อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ
เหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปยังตัวแทนของประชาชนเท่านั้น แต่เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็น “คดีสะท้อนสังคม” ที่กระชากหน้ากากปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่ออาวุธที่ควรอยู่ในคลังแสงของรัฐกลับไปปรากฏอยู่ในมือคนร้าย และสภาพความคลุมเครือของกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า “นี่คือการลอบสังหารโดยปัจเจก หรือเป็นผลผลิตจากขบวนการคอร์รัปชั่นภายใต้เครื่องแบบ?”
อธิบาย: ปริศนาปืนผีดิบและกระบวนการที่หยุดชะงัก
จากการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายฯ ข้อมูลที่ปรากฏสร้างความตกตะลึงแก่สาธารณชนใน 2 ประเด็นหลัก
1. อาวุธปืนที่ “ฟื้นคืนชีพ”
อาวุธที่ใช้ในการลอบสังหารเป็นปืนของกองทัพเรือที่ถูกระบุว่า “จำหน่ายและทำลาย” ไปแล้วในปี 2563 แต่กลับมีสภาพสมบูรณ์และใช้งานได้ดี นายรอมฎอน ปันจอร์ จึงเรียกปืนเหล่านี้ว่า “ปืนผีดิบ” คืออาวุธที่ทางราชการบันทึกว่าตายไปแล้ว แต่กลับถูกนำมาใช้สังหารคนในพื้นที่จริง
2. ความผิดปกติของสำนวนคดี
ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของพนักงานสอบสวนที่ดูเหมือนพยายาม “ตัดตอน” คดี โดยมีการแยกสำนวนผู้บงการและผู้ปฏิบัติงานออกจากกัน รวมถึงความไม่ชัดเจนในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลัง

อภิปราย: อุตสาหกรรมความมั่นคงหรืออุตสาหกรรมมืด?
ประเด็นนี้ไม่ได้ชี้เฉพาะไปที่การกระทำผิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่สะท้อนถึง “ระบบ” ที่เปราะบางอย่างน่ากังวล
- ความรับผิดชอบที่ถูกโยนกันไปมา: หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจและกองทัพ ต่างอยู่ในสภาวะ “ไม่ทราบ-ไม่รู้-กำลังตรวจสอบ” ต่อขั้นตอนการทำลายอาวุธ สิ่งนี้สะท้อนว่ากลไกการตรวจสอบภายใน (Internal Control) ของอุตสาหกรรมความมั่นคงไทยอาจล้มเหลว หรือถูกใช้เป็นช่องว่างในการทุจริต
- การอ้าง “ความลับ” เพื่อปิดกั้นการตรวจสอบ: การที่พนักงานสอบสวนปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลพื้นฐาน โดยอ้างว่าเป็นความลับในชั้นสอบสวน ยิ่งทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ หาก สส. ที่มีสถานะทางสังคมสูงยังไม่ได้รับความกระจ่างในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอาวุธรัฐจะมีความหวังอะไรเหลืออยู่?
- นิสัยการตัดตอน: ทัศนคติการสอบสวนที่พุ่งเป้าไปที่ “ผู้ปฏิบัติ” โดยละเลย “ผู้บงการ” ทำให้วงจรความรุนแรงในพื้นที่ไม่เคยจบสิ้น ปืนที่ถูกจำหน่ายออกจากคลังอย่างไม่โปร่งใสกลายเป็นสินค้าในตลาดมืดความมั่นคงที่พร้อมทำลายชีวิตใครก็ได้
บทสรุป
คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยส่วนบุคคล แต่มันคือการทดสอบว่าประเทศไทยมี “ความกล้าหาญ” มากพอที่จะชำระสะสางปัญหาส่วยอาวุธหรือการทุจริตในกองทัพหรือไม่
หากผลการสืบสวนจบลงเพียงแค่ผู้ปฏิบัติงานโดยไม่สามารถสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังหรือเส้นทางที่ปืนหลุดออกมาได้ คดีนี้จะกลายเป็นเพียงจิ๊กซอว์ตัวเล็กๆ ที่ยืนยันว่า “ปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรม” ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เกิดจากคู่ขัดแย้งเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากกลไกบางอย่างของรัฐที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเสียเอง
ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่ร้องขอกันได้ แต่ต้องพิสูจน์ผ่านความโปร่งใสและการสาวถึงตัวผู้บงการที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดการกับเบี้ยล่างในขบวนการเท่านั้น
1,076 total views, 1,076 views today

More Stories
ประชาสังคมชายแดนใต้ผนึกกำลัง 47 องค์กร ยื่น 11 ข้อเสนอจี้ “ฐนัตถ์” เร่งเครื่องสันติภาพที่ยั่งยืน
เครื่องเล่นสนามหาดนราทัศน์: จาก “คำสั่งรื้อถอน” สู่โอกาสสร้าง “พื้นที่สร้างสรรค์” ที่ยั่งยืน : ปัญหาและทางออก
วิกฤตการณ์กุโบร์บ้านท่ายาง: การละเมิดพื้นที่สาธารณะในมุมมองศาสนบัญญัติและหลักนิติรัฐ : ปัญหาและทางออก