กรกฎาคม 6, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

การศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน แต่ต้องเท่าทันในยุคดิจิทัล: ม.อ.ปัตตานี จับมือ UNDP พัฒนาศักยภาพการศึกษาชายแดนใต้ผ่านสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสู่ความยั่งยืน

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

                                           

บทนำ

      การศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความหลากหลายทางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางความท้าทายที่เด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยยังคงหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ

      ล่าสุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ได้ก้าวสำคัญในการจับมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับศักยภาพทางการศึกษาให้ครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น

รายละเอียดความร่วมมือเชิงรุก

      เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ UNDP ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ณ ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสององค์กร รวมถึงตัวแทนจากสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ร่วมเป็นสักขีพยาน

      ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มสตรี เยาวชน และผู้นำชุมชน ผ่านการพัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

      ความมุ่งมั่นนี้ถูกผลักดันอย่างต่อเนื่องทันที โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ตัวแทนจากฝ่ายวิชาการและเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ได้ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการกับ ม.อ.ปัตตานี และ UNDP เพื่อออกแบบหลักสูตรฝึกอบรม “ด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล” ซึ่งมีแผนจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อวางรากฐานให้ครูผู้สอนสามารถบูรณาการองค์ความรู้ดังกล่าวเข้าสู่การเรียนการสอนจริง ให้แก่นักเรียนกว่า 2 แสนคนในพื้นที่

      นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนภาคใต้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเครือข่ายโรงเรียนเอกชนอิสลามกว่า 215 แห่ง ที่ครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้เยาวชนเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง และถือเป็นก้าวสำคัญของการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง

สรุป

การผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษาชั้นนำ องค์กรระดับโลกอย่าง UNDP และเครือข่ายโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้และทักษะดิจิทัลที่จำเป็นให้กับคนในพื้นที่ เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

 329 total views,  329 views today