อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสำคัญ เรามักจะเห็นภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดของระบบขนส่งมวลชนไทยที่ชัดเจนที่สุด ดังเช่นเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในช่วงเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัฎฮา ที่เนืองแน่นไปด้วยพี่น้องประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา จนตั๋วโดยสารเต็มทุกขบวน
ภาพความแออัดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบรางอย่างจริงจัง
ความแออัด: เสียงสะท้อนจากความเป็นจริง
ปัญหาการเดินทางในช่วงเทศกาลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนให้เห็นว่า “รถไฟ” ยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญที่สุดสำหรับประชาชนในพื้นที่ ทั้งในแง่ของความคุ้มค่าและความปลอดภัย
แต่ในขณะที่ความต้องการพุ่งสูงขึ้น ระบบการจัดการและศักยภาพของรางรถไฟในปัจจุบันกลับไม่สามารถรองรับการเติบโตนี้ได้ ทำให้เกิดสภาวะ “คอขวด” ที่ไม่เพียงแต่สร้างความไม่สะดวกสบาย แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและโอกาสในการเดินทางของประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งต้องพึ่งพารถไฟเป็นหลัก
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: รางคู่และมาตรฐานราคาชาวบ้าน
เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง รัฐบาลควรเร่งผลักดันแนวทางปฏิบัติ ดังนี้:
1. เร่งโครงการรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ
การเปลี่ยนจากระบบรางเดี่ยวเป็นรางคู่ในเส้นทางสายใต้ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ขบวนรถสามารถวิ่งสวนกันได้โดยไม่ต้องหยุดรอหลีก เพิ่มความถี่ของขบวนรถ และลดระยะเวลาการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะช่วยระบายความหนาแน่นของผู้โดยสารในช่วงเทศกาลได้ดีขึ้น
2. ปรับปรุงมาตรฐานและประสิทธิภาพ
นอกเหนือจากรางแล้ว ตัวรถโดยสารและระบบสถานีต้องได้รับการยกระดับ ทั้งเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย และระบบจองตั๋วออนไลน์ที่โปร่งใส ป้องกันการกักตุนตั๋ว เพื่อให้การเข้าถึงบริการเป็นไปอย่างเท่าเทียม
3. รักษา “มาตรฐานราคาชาวบ้าน”
แม้จะมีการพัฒนาระบบให้ทันสมัย แต่หัวใจสำคัญของรถไฟไทยคือ “การบริการสาธารณะ” รัฐต้องรักษาระดับราคาค่าโดยสารให้ย่อมเยา โดยใช้กลไกอุดหนุนราคา (Subsidy) เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับปรุงรถไฟจะไม่กลายเป็นการผลักภาระให้ประชาชน จนกลายเป็นบริการสำหรับผู้ที่มีรายได้สูงเท่านั้น
อภิปราย: ความคุ้มค่าที่มองข้ามตัวเลขกำไร
หลายครั้งที่การพัฒนาระบบรางมักถูกมองผ่านแว่นตาของ “ความคุ้มทุนทางบัญชี” มากกว่า “ความคุ้มทุนทางสังคม” การลงทุนในระบบรถไฟรางคู่และปรับปรุงมาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกำไรขาดทุน แต่เป็นการลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
รัฐต้องมองว่ารถไฟคือสิทธิพื้นฐานในการเคลื่อนที่ของประชาชน หากรัฐสามารถทำให้รถไฟเป็นตัวเลือกที่สะดวก เร็ว และราคาถูกได้ การลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนและการลดค่าครองชีพในการเดินทางจะเป็นผลตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้ในระยะยาว
บทสรุป
เหตุการณ์ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ในช่วงเทศกาลฮารีรายอ ไม่ใช่เพียงแค่ภาพความวุ่นวายชั่วคราว แต่เป็นบทเรียนที่รัฐบาลต้องนำไปถอดรหัสเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
การเร่งสร้างรถไฟรางคู่พร้อมกับรักษามาตรฐานราคาที่ชาวบ้านจ่ายไหว คือหมุดหมายสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า รัฐพร้อมที่จะก้าวข้ามปัญหาเดิมๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีมาตรฐานที่เท่าเทียมและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
หมายเหตุ
ชมคลิปใน
https://www.facebook.com/share/r/1KnEtQMsqz/?mibextid=wwXIfr
1,627 total views, 1,627 views today

More Stories
สตรีผู้ร่วมยืนเคียงบ่าเคียงไหล่บุรุษ: กรณีศึกษา นบีอิบรอฮีมและพระนางฮาญัร
เมื่อ “IO” กลายเป็นเงาที่ไร้ตัวตน: สงครามข้อมูลข่าวสารกับการคุกคามเสรีภาพ :ปัญหาและทางออก(ข้อเสนอแนะ)
ถึงเวลาเปลี่ยนจาก “ด่านตรวจที่สร้างภาระ” เป็น “ระบบเฝ้าระวังที่สร้างความจริง” ด้วยเทคโนโลยี เพื่อจับโจร