อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

การวิเคราะห์ข้อเสนอจากทั้ง 3 องค์กรภาคประชาสังคม (CAP, สมาคมเพื่อสันติภาพฯ และเครือข่ายชาวพุทธ, และสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้) ที่ยื่นต่อหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ พบว่ามี “จุดร่วมสำคัญ” ที่สะท้อนฉันทามติของภาคประชาชนต่อทิศทางสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้
1. จุดร่วมด้านกลไกการมีส่วนร่วม (Inclusive Process)
ทั้งสามองค์กรเน้นย้ำตรงกันว่า “สันติภาพต้องไม่จำกัดอยู่เพียงแค่คู่เจรจา (รัฐ-ฝ่ายเห็นต่าง)” แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคม (CSOs) เข้ามามีบทบาทที่เป็นรูปธรรม
จากผู้ฟังสู่ผู้มีส่วนร่วม
เสนอให้ปรับสถานะจากเพียง “ผู้รับข้อมูล” เป็น “ผู้สังเกตการณ์” หรือตัวแทนในกลไกต่าง ๆ
การมีตัวแทนที่หลากหลาย
เรียกร้องให้ครอบคลุมเสียงของกลุ่มเปราะบาง สตรี เยาวชน ผู้นำศาสนา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ตัวแทนภาคประชาสังคมไทยพุทธ” เพื่อลดความรู้สึกถูกทอดทิ้ง และสร้างหลักประกันว่าข้อตกลงจะครอบคลุมคนทุกกลุ่ม
2. จุดร่วมด้านการลดความรุนแรงและพื้นที่ปลอดภัย (Safety & Protection)
มีข้อเสนอที่สอดคล้องกันเรื่องการเปลี่ยนจากความคาดหวังเชิงนามธรรม ไปสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้
พื้นที่นำร่อง
การกำหนดพื้นที่ (เช่น ระดับอำเภอ) เพื่อลดความรุนแรงและสร้าง “ต้นแบบสันติภาพ” ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง
กลไกตรวจสอบร่วม (Monitoring Mechanism)
เรียกร้องให้มีกลไกที่เป็นอิสระ เป็นกลาง และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ลดการกล่าวหาไปมา และสร้างความโปร่งใส
การคุ้มครองพลเรือน
ยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) และการปกป้องประชาชนไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย
3. จุดร่วมด้านบรรยากาศการพูดคุย (Enabling Environment)
ทุกองค์กรให้ความสำคัญกับการ “สร้างความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการสันติภาพ
ยุติ IO และการด้อยค่า
การหยุดการสร้างวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และการคุกคามทางกฎหมายต่อภาคประชาสังคม (SLAPP)
การสื่อสารที่ปลอดภัย
การสร้างพื้นที่ที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นหรือสื่อสารข้อเท็จจริงได้โดยไม่กลัวการคุกคาม
ความต่อเนื่อง
เรียกร้องให้ยกระดับการพูดคุยเป็น “วาระแห่งชาติ” หรือมีกรอบกฎหมายรองรับ เพื่อไม่ให้กระบวนการหยุดชะงักเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์
จากการวิเคราะห์ พบว่าข้อเสนอทั้ง 3 กลุ่มมีนัยสำคัญที่บ่งชี้ว่า “ภาคประชาสังคมต้องการให้กระบวนการสันติภาพเปลี่ยนผ่านจากการนำโดยฝ่ายความมั่นคง ไปสู่การนำโดยพลเรือนและการเมือง”
| ประเด็นหลัก | สาระสำคัญที่ต้องการ |
|---|---|
| ความเป็นเจ้าของ | ต้องการให้ประชาชนรู้สึกว่าสันติภาพเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของกองทัพและขบวนการฯ |
| ความเป็นรูปธรรม | ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ลดความรุนแรงได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงการเจรจาในห้องประชุม |
| ความโปร่งใส | ต้องการกลไกตรวจสอบที่เป็นกลางและมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่ เพื่อลดความระแวงระหว่างคู่ขัดแย้ง |
บทสรุป
สิ่งที่ทั้ง 3 องค์กรส่งถึงหัวหน้าคณะพูดคุยฯ คือการเรียกร้องให้เปลี่ยน “โมเดลความมั่นคง” (Security Model) ที่เน้นการควบคุม ไปสู่ “โมเดลการมีส่วนร่วม” (Participatory Model) ที่ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความยุติธรรม และความปลอดภัยที่ประชาชนออกแบบร่วมกัน
หมายเหตุ อ้างอิงจาก
1. ข้อเสนอ CAP และสมาคมเพื่อสันติภาพฯ
https://www.facebook.com/share/1FVHs4LYh6/?mibextid=wwXIfr
2. ข้อเสนอเครือข่ายชาวพุทธ
https://www.facebook.com/share/1H6HTd6jgm/?mibextid=wwXIfr
3. ข้อเสนอสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้
https://www.facebook.com/share/p/17ajE5gKYq/?mibextid=wwXIfr
1,826 total views, 1,826 views today

More Stories
แม้ไม่เห็นด้วยกับโรงไฟฟ้า แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง: ถอดบทเรียนจากเหตุบุกรุกโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นิยาม “ความเป็นไทย” ในรัฐไทยสมัยใหม่: จากเอกภาพสู่พหุวัฒนธรรม ผ่านหมุดหมาย “ภาษามลายูปาตานี”
คพท. เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับกระบวนการสันติสุข