พฤษภาคม 7, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

ความเป็นธรรม: “น้ำ” ดับไฟใต้ และหัวใจของการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ): เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: เมื่อความยุติธรรมคือเงื่อนไขของสันติภาพ

      ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บทเรียนสำคัญที่รัฐไทยได้รับคือ “งบประมาณและอาวุธเพียงอย่างเดียวไม่สามารถซื้อสันติภาพได้”

     ดังที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการสันติภาพชายแดนใต้ ได้สะท้อนไว้อย่างชัดเจนว่า ปัญหาที่ทับถมมานานกว่า 20 ปี เกิดจากความอ่อนแอของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจหลักที่คอยค้ำจุนความเชื่อมั่นของประชาชน หากหัวใจนี้ล้มเหลว การแก้ปัญหาในมิติอื่นย่อมยากที่จะประสบความสำเร็จ

อภิปราย: ปมปัญหาและแรงขับเคลื่อนสู่การปฏิรูป

จากการติดตามสถานการณ์และบทบาทของคณะกรรมาธิการสันติภาพชายแดนใต้ สามารถจำแนกประเด็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขได้ดังนี้

1. วิกฤตความเชื่อมั่นจากกฎหมายพิเศษ

     การซ้อนทับกันของกฎหมายความมั่นคงทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ กฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ความมั่นคง กลายเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งอาจช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกขึ้น แต่อีกด้านกลับสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมจากการใช้อำนาจที่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน และกลายเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนำไปใช้ขยายฐานมวลชน

2. การเมืองนำการทหารที่ขาดความจริงใจ

     แม้จะมีนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” มายาวนาน แต่ในทางปฏิบัติยังคงเน้นการใช้กำลังและโครงสร้างทางทหารเป็นหลัก การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐ ว่าพร้อมจะสู้ด้วย “ความคิด” และ “ความจริง” เพื่อเปลี่ยนสถานะจากคู่ขัดแย้งมาเป็นผู้คุ้มครองสิทธิของประชาชน

3. กระบวนการยุติธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรม

      ความเป็นธรรมที่แท้จริงต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน การเปิดพื้นที่ให้กฎหมายอิสลามและจารีตท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในเรื่องครอบครัวและมรดก ไม่ใช่การแยกตัวออกไป แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “กฎหมายของรัฐ” และ “วิถีชีวิตของเขา” สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล

สรุป: น้ำดับไฟที่ชื่อว่า “ความยุติธรรม”

      หากเปรียบความรุนแรงเป็น “ไฟ” กระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมและโปร่งใสก็คือ “น้ำ” ที่จะช่วยดับไฟได้อย่างยั่งยืน

      การสร้าง “ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน” (Transitional Justice) คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า ทางออกไม่ได้อยู่ที่การใช้ความรุนแรงจัดการกันไปเรื่อย ๆ แต่เป็นการกลับเข้าสู่ระบบที่มีมาตรฐาน มีการเยียวยาที่ครอบคลุม และมีการยอมรับความจริงร่วมกัน

ข้อเสนอแนะ: แนวทางขับเคลื่อนสู่ภาคปฏิบัติ

1. ปรับปรุงและลดการใช้กฎหมายพิเศษ

      ควรมีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ดีขึ้น และเพิ่มกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนการควบคุมตัว เพื่อป้องกันการซ้อมทรมาน

2. ปฏิรูประบบสอบสวนและพิสูจน์หลักฐาน

      สนับสนุนให้ใช้นิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่เป็นกลาง มากกว่าการใช้คำให้การจากการซักถามเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความโปร่งใสในชั้นต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม

3. บูรณาการกฎหมายอิสลามกับระบบยุติธรรมกระแสหลัก

     ส่งเสริมการทำงานของดะโต๊ะยุติธรรมและพนักงานสอบสวนที่มีความเข้าใจในบริบทพหุวัฒนธรรม เพื่อลดข้อขัดแย้งเชิงความเชื่อ

4. เร่งรัดและยกระดับการเยียวยา

      การเยียวยาต้องไม่เป็นเพียงตัวเงิน แต่ต้องรวมถึงการฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการคืนความเป็นธรรมในคดีที่เกิดความผิดพลาดจากอำนาจรัฐ

5. สร้างพื้นที่กลางในการแสวงหาความจริง

      เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและคณะกรรมาธิการสันติภาพฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลความขัดแย้ง เพื่อสร้าง “ความจริงร่วม” ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

      การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎหมาย แต่คือการสร้าง “พื้นที่สันติภาพ” ในใจของประชาชน เพื่อให้ชายแดนใต้ออกจากวงจรความรุนแรงอย่างถาวร

“เมื่อความยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ความหวาดระแวงจะค่อย ๆ ลดลง และสันติภาพจะไม่ใช่เพียงความหวัง แต่กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้”

หมายเหตุ

รับชมบทสัมภาษณ์ของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานคณะกรรมาธิการสันติภาพชายแดนใต้ ได้ที่
https://www.facebook.com/share/v/1J91dEYZHv/?mibextid=wwXIfr

 283 total views,  283 views today