อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ
ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดการศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงวิถีชีวิตดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานการเรียนรู้ระดับชาติถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย โรงเรียนบ้านตันหยงเปาว์ จังหวัดปัตตานีได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ภาษาแม่” ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็น “กุญแจสำคัญ” ในการปลดล็อกศักยภาพผู้เรียน ผ่านโครงการการศึกษาบนฐานภาษาแม่และการศึกษาหลายภาษา (Mother Tongue-Based/Multilingual Education: MTB/MLE) ซึ่งได้รับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จากทั้งชุมชน มหาวิทยาลัย และการสนับสนุนจากสมาพันธรัฐสวิส
ทำไมต้องภาษาแม่? (หัวใจสำคัญของโครงการ)
การเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาที่บ้านอาจเป็นเรื่องยากหากเริ่มต้นด้วยความแปลกแยก โครงการ MTB/MLE จึงถูกนำมาใช้โดยมีหลักการสำคัญคือ
- สร้างความเข้าใจที่มั่นคง: การใช้ภาษาแม่เป็นฐานช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดทางวิชาการได้ลึกซึ้งขึ้นก่อนจะถ่ายโอนไปสู่การเรียนรู้ภาษาไทย
- ลดช่องว่างทางวัฒนธรรม: การยอมรับในอัตลักษณ์ทางภาษาช่วยให้เด็กรู้สึกมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแรงจูงใจในการมาเรียน
- ความยั่งยืนทางการศึกษา: เมื่อนักเรียนมีพื้นฐานที่ดี ทั้งจากการสื่อสารและกระบวนการคิดที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต จะช่วยลดอัตราการออกกลางคันและเพิ่มสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไร: กลไกความร่วมมือแบบบูรณาการ
ความสำเร็จที่ประจักษ์ ณ โรงเรียนบ้านตันหยงเปาว์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ในโอกาสการต้อนรับเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย คือการทำงานแบบไร้รอยต่อระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
1. ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงเรียน
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการและงานวิจัย เพื่อสร้างหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทภาษามลายูในพื้นที่
2. พลังของชุมชนและหน่วยงานรัฐ
การมีส่วนร่วมจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้นำชุมชน ทำให้โครงการไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ขยายไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบสองภาษา (Bilingualism)
3. การหนุนเสริมจากสมาพันธรัฐสวิส
สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่เชี่ยวชาญด้านการจัดการความหลากหลายทางภาษา ได้นำเอาองค์ความรู้และประสบการณ์มาเป็นต้นแบบการสนับสนุนเชิงนโยบายและการสร้างความยั่งยืน เพื่อให้โมเดลการศึกษาในปัตตานีเป็นตัวอย่างของการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ
การลงพื้นที่ติดตามผลโดยเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการนี้นำไปสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้จริง ผ่านการสังเกตการณ์ห้องเรียนและแลกเปลี่ยนแนวทางเพื่อพัฒนาการใช้ภาษามลายูควบคู่กับภาษาไทยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สรุป
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านภาษาแม่ ณ โรงเรียนบ้านตันหยงเปาว์ มิได้เป็นเพียงวิธีการสอนหนังสือ แต่คือการสร้าง “สะพาน” ที่เชื่อมโยงเด็กนักเรียนเข้าสู่โลกของการเรียนรู้อย่างองอาจ โดยมีชุมชนเป็นฐาน มหาวิทยาลัยเป็นผู้นำทาง และมิตรประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้สนับสนุนความยั่งยืน
โมเดลนี้ไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะภาษาไทยและวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังความภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศไทยในอนาคต
หมายเหตุ: ชมคลิปส่วนหนึ่งได้ที่
https://www.facebook.com/share/v/1JAk1Bdzam/?mibextid=wwXIfr
831 total views, 831 views today

More Stories
40 ปี สำนักส่งเสริมและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์: สานต่อปณิธาน “เพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”
พลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้: พลัง “พหุภาษา” ผสานความร่วมมือมหาวิทยาลัย สู่ทางออกที่ยั่งยืน
เทศบาลเมืองเบตง เดินหน้าขับเคลื่อน “Betong Lifelong Learning City” มหกรรมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเบตงอย่างยั่งยืน