มิถุนายน 20, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

พัฒนาเยาวชนชายแดนใต้ สู่ “อาสาสื่อกลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” จะนะ เทพา ในวันที่สอง

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : รายงาน

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      สงขลา – การดำเนินงานโครงการ “ค่ายเยาวชนอาสาสื่อกลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพหุวัฒนธรรม” เข้าสู่วันที่สอง โดยสำนักส่งเสริมและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับศูนย์อัลกุรอานและภาษา โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ และภาคีเครือข่าย มุ่งเน้นการลงพื้นที่ปฏิบัติจริงเพื่อให้เยาวชนได้สัมผัสและเรียนรู้ “รากเหง้า” ของพื้นที่อำเภอจะนะและอำเภอเทพาอย่างลึกซึ้ง

เจาะลึก 6 เส้นทางเรียนรู้: ประวัติศาสตร์และวิถีชุมชน

       เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานใน 6 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นมัคคุเทศก์น้อยที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวท้องถิ่นได้อย่างมืออาชีพ ดังนี้

อำเภอจะนะ

  1. ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน: เยี่ยมชมวัดเกษมรัตน์ สถานีรถไฟ และเรียนรู้วิถีเศรษฐกิจที่ตลาดนัดวันพฤหัสบดี
  2. อัตลักษณ์นกเขา: ศึกษาฟาร์มนกเขายีแมและสัญลักษณ์ห้าแยกนกเขา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเลี้ยงนกเขาชวาที่เป็นเอกลักษณ์คู่บ้านคู่เมือง
  3. ร่องรอยประวัติศาสตร์: สำรวจสุสานประวัติศาสตร์บ้านท่ายาง นาทับ พื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมร่วมราก

อำเภอเทพา

  1. ทรัพยากรธรรมชาติและวิชาการ: ศึกษาธรรมชาติที่หาดสะกอมเขาล้อน และเรียนรู้งานบริการวิชาการที่สถานีบริการวิชาการชุมชนเทพา (ม.อ.) โดยมี “บังซน” เป็นวิทยากรให้ความรู้
  2. วิถีสถานีรถไฟ: เรียนรู้ประวัติศาสตร์การคมนาคมและวิถีชีวิตผู้คนรอบสถานีรถไฟเทพา รวมถึงซึมซับของดีอย่าง “ไก่ทอดเทพา” โดยวิทยากรจาก กศน.
  3. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง: ศึกษาการจักสานกระจูดที่บ้านโคกพยอม (โดยคุณแพรว สูสมแก้ว) และชมสวนสละนายพล บ้านหัวสวน (โดยคุณนายพล สรประสิทธิ์)

การต่อยอดสู่ภาพลักษณ์ใหม่ของชายแดนใต้

     การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้ในด้านสถานที่ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงเยาวชนเข้ากับประวัติศาสตร์ร่วมรากของเมืองจะนะและเทพา ซึ่งเคยเป็นเมืองพรมแดนสำคัญในอดีตที่มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมพุทธ-มุสลิมอย่างยาวนาน ดังที่ปรากฏในข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข [16:11]

     โครงการนี้มุ่งหวังให้เยาวชนทั้ง 60 คน สามารถเปลี่ยนมุมมองจากการเป็นแค่ “คนในพื้นที่” ไปสู่การเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ที่นำเสนอเสน่ห์ของบ้านเกิดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียได้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและพลิกโฉมภาพลักษณ์ชายแดนใต้ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความหลากหลายอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวิถีชุมชน:
https://youtube.com/watch?v=ceLQDl2pEoc

หมายเหตุ: อ่านรายงานวันที่ 1 ใน
https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/55481

 326 total views,  326 views today

You may have missed