พฤษภาคม 7, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

นาซีฮัต หน้าที่ของผู้รู้ : ศาสนาคือการตักเตือนซึ่งกันและกัน อย่างมีอารยะและจรรยามารยาท

แชร์เลย

นาซีฮัต : เมื่อเราปรารถนาความสงบของบ้านเมือง จงเริ่มจากการให้เกียรติอูลามาอ์ (ผู้รู้) และระวังลิ้นของเรา

โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ (สุบหานะฮูวะตะอาลา) ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความจำเริญและสันติจงประสบแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้ประเสริฐสุดแห่งบรรดานบีและเราะสูล ขอความจำเริญและสันติจงประสบแด่ครอบครัว วงศ์วาน เศาะหาบะฮฺ และผู้เจริญรอยตามท่าน

     ในยุคที่ทุกคนมีพื้นที่พูด มีเวทีแสดงความคิดเห็น และมีปลายนิ้วที่สามารถพิมพ์สิ่งใดก็ได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่ง คือการที่ผู้คนจำนวนหนึ่งเริ่มวิพากษ์ วิจารณ์ หรือฟันธงต่ออูลามาอ์และผู้รู้ศาสนาอย่างรุนแรง จนบางครั้งเกินขอบเขตแห่งอาดับและมารยาทของอิสลาม

     อิสลามไม่เคยห้ามการตักเตือน ไม่เคยปิดประตูการถามหรือการแลกเปลี่ยนความเห็น แต่ศาสนาสอนให้เรามี “อาดับ” หรือมารยาท ก่อนมี “อารมณ์” และมี “ความยำเกรง” ก่อนมี “ความมั่นใจในตนเอง”

      อูลามาอ์มิใช่มะอ์ศูม (บริสุทธิ์) ไม่มีใครสมบูรณ์นอกจากบรรดานบี ศาสนทูต แต่ผู้รู้คือผู้ที่อุทิศชีวิตให้กับการศึกษา การค้นคว้า การแบกรับภาระของประชาชาติ และการรักษาศาสนาไว้ให้ลูกหลาน คนที่อ่านหนังสือเพียงไม่กี่หน้า ฟังคลิปไม่กี่คลิป หรือรับข้อมูลเพียงด้านเดียว แล้วรีบตัดสินผู้รู้ทั้งชีวิต นั่นไม่ใช่หนทางของคนมีความหวังดีอย่างที่ตนอ้าง หากแต่เป็นสัญญาณของหัวใจที่กำลังถูกอารมณ์นำหน้าอาดับ หรือจรรยามารยาท และความมีอารยะ

       บ้านเมืองจะสงบได้ มิใช่เพราะทุกคนคิดเหมือนกัน แต่เพราะทุกคนรู้จัก “วางตัว” ต่อความต่าง

       คนที่หวังเห็นสังคมสงบสุข ต้องไม่เป็นเชื้อไฟเสียเอง ต้องรู้ว่าเมื่อใดควรพูด เมื่อใดควรเงียบ และเมื่อใดควรถอยออกจากวงแห่งฟิตนะห์ หรือการสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน เพราะบางประโยคที่หลุดไป อาจกลายเป็นบาดแผลของสังคมอีกยาวนาน

      การฟันธงผู้รู้ด้วยถ้อยคำรุนแรง เช่น กล่าวหาว่าเขาหลง ผิดเพี้ยน ขายศาสนา หรือทำลายชาติทำลายศาสนา ทั้งที่ตนไม่มีความรู้รอบด้าน ไม่มีความเข้าใจบริบท และไม่รู้เจตนาของเขาอย่างแท้จริง เป็นเรื่องอันตรายยิ่ง

บรรดาสะลัฟหรือกัลญานชน สอนเราเสมอว่า

“เลือดเนื้อของอูลามาอ์นั้นมีพิษ”

หมายถึง ผู้ใดละเมิดเกียรติของผู้รู้โดยอธรรม ย่อมเสี่ยงต่อผลร้ายทั้งในดุนยา (โลกนี้) และอาคิเราะห์ (โลกหน้า)

ผู้รู้บางท่านอาจมีทัศนะที่เราไม่เห็นด้วย แต่ความไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เราหยาบคายอย่างไร้อารยะ การต่างทัศนะ ไม่ใช่เหตุผลให้เราทำลายเกียรติของกันและกัน

จงแยกระหว่าง

  • “การอภิปรายด้วยความรู้”
    กับ
  • “การประณามด้วยอารมณ์”

ผู้ที่มีวุฒิภาวะ จะรู้ว่าการรักษาความสามัคคี มิใช่การทำให้ทุกคนเงียบเหมือนกัน หรือออกมาประณามเหมือนกัน แต่คือการทำให้แม้เห็นต่าง ก็ยังเคารพกันได้

และบางครั้ง…

การที่เราไม่รีบพูด ไม่รีบด่า ไม่รีบฟันธง
อาจเป็นอิบาดะห์อย่างหนึ่งต่ออัลลอฮ์

เพราะลิ้นและปลายนิ้วของเรา
จะถูกถามในวันหนึ่งเช่นกัน

หากเรารักบ้านเมือง
จงอย่าทำให้สังคมแตกแยกเพราะอารมณ์ของเรา

หากเราเคารพศาสนา
จงให้เกียรติผู้แบกศาสนา แม้จะไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทุกเรื่อง

และหากเราอยากเห็นสันติสุขเกิดขึ้นจริง
บางครั้ง สิ่งแรกที่ต้องสงบก่อน
อาจไม่ใช่บ้านเมือง…
แต่คือหัวใจของเราเอง

والله اعلم بالصواب

เอกองค์อัลลอฮ์ ผู้ทรงรู้ยิ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ซุลกิอ์ดะห์ 1447
ตรงกับ 7 พฤษภาคม 2569
ณ สถานีรถไฟบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

 625 total views,  625 views today