชื่อมโยงกัน การนำทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้มาสื่อสารในรูปแบบที่สร้างสรรค์ จึงมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างโอกาสใหม่ให้กับจังหวัดนราธิวาส
“มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยง “วัฒนธรรม–ชุมชน–การท่องเที่ยว–เศรษฐกิจ” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชวนทุกคนมาร่วมค้นพบเสน่ห์และเรื่องราวของชายแดนใต้ผ่านมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ระหว่างวันที่ 19–23 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า)
#มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน
#นราธิวาส #วัฒนธรรมชายแดนใต้
#เที่ยวชายแดนใต้ #เที่ยวชุมชน
#ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ #เศรษฐกิจสร้างสรรค์
#มรดกวัฒนธรรม #NightMuseum
#Unseenชายแดนใต้ #เที่ยวเมืองนราธิวาส

1,981 total views, 882 views today

More Stories
การต่อสู้ของชาวบ้านจะนะ-เทพา :เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตงเปิดงานวันแม่แห่งชาติ เทิดพระเกียรติพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปลูกฝังความกตัญญูรู้คุณแม่
อำเภอเบตงจัดกิจกรรมวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 134 ปี ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำท้องที่ ผลงานดีเด่น