
รายงานข่าวจากพื้นที่ จ.นราธิวาส เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการค้าแนวชายด้าน อ.สุไหงโก-ลก หลังจากที่นายมหาเธร์โมฮัมหมัด ได้กระทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศมาเลเซียในช่วงคืนที่ผ่านมา พบว่า จากความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ ส่งผลทำให้เงินสกุลริงกิตของประเทศมาเลเซียที่เคยตกต่ำอย่างหนักในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีค่าเงินที่แข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลริงกิตล่าสุดในวันนี้ 1 ริงกิต สามารถแลกเป็นเงินไทยได้ถึง 8.13 บาท หลังจากที่ได้เคยตกต่ำมานานและสามารถแลกเป็นเงินไทยได้เพียง 7.99 บาทเท่านั้น
ส่งผลทำให้ธุรกิจการค้าแนวชายแดนด้าน อ.สุไหงโก-ลก ที่ชาวมาเลเซียได้เดินทางข้ามแดน มาเป็นคู่ค้ากับคนไทยอันเป็นเวลายาวนาน และใช้เงินสกุลริงกิตในการติดต่อซื้อขายระหว่างกันมากถึงร้อยละกว่า 90 จากการตระเวนสำรวจที่บริเวณตลาดสดเก็นติ้ง อ.สุไหงโก-ลก พบว่า บรรยากาศโดยทั่วไปเริ่มมีคึกคักเมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงที่ค่าเงินสกุลริงกิตประเทศมาเลเซียที่ตกต่ำ เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอหลังจากนายมหาเธร์โมฮัมหมัด เป็นผู้นำบริหารประเทศได้สักระยะ ค่าเงินสกุลริงกิตประเทศมาเลเซียจะแข็งค่าสูงขึ้นต่อเนื่อง เหมือนสมัยอดีตที่นายมหาเธร์โมฮัมหมัด เคยเป็นนายกรัฐมนตรี เงินสกุลริงกิตเคยแข็งค่าสูงสุด ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย อยู่ที่ 1 ริงกิต สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ถึง 11-12 บาท และในสมัยนั้นอีกเช่นกันที่ชาวพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยมีการกักเก็บเงินสกุลริงกิตไว้เก็งกำไร เมื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย จะได้กำไรเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 10

ด้านนางมารีแย ตือปะ อายุ 34 ปี แม่ค้าขายทุเรียน ได้เปิดเผยหลังจากค่าเงินสกุลริงกิตประเทศมาเลเซียแข็งค่าขึ้น ว่า ทำให้การค้าแนวชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียดีขึ้นกว่าในช่วงที่เงินสกุลริงกิตตกต่ำ เมื่อค่าเงินสกุลริงกิตแข็งค่าสูงขึ้น ส่งขยายผลทำให้การค้าดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งคาดว่าการค้าในอนาคตจะสดใสดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัสอารี สะมะแอ SPMCNEWS รายงาน
1,582 total views, 4 views today

More Stories
พลังพหุวัฒนธรรม “ผอ.รร.การเมือง” นำทีมจับมือเครือข่าย ปลุกพลังเยาวชนใน “ค่ายลูกเสือเรียนรู้วิถีสวนทุเรียน” สร้างวินัย มุ่งสืบสานวิถีชุมชนชายแดนใต้
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุน เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พบ 10 กระบอกเคยใช้ก่อเหตุรวม 37 คดี
“อัญชนา หีมมิหน๊ะ” นักสิทธิ์ฯ รุดแจ้งความ สภ.เมืองปัตตานี เอาผิดเพจเฟซบุ๊กบิดเบือนข้อมูล-ตัดต่อภาพ สร้างความเสียหาย