อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เปรียบเสมือนฐานทัพพลังงานที่สำคัญของภาคใต้ ด้วยศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่าความต้องการใช้ในพื้นที่หลายเท่าตัว ทว่าท่ามกลางโรงไฟฟ้าที่เรียงรายอยู่ถึง 6 แห่ง ประชาชนในพื้นที่กลับยังคงต้องเผชิญกับภาระค่าไฟฟ้าที่สวนทางกับความคาดหวังว่าจะได้ใช้พลังงานในราคาที่ถูกลง
คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ ทำไมคำสัญญาเมื่อปี 2561 ที่ว่าการสนับสนุนโรงไฟฟ้าชีวมวลจะทำให้ค่าไฟในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ถูกลง จึงกลายเป็นเพียงคำสัญญาที่จับต้องไม่ได้ หรือแท้จริงแล้วจะนะเป็นเพียง “ผู้แบกรับต้นทุน” เพื่อผลประโยชน์ของใครบางคน?
พลังงานล้นเมือง แต่ค่าไฟไม่ลด: ความจริงที่สวนทาง
ปัจจุบันจะนะมีโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องแล้วถึง 6 แห่ง ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดีเซล 3 แห่ง รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลอีก 3 แห่ง คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 1,592.5 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโซลาร์ฟาร์มเพิ่มเติมอีก 3 แห่งในอนาคตอันใกล้
เมื่อย้อนกลับไปในปี 2561 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เคยผลักดันให้กระทรวงพลังงานรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนในพื้นที่ จชต. โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและการลดต้นทุน ซึ่งเชื่อกันว่าการใช้พลังงานในพื้นที่ผ่านโรงไฟฟ้าชีวมวลจะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าถูกลงและดึงดูดนักลงทุนได้
ทว่าในความเป็นจริง ประเทศไทยกลับเผชิญกับภาวะ “ไฟฟ้าสำรองล้นระบบ” เกินความต้องการถึง 40% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเกินความจำเป็นในเชิงเศรษฐศาสตร์
ต้นทุนแฝงภายใต้ชื่อ “ความมั่นคง”
เหตุใดโรงไฟฟ้าจึงยังคงผุดขึ้นในจะนะแม้ปริมาณไฟฟ้าจะล้นระบบ?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือน แต่อยู่ที่ “เมกะโปรเจกต์” และการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการฐานพลังงานที่มั่นคงและราคาพิเศษหรือไม่?
สิ่งที่ประชาชนต้องเผชิญคือภาระ “ค่าความพร้อมจ่าย” (Availability Payment – AP) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายให้กับโรงไฟฟ้าเอกชนแม้ว่าจะไม่มีการดึงกระแสไฟฟ้าไปใช้จริงก็ตาม
ต้นทุนส่วนนี้ถูกนำไปคำนวณรวมในโครงสร้างค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ
การสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มในภาวะที่ไฟฟ้าล้นระบบ จึงเปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงเข้าสู่กองไฟที่ร้อนระอุอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนกลายเป็น “ผู้แบกรับต้นทุน” จากการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมมากกว่าการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
บทสรุป
การผลิตพลังงานที่มหาศาลในอำเภอจะนะ สะท้อนถึงความย้อนแย้งระหว่าง “ความมั่งคั่งของพลังงาน” กับ “ความทุกข์ยากของค่าไฟ” คำสัญญาเมื่อปี 2561 เรื่องค่าไฟที่ถูกลงกลายเป็นเรื่องไกลตัว ในขณะที่โครงการใหม่ ๆ ยังคงเดินหน้าเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมใหญ่
การตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการจัดสรรต้นทุนพลังงานที่ยุติธรรม จึงเป็นสิทธิอันชอบธรรมของคนจะนะและคนไทยทั้งประเทศ ก่อนที่ภาระค่าไฟจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดประชาชนไปนานกว่าที่ควรจะเป็น
หมายเหตุ
ปี 2561 บอกว่า ราคาไฟฟ้า จชต. จะถูกลง ถ้าสนับสนุนโรงไฟฟ้าชีวมวลใน จชต.
“ส.อ.ท.หนุน ก.พลังงานรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนเสริมความมั่นคงพื้นที่ภาคใต้ 300 เมกะวัตต์ แนะเปิดประมูลรูปแบบ Hybrid Firm และไม่ควรจำกัดประเภทเชื้อเพลิง ใช้เวลาพัฒนาแค่ 2 ปี เชื่อราคาค่าไฟฟ้าถูก-นักลงทุนแห่ประมูล”
ลิงก์ดาวน์โหลดเอกสาร U2T
- ศักยภาพชุมชนตำบลสะกอม
https://online.fliphtml5.com/snrnz/mrpu/ - ศักยภาพชุมชนตำบลนาทับ
https://online.fliphtml5.com/snrnz/vzsk/ - ศักยภาพชุมชนตำบลตลิ่งชัน
https://online.fliphtml5.com/snrnz/gtmi/
1,150 total views, 1,149 views today

More Stories
เปิดฉากมิติใหม่! ชายแดนใต้คึกคัก ดัน “Soft Loan ผ่านสหกรณ์อิสลาม” ปลดล็อกทุนฐานราก สร้างสุขภาวะ-การศึกษาที่ยั่งยืน
ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO): อุปสรรคสำคัญที่กัดเซาะบรรยากาศแห่งสันติภาพชายแดนใต้
เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน พ.ศ. 2571 – 2575 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน